📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ทำไมเลนส์นอกค่ายต้องวิ่งตามเฟิร์มแวร์ของบอดี้ตลอดเวลา

ทำไมเลนส์นอกค่ายต้องวิ่งตามเฟิร์มแวร์

ทำไมเลนส์นอกค่ายต้องวิ่งตามเฟิร์มแวร์ของบอดี้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่กล้องรุ่นใหม่วางขาย จะมีคลื่นข่าวลูกหนึ่งตามมาเสมอ คือข่าวว่าเลนส์นอกค่ายรุ่นนั้นรุ่นนี้มีอาการแปลก ๆ กับบอดี้ตัวใหม่ แล้วอีกไม่นานก็จะมีข่าวลูกที่สอง คือผู้ผลิตปล่อยเฟิร์มแวร์ออกมาแก้ วนแบบนี้ทุกรอบจนหลายคนเริ่มคิดว่าเลนส์นอกค่ายมันไม่เสถียรโดยธรรมชาติ ผมคิดว่าข้อสรุปนั้นพลาดประเด็นสำคัญไป เพราะสิ่งที่คุณเห็นไม่ใช่ปัญหาคุณภาพ แต่เป็นผลของโครงสร้างอำนาจในระบบเมาท์

เมาท์ไม่ได้เป็นแค่วงแหวนโลหะ แต่คือชุดข้อตกลง

ลองคิดแบบนี้ เมาท์ไม่ได้เป็นแค่วงแหวนโลหะ มันคือชุดข้อตกลงว่าเลนส์กับบอดี้จะคุยกันด้วยภาษาแบบไหน ใครสั่งอะไร ใครตอบอะไร ค่ารูรับแสงส่งด้วยรูปแบบไหน ระยะโฟกัสรายงานถี่แค่ไหน คนที่เขียนภาษานี้คือผู้ผลิตบอดี้ และคนที่แก้ไขภาษานี้ได้ก็คือเขาคนเดียว ผู้ผลิตเลนส์อยู่ในฐานะคนที่ต้องพูดภาษาของคนอื่นในบ้านของคนอื่น เมื่อเจ้าของบ้านปรับไวยากรณ์ผ่านเฟิร์มแวร์ใหม่ ฝ่ายที่ต้องเรียนใหม่คือฝ่ายที่มาเยือน ไม่ว่าเขาจะเก่งแค่ไหนก็ตาม

ทำไมเลนส์นอกค่ายต้องวิ่งตามเฟิร์มแวร์ เพราะจังหวะเวลาซ้ำเติมอีกชั้น

จังหวะเวลาซ้ำเติมเรื่องนี้อีกชั้น เลนส์ค่ายหลักถูกทดสอบไปพร้อมกับบอดี้ตั้งแต่ก่อนวางขาย เพราะอยู่บริษัทเดียวกัน ส่วนผู้ผลิตเลนส์ต่อให้ได้รับสิทธิ์ใช้โปรโตคอลอย่างเป็นทางการ ก็มักจะได้เห็นพฤติกรรมจริงของบอดี้รุ่นใหม่พร้อม ๆ กับที่คุณได้เห็น ช่องว่างนี้แหละคือช่วงที่ข่าวลูกแรกเกิดขึ้น กรณีที่ชัดที่สุดคือตอน Sony A7 V ออกมาแล้วเลนส์ Viltrox เจอปัญหาความเข้ากันได้ สิ่งที่ตามมาคือการปล่อยเฟิร์มแวร์อัปเดตหลายรุ่นครอบทั้งซีรีส์ LAB, Pro และ Air เพื่อดึงให้กลับมาทำงานเต็มระบบ เรื่องนี้เล่าได้สองด้าน ด้านหนึ่งคือความเสี่ยงมีจริง อีกด้านคือกลไกการตามแก้ก็มีจริงและทำงานได้

แล้วทำไมผู้ผลิตบอดี้ถึงยอมเปิดโปรโตคอลตั้งแต่แรก

แล้วทำไมผู้ผลิตบอดี้ถึงยอมเปิดโปรโตคอลให้คนอื่นตั้งแต่แรก คำตอบคือระบบที่มีเลนส์ให้เลือกเยอะจะดึงคนเข้ามาได้มากกว่า และคนที่เข้ามาแล้วก็ออกยาก Sony เลือกทางนี้ชัดเจน จึงให้สิทธิ์ใช้โปรโตคอลเมาท์อย่างเป็นทางการกับ Sigma, Tamron, Viltrox และ Samyang ผลคือเลนส์เหล่านั้นรองรับออโต้โฟกัสเต็มระบบรวมถึง Eye AF และการติดตามวัตถุ ไม่ใช่ของที่แกะโปรโตคอลมาเอง และผลรวมคือ E-mount กลายเป็นระบบที่มีตัวเลือกเลนส์จากแบรนด์อื่นกว้างที่สุดในบรรดาระบบใหญ่ ซึ่งเป็นมูลค่าจริงที่ตกอยู่กับคุณในฐานะคนซื้อ

จุดที่ผมอยากให้เรื่องนี้ลงจอดคือตอนคุณตัดสินใจซื้อ ถ้าคุณเข้าใจว่าความเข้ากันได้เป็นเรื่องที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่คุณสมบัติที่ตายตัวตั้งแต่วันซื้อ เกณฑ์การเลือกของคุณจะเปลี่ยนไป แทนที่จะดูแค่ความคมกับราคา คุณจะเริ่มดูว่าแบรนด์นี้มีประวัติปล่อยเฟิร์มแวร์ให้เลนส์รุ่นเก่าที่ขายไปแล้วหรือเปล่า เขาแก้ปัญหาภายในกี่เดือน และเลนส์รุ่นที่คุณจะซื้ออัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ด้วยตัวเองไหม เลนส์ที่ไม่มีช่องทางอัปเดตคือเลนส์ที่ค้างอยู่กับปัจจุบันตลอดไป

ผมพูดตรง ๆ ว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่าเลนส์นอกค่ายจะทำงานครบทุกฟังก์ชันหลังบอดี้อัปเดตเฟิร์มแวร์ทุกครั้งในอนาคต แต่ก็ไม่มีใครรับประกันเรื่องอื่นในอาชีพนี้เหมือนกัน สิ่งที่ทำได้คือเลือกฝั่งที่มีคนคอยตามแก้ให้ ถามร้านที่คุณซื้อว่าเขารับเคลมและช่วยดูแลหลังการขายยังไง และเก็บชุดอุปกรณ์ที่ทดสอบแล้วไว้สำหรับงานที่พลาดไม่ได้ คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “เลนส์นอกค่ายเสี่ยงไหม” แต่คือ “ถ้าวันหนึ่งมีอะไรผิดพลาด ใครจะแก้ให้คุณ และแก้เร็วแค่ไหน”

Prev
ใช้เลนส์ตรงเมาท์ กับ ใช้อะแดปเตอร์ ในงานที่พลาดไม่ได้
ใช้เลนส์ตรงเมาท์ กับ ใช้อะแดปเตอร์

ใช้เลนส์ตรงเมาท์ กับ ใช้อะแดปเตอร์ ในงานที่พลาดไม่ได้

Next
ความเข้ากันได้กำลังกลายเป็นจุดตัดสินการซื้อมากกว่าสเปกออปติก
ความเข้ากันได้กำลังกลายเป็นจุดตัดสินการซื้อ

ความเข้ากันได้กำลังกลายเป็นจุดตัดสินการซื้อมากกว่าสเปกออปติก

You May Also Like