📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้มากขึ้นทุกปี

ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้

ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้มากขึ้นทุกปี มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปนั่งฟังลูกค้าคุยกันในห้องประชุมก่อนเริ่มงาน เขาเทียบใบเสนอราคาสามเจ้า เจ้าหนึ่งเป็นโปรดักชันเฮาส์ชื่อดัง อีกสองเจ้าเป็นทีมเล็ก คนที่ตัดสินใจไม่ได้พูดถึงคุณภาพภาพเลยสักคำ เขาพูดว่า “เจ้านี้เริ่มถ่ายได้อาทิตย์หน้า อีกเจ้าต้องรอเดือนหน้า” แค่นั้น งานก็จบ ผมนั่งคิดอยู่นานว่าถ้าเจ้าใหญ่ได้ยินประโยคนี้เขาจะรู้สึกยังไง เพราะเขาแพ้ด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับฝีมือเลย นี่คือโอกาสของ small production team ที่ทำงานเร็วและสื่อสารตรงขึ้น

small production team: ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้ ทั้งที่ไม่ได้ชนะเรื่องราคา

หลายคนเข้าใจว่าทีมเล็กชนะเพราะเสนอราคาถูกกว่า ซึ่งจริงบางส่วนแต่ไม่ใช่เหตุผลหลัก ถ้าราคาคือทุกอย่าง ทีมเล็กก็คงแข่งกันลงเหวไปหมดแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนจริง ๆ คือเกณฑ์ที่ลูกค้าใช้เลือก เมื่อคอนเทนต์กลายเป็นของที่ต้องมีทุกสัปดาห์ ความเร็วและความยืดหยุ่นกลายเป็นคุณสมบัติที่มีมูลค่าทางธุรกิจจริง ๆ สำหรับลูกค้า วิดีโอที่ดีมากแต่ได้ช้าไปสามสัปดาห์อาจไม่มีค่าเลย ถ้าแคมเปญมันจบไปแล้ว ทีมเล็กที่ตอบไลน์ได้ในสองชั่วโมงและขึ้นกองได้ในสามวันจึงไม่ได้ชนะเพราะถูก แต่ชนะเพราะตรงกับจังหวะธุรกิจของลูกค้ามากกว่า ความคล่องตัวจึงเป็นจุดเด่นของ small production team

เครื่องมือที่ถูกลงทำให้ช่องว่างแคบลง

อีกเรื่องที่ทำให้ช่องว่างแคบลงคือเครื่องมือ ของที่เคยเป็นเส้นแบ่งระหว่างมืออาชีพกับคนทั่วไปตอนนี้กระจายไปทั่ว กล้องที่รับมือกับแสงยาก ๆ ได้ ไฟที่คุมสีได้แม่น ระบบเสียงไร้สายที่ไม่หลุด ราคาลงมาอยู่ในระดับที่ทีมสามสี่คนเป็นเจ้าของได้จริง ผมไม่ได้บอกว่าของกับฝีมือเท่ากันนะ มันไม่เท่า แต่พอเพดานของอุปกรณ์ในมือทีมเล็กสูงขึ้น สิ่งที่ลูกค้ามองเห็นบนหน้าจอสุดท้ายก็ต่างกันน้อยลง โดยเฉพาะกับงานที่จะไปจบบนฟีดโซเชียล ซึ่งเป็นปลายทางของงานส่วนใหญ่ในตลาดตอนนี้

แต่ผมอยากพูดอีกด้านให้ครบ ทีมเล็กชนะในสนามที่ตัวเองถนัด ไม่ได้ชนะทุกสนาม งานที่มีนักแสดง มีสถานที่หลายแห่ง มีคิวที่ต้องคุมเป็นนาที มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยและกฎหมาย งานพวกนี้ยังต้องการกองใหญ่ที่มีคนดูแลแต่ละส่วนแยกกัน และลูกค้าที่จ้างงานระดับนั้นก็รู้ดีว่าเขาจ่ายเพื่อความสามารถในการจัดการ ไม่ใช่เพื่อภาพสวยอย่างเดียว ทีมเล็กที่หลงตัวเองแล้วรับงานเกินตัวมักจะเจ็บหนัก และเจ็บครั้งเดียวก็เสียชื่อยาว

สองเรื่องที่เอาไปใช้ได้จริง

สิ่งที่คุณควรเอาไปใช้จริงมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือวางตัวเองให้ตรงกับสิ่งที่คุณขายได้จริง ถ้าคุณคือทีมเล็ก จุดขายของคุณคือความเร็ว ความเข้าใจลูกค้า และการอยู่กับเขาได้ต่อเนื่องทั้งปี ไม่ใช่การพยายามพิสูจน์ว่าคุณทำงานสเกลใหญ่ได้เหมือนกัน เรื่องที่สองคือของที่คุณซื้อควรตอบจุดขายนั้น ถ้าคุณขายความเร็ว ของที่มีค่าที่สุดคือของที่ทำให้คุณไม่มีวันหยุดกลางทาง กล้องสำรอง แบตเผื่อ การ์ดเผื่อ ไฟที่ตั้งเสร็จในสิบนาที ระบบเสียงที่ไม่ต้องลุ้น และไดรฟ์สำรองงานที่ปลอดภัย ของแปลก ๆ ที่ปีหนึ่งได้ใช้ครั้งเดียวให้เช่าเอาแล้วบวกเข้าไปในใบเสนอราคา จะได้ไม่ต้องเอาเงินไปจมกับของที่นอนอยู่ในตู้ ราคาของทุกกลุ่มขยับตลอด ควรเช็กกับร้านก่อนตัดสินใจ และถามเรื่องประกันกับเวลาซ่อมด้วย เพราะสำหรับทีมที่ขายความเร็ว ของที่รอซ่อมสองสัปดาห์เท่ากับปิดร้านสองสัปดาห์

ผมชอบยุคนี้ตรงที่มันเปิดโอกาสให้คนที่ตั้งใจจริงเข้ามาได้โดยไม่ต้องมีทุนหนาแบบเมื่อก่อน แต่มันก็เรียกร้องมากขึ้นเหมือนกัน คุณต้องเก่งเรื่องงานและเก่งเรื่องการวางตัวในตลาดพร้อมกัน ใครทำได้ทั้งสองอย่างในรอบสามปีนี้ ผมว่ามีที่ยืนที่ดีมากรออยู่

Prev
อนาคต Production House จะเปลี่ยนไปทางไหนในอีกสามปี
อนาคต Production House

อนาคต Production House จะเปลี่ยนไปทางไหนในอีกสามปี

Next
จัดชุดอุปกรณ์ให้ทีมเล็กรับงานที่เคยต้องใช้กองใหญ่
จัดชุดอุปกรณ์ให้ทีมเล็ก

จัดชุดอุปกรณ์ให้ทีมเล็กรับงานที่เคยต้องใช้กองใหญ่

You May Also Like