ข้อมูลเลนส์ที่หายไปตอนใช้อะแดปเตอร์ ตอนที่ผมส่งฟุตเทจให้คนตัดต่อคนหนึ่งไปทำ เขาโทรกลับมาถามว่า “พี่ถ่ายช็อตนี้ด้วยเลนส์อะไร” ผมตอบไม่ได้ทันทีเพราะวันนั้นสลับเลนส์สามตัว และไฟล์ชุดที่เขาถามคือชุดที่ถ่ายด้วยเลนส์แมนนวลผ่านอะแดปเตอร์ ในไฟล์ไม่มีข้อมูลอะไรเลยนอกจากค่าที่กล้องรู้เอง ทั้งชื่อเลนส์ ทั้งรูรับแสง ว่างเปล่าหมด กว่าจะไล่หาได้ก็เสียเวลาไปครึ่งชั่วโมง
เส้นทางข้อมูลขาดตรงไหน ข้อมูลก็หายตรงนั้น
เรื่องนี้เริ่มจากหลักการง่าย ๆ เลนส์คุยกับบอดี้ผ่านหน้าสัมผัสไฟฟ้าบนเมาท์ ข้อมูลที่ส่งไปมีค่ารูรับแสง ระยะโฟกัส และข้อมูลสำหรับแก้ความคลาดของภาพ กล้องเอาข้อมูลชุดนี้ไปเขียนลงไฟล์เป็นเมทาดาทาและไปใช้ประมวลผลระหว่างถ่าย เมื่อไหร่ที่เส้นทางนี้ขาด ข้อมูลก็หายไปด้วย เลนส์แมนนวลล้วนที่ไม่มีหน้าสัมผัสจะไม่ส่งอะไรเลย ส่วนอะแดปเตอร์นั้นแล้วแต่ตัว บางตัวส่งผ่านข้อมูลได้ค่อนข้างครบ บางตัวส่งได้บางส่วน บางตัวเป็นแค่ท่อเหล็กที่ทำหน้าที่จับระยะให้ถูกเท่านั้น
ข้อมูลเลนส์ที่หายไปตอนใช้อะแดปเตอร์ กระทบสามชั้น
ผลกระทบจริงมีอยู่สามชั้น ชั้นแรกคือชั้นที่คุณเห็นตอนถ่าย โปรไฟล์แก้ขอบมืดกับแก้ความบิดเบี้ยวจะไม่ทำงาน เพราะกล้องไม่รู้ว่ากำลังใส่เลนส์อะไร คุณต้องไปแก้เอาเองในโพสต์ ซึ่งกับงานวิดีโอที่มีร้อยคลิปมันคือเวลาที่คุณต้องคิดเป็นเงิน ชั้นที่สองคือกันสั่นในบอดี้ที่ต้องให้คุณกรอกทางยาวโฟกัสเองในเมนู ถ้าลืมกรอกหรือเปลี่ยนเลนส์แล้วไม่ได้เปลี่ยนค่า ผลที่ได้จะเพี้ยน ชั้นที่สามคือชั้นที่คนมักนึกไม่ถึงจนกว่าจะเจอ นั่นคือตอนจัดการไฟล์ เวลาคุณต้องกลับไปหาช็อตในโปรเจกต์เก่า หรือต้องบอกทีมสีว่าช็อตชุดไหนถ่ายด้วยอะไร การไม่มีเมทาดาทาแปลว่าคุณต้องจำเอง หรือจดเอง
ถ้าเลือกทางนี้ ต้องทำงานทดแทนด้วยมือ
ผมไม่ได้จะบอกว่าห้ามใช้อะแดปเตอร์หรือเลนส์แมนนวล ผมเองก็ใช้ เลนส์แมนนวลบางตัวให้ลุคที่หาไม่ได้จากเลนส์สมัยใหม่ และมันคือเหตุผลที่ถูกต้องในการเลือกใช้ แต่ถ้าคุณเลือกทางนี้ คุณต้องยอมรับว่าต้องทำงานทดแทนบางอย่างด้วยมือ วิธีที่ผมใช้คือถ่ายภาพสเลตด้วยมือถือทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์ เขียนชื่อเลนส์กับรูรับแสงลงในโน้ตของโปรเจกต์ แล้วตอนนำเข้าโปรแกรมตัดต่อก็ตั้งชื่อโฟลเดอร์ตามเลนส์ไปเลย ฟังดูโบราณ แต่มันแก้ปัญหาได้จริงและใช้เวลาไม่กี่วินาทีต่อครั้ง
ในทางกลับกัน ถ้างานคุณเป็นสายที่ต้องส่งเร็วและมีปริมาณเยอะ การใช้เลนส์ตรงเมาท์ที่ส่งข้อมูลได้ครบจะคุ้มกว่ามาก และตรงนี้ตัวเลือกไม่ได้แคบอย่างที่หลายคนคิด ฝั่ง E-mount มีเลนส์จากแบรนด์อื่นให้เลือกกว้างที่สุดในบรรดาระบบใหญ่ และแบรนด์ที่ได้สิทธิ์ใช้โปรโตคอลอย่างเป็นทางการก็ส่งข้อมูลชุดนี้ได้เต็ม ไม่ได้ด้อยกว่าเลนส์ค่ายหลักในแง่เมทาดาทา ถ้าคุณกำลังลังเลระหว่างสองทาง ลองเอาเลนส์กับอะแดปเตอร์ที่คุณมีไปที่ร้านแล้วขอใส่กับบอดี้ที่คุณใช้ ถ่ายสักช็อตแล้วเปิดดูข้อมูลไฟล์ตรงนั้นเลย คุณจะรู้ทันทีว่าชุดนี้ให้ข้อมูลอะไรกลับมาบ้าง ดีกว่าซื้อมาแล้วมารู้ทีหลัง
ลองถามตัวเองดูว่า ในหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณเสียเวลาไปเท่าไหร่กับการนั่งไล่หาว่าช็อตนี้ถ่ายด้วยอะไร ถ้าตัวเลขนั้นเยอะกว่าที่คิด บางทีคำตอบไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่ชุดอุปกรณ์










