เรื่องเลนส์นอกค่ายที่รองรับเต็มระบบ กับ เลนส์แมนนวลล้วน ในกระเป๋าของช่างวิดีโอมืออาชีพหลายคนที่ผมรู้จัก มักมีเลนส์สองพวกอยู่ด้วยกัน พวกหนึ่งคือเลนส์ที่มีมอเตอร์ มีชิป มีหน้าสัมผัสครบ อีกพวกคือเลนส์แมนนวลที่หมุนโฟกัสเอง หมุนรูรับแสงเอง ไม่ส่งข้อมูลอะไรให้กล้องเลย และคนที่มีทั้งสองพวกมักไม่ได้มองว่าอันไหนดีกว่า เขามองว่าวันนี้ต้องหยิบอันไหน แต่ถ้าคุณกำลังจะซื้อตัวแรกและมีงบก้อนเดียว คุณต้องเลือก และการเลือกครั้งนี้ควรตั้งต้นจากลักษณะงาน ไม่ใช่จากราคา
ฝั่งที่รองรับเต็มระบบ ให้ความเร็วในงานจริง
เลนส์นอกค่ายที่รองรับเต็มระบบ เช่นของ Sigma, Tamron, Viltrox และ Samyang ที่ได้รับสิทธิ์ใช้โปรโตคอลเมาท์ของ Sony อย่างเป็นทางการ ให้คุณครบทั้งออโต้โฟกัสที่ตามหน้าตามตาได้ ระบบติดตามวัตถุ การส่งค่ารูรับแสงและระยะโฟกัสกลับไปที่บอดี้ ข้อมูลแก้ความคลาดของภาพ และเมทาดาทาในไฟล์ สิ่งเหล่านี้แปลเป็นความเร็วในงานจริง ถ้าคุณถ่ายสัมภาษณ์คนเดียวโดยไม่มีคนโฟกัส ถ้าคุณถ่ายอีเวนต์ที่คนเดินไปมา ถ้าคุณต้องส่งงานภายในวันนั้น การมีระบบช่วยคือความต่างระหว่างงานที่ใช้ได้กับงานที่ต้องขอถ่ายซ่อม
เลนส์นอกค่ายที่รองรับเต็มระบบ กับ เลนส์แมนนวลล้วน คนละทางกันหมด
เลนส์แมนนวลล้วนเดินคนละทาง มันไม่มีหน้าสัมผัส จึงไม่ส่งข้อมูลใดกลับไปเลย ไฟล์ของคุณจะไม่มีเมทาดาทาเลนส์ โปรไฟล์แก้ภาพในกล้องจะไม่ทำงาน และถ้าจะใช้กันสั่นในบอดี้ คุณต้องเข้าเมนูไปตั้งทางยาวโฟกัสด้วยมือทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์ ฟังดูเป็นข้อเสียล้วน แต่คนที่เลือกทางนี้เขาแลกมาด้วยของที่ระบบอัตโนมัติให้ไม่ได้ วงแหวนโฟกัสที่มีระยะหมุนยาวและมีจุดหยุดชัด ทำให้การแร็คโฟกัสแม่นในแบบที่มอเตอร์ทำไม่เหมือน บุคลิกของภาพที่เลนส์สมัยใหม่ไล่ออกไปหมดแล้ว และความนิ่งของอุปกรณ์ที่ไม่มีอะไรจะทำงานผิดพลาดได้ เพราะไม่มีอิเล็กทรอนิกส์ให้ผิดพลาดตั้งแต่แรก
ข้อที่น่าสนใจกว่าที่คิด เรื่องเฟิร์มแวร์
ข้อสุดท้ายนี้น่าสนใจกว่าที่คิด เพราะเลนส์แมนนวลล้วนไม่ต้องกังวลเรื่องเฟิร์มแวร์เลย ไม่ว่าบอดี้จะอัปเดตไปกี่เวอร์ชัน มันก็ทำงานเหมือนเดิม ขณะที่เลนส์อิเล็กทรอนิกส์ต้องตามให้ทัน อย่างตอน Sony A7 V ออกมา Viltrox ก็ต้องปล่อยเฟิร์มแวร์แก้ครอบทั้งซีรีส์ LAB, Pro และ Air ซึ่งแสดงว่าความเสี่ยงมีจริง แต่ก็แสดงว่าแก้ได้จริงเช่นกัน ผมจะไม่พูดว่าฝั่งไหนปลอดภัยกว่าแบบเหมารวม เพราะความเสถียรแบบเลนส์แมนนวลมาพร้อมกับการที่คุณต้องทำงานที่ระบบเคยทำให้ทั้งหมดด้วยตัวเอง และในงานที่รีบ นั่นคือความเสี่ยงอีกแบบ
ถ้าให้ผมสรุปเป็นหลักคิด งานที่คาดเดาไม่ได้และต้องเร็ว ให้ไปทางเลนส์ที่รองรับเต็มระบบ งานที่คุมได้ มีเวลาเซ็ตอัป มีคนช่วย หรืองานที่คุณต้องการลุคเฉพาะ เลนส์แมนนวลคุ้มกว่ามากเมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย และถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่างานตัวเองอยู่ตรงไหน ให้ไล่ดูงานสามชิ้นล่าสุดที่ทำเงินให้คุณ แล้วถามว่าถ้าวันนั้นไม่มีออโต้โฟกัส งานจะยังจบได้ไหม คำตอบมักชัดกว่าที่คิด
ก่อนจ่ายเงิน ผมแนะนำให้เอาบอดี้ไปลองใส่ที่ร้านจริง ๆ ทั้งสองแบบ ลองหมุนโฟกัสด้วยมือดูว่าวงแหวนถูกใจไหม ลองให้ระบบจับหน้าดูว่าเร็วพอกับงานคุณหรือเปล่า ให้ร้านช่วยดูเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของบอดี้ให้ด้วย และถามเรื่องการดูแลหลังการขายไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องมาหาคำตอบตอนมีปัญหา










