ความเข้ากันได้กำลังกลายเป็นจุดตัดสินการซื้อมากกว่าสเปกออปติก สิบปีก่อนเวลามีคนถามผมว่าควรซื้อเลนส์ตัวไหน คำตอบมักวนอยู่กับความคมที่มุมภาพ ขอบม่วง และความบิดเบี้ยว เพราะสมัยนั้นเลนส์ราคาต่างกันสองเท่าให้ภาพต่างกันจนเห็นด้วยตาเปล่า ทุกวันนี้ผมเปิดไฟล์จากเลนส์สามตัวคนละแบรนด์ที่ราคาต่างกันไม่น้อย แล้วต้องซูมเข้าไปดูขอบภาพถึงจะบอกได้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน มาตรฐานออปติกของทั้งอุตสาหกรรมขยับขึ้นมาจนถึงจุดที่มันไม่ใช่ตัวแยกอีกต่อไป
เมื่อตัวแยกเก่ากลายเป็นของพื้นฐาน ตัวแยกใหม่ก็โผล่ที่อื่น
เมื่อสิ่งที่เคยเป็นตัวแยกกลายเป็นของพื้นฐาน ตัวแยกใหม่ก็ต้องโผล่ที่อื่น และมันไปโผล่ที่เรื่องซึ่งวัดยากกว่า นั่นคือเลนส์ตัวนั้นคุยกับบอดี้ของคุณได้ดีแค่ไหน ออโต้โฟกัสตามหน้าคนได้เนียนไหมตอนอัดวิดีโอ ระบบติดตามวัตถุยังเกาะอยู่ไหมเมื่อมีคนเดินตัดหน้า กันสั่นในเลนส์กับในบอดี้แบ่งงานกันเป็นหรือเปล่า เมทาดาทาลงไฟล์ครบไหม เรื่องพวกนี้ไม่มีตัวเลขบนกล่องให้เทียบ แต่มันคือเรื่องที่ตัดสินว่าวันงานคุณจะได้ฟุตเทจกลับบ้านกี่ช็อต
ความเข้ากันได้กำลังกลายเป็นจุดตัดสินการซื้อ เพราะมันแปลเป็นเงินตรง ๆ
สำหรับคนที่ใช้กล้องหาเงิน ความต่างนี้แปลเป็นเงินตรง ๆ เลนส์ที่คมกว่าอีกนิดไม่ได้ทำให้ลูกค้าจ่ายเพิ่ม แต่เลนส์ที่โฟกัสหลุดตอนสัมภาษณ์ทำให้คุณเสียงานได้จริง นี่คือเหตุผลที่ผมเห็นคนทำงานสาย FX5 หลายคนเริ่มเปลี่ยนลำดับคำถาม จากเดิมที่ถามว่าตัวไหนภาพดีกว่า กลายเป็นถามว่าตัวไหนที่เคยมีคนเอาไปใช้กับบอดี้รุ่นเดียวกับผมแล้วผ่านงานจริงมาแล้ว
แรงกดดันนี้เปลี่ยนพฤติกรรมฝั่งผู้ผลิตด้วย
ที่น่าสนใจคือแรงกดดันนี้เปลี่ยนพฤติกรรมฝั่งผู้ผลิตด้วย การได้รับสิทธิ์ใช้โปรโตคอลเมาท์อย่างเป็นทางการกลายเป็นเรื่องที่แบรนด์ใหญ่ต้องมี Sigma, Tamron, Viltrox และ Samyang ได้สิทธิ์นี้กับ E-mount ของ Sony จึงรองรับออโต้โฟกัสเต็มระบบรวมถึง Eye AF และการติดตามวัตถุ และผลของการเปิดระบบแบบนี้ทำให้ E-mount มีตัวเลือกเลนส์จากแบรนด์อื่นกว้างที่สุดในบรรดาระบบใหญ่ อีกอย่างที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่คือความสามารถในการอัปเดตเฟิร์มแวร์ของตัวเลนส์เอง ตอน Sony A7 V ออกมาแล้ว Viltrox เจอปัญหาความเข้ากันได้ สิ่งที่เขาทำคือปล่อยเฟิร์มแวร์แก้ครอบทั้งซีรีส์ LAB, Pro และ Air ถ้าเลนส์อัปเดตไม่ได้ เรื่องนี้จบไม่ลง
ผมไม่ได้จะบอกว่าออปติกไม่สำคัญ ถ้าคุณถ่ายงานที่ต้องเปิดกว้างสุดตลอดเวลา คุณภาพที่รูรับแสงกว้างยังเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอยู่ และเลนส์แต่ละตัวก็ยังให้บุคลิกภาพต่างกันซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกต้องในการเลือก ผมแค่จะบอกว่าน้ำหนักในการตัดสินใจได้ขยับไปแล้ว และคนที่ยังจัดลำดับแบบสิบปีก่อนมักจ่ายเงินไปกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ใช้
สิ่งที่เปลี่ยนตามมาคือวิธีซื้อ ถ้าตัวแยกอยู่ที่ความเข้ากันได้ คุณจะประเมินมันจากสเปกไม่ได้ คุณต้องได้ลอง เอาบอดี้ตัวจริงของคุณไปที่ร้าน ขอใส่เลนส์ตัวที่หมายตา แล้วทดสอบเฉพาะฟังก์ชันที่งานคุณต้องใช้ ให้ร้านช่วยดูเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ทั้งสองฝั่ง แล้วถามว่าถ้ามีปัญหาหลังซื้อ เขาดูแลยังไง ร้านที่ขายทั้งเลนส์ค่ายหลักและนอกค่ายจะตอบเรื่องนี้ได้ตรงที่สุด เพราะเขาเห็นเคสจริงจากลูกค้าหลายคน ในเมื่อสิ่งที่คุณกำลังซื้อไม่ใช่แค่ชิ้นแก้ว แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเลนส์กับบอดี้ที่ต้องอยู่ด้วยกันอีกหลายปี คุณควรจ่ายเวลาให้กับการทดสอบมากกว่าการอ่านสเปกหรือเปล่า










