📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ออโต้โฟกัสที่เก่งขึ้น เปลี่ยนวิธีทำงานของกองถ่ายเล็กยังไง

ออโต้โฟกัสที่เก่งขึ้น

Video Autofocusออโต้โฟกัสที่เก่งขึ้นเปลี่ยนวิธีทำงานของกองถ่ายเล็กมากกว่าที่หลายคนรู้ตัว ถ้าเปิดใบเสนอราคางานวิดีโอองค์กรของเมื่อสิบปีก่อนเทียบกับวันนี้ สิ่งที่หายไปชัดที่สุดไม่ใช่ค่ากล้อง แต่คือบรรทัดที่เขียนว่าผู้ช่วยกล้อง งานสัมภาษณ์ที่เคยต้องใช้คนสี่คน วันนี้ทีมสองคนรับได้สบาย และลูกค้าจำนวนไม่น้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อก่อนมันเคยต้องใช้กี่คน

Video Autofocus: ออโต้โฟกัสที่เก่งขึ้น ไม่ใช่ราคากล้อง คือสิ่งที่ทำให้กองเล็กลง

คนมักอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นเพราะกล้องถูกลง ซึ่งจริงแค่ครึ่งเดียว ราคากล้องที่ตกลงทำให้คนเข้าวงการได้ง่ายขึ้นก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้กองเล็กลงจริง ๆ คือความแม่นของระบบโฟกัส เพราะหน้าที่ของผู้ช่วยกล้องคนแรกในกองเล็กคือการรักษาความคม ไม่ใช่การยกของ เมื่อกล้องทำหน้าที่นั้นได้เองในระดับที่ไว้ใจได้เกือบทั้งวัน ตำแหน่งนั้นก็ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจให้มีอยู่ในงบก้อนเล็ก งบที่เคยเป็นค่าตัวคนหนึ่งคนถูกย้ายไปลงกับไมค์ที่ดีขึ้น ไฟที่ใหญ่ขึ้น หรือถูกหักออกจากใบเสนอราคาไปเลยเพื่อให้ชนะงาน

ด้านที่ต้องมองให้ครบคือราคาต่อวันที่ถูกกดลงพร้อมกัน

ตรงนี้แหละที่ต้องมองสองด้าน ด้านหนึ่งคือคนทำงานได้กำไรต่อหัวมากขึ้น รับงานได้บ่อยขึ้น ไม่ต้องรอคิวทีม อีกด้านคือเมื่อทุกคนทำได้เท่ากัน ราคาต่อวันก็ถูกกดลงพร้อมกันทั้งตลาด ลูกค้าที่เคยเข้าใจว่างานวิดีโอต้องใช้ทีม เริ่มเคยชินกับการเห็นคนเดียวหิ้วกล้องมาแล้วได้งานที่ดูดี ความคาดหวังนั้นย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันว่าทำไมคุณถึงเสนอราคาสูงกว่าคนอื่น สิ่งที่เทคโนโลยีให้มาฟรีไม่เคยฟรีจริงในระยะยาว

ผลที่ตามมาซึ่งพูดถึงกันน้อยคือรูปแบบงานที่เปลี่ยนไปด้วย เมื่อโฟกัสไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป คนถ่ายกล้าจัดฉากที่มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น กล้าเปิดรูรับแสงกว้าง กล้าถ่ายเดินตามคนในที่แคบ ภาษาภาพของงานคอมเมอร์เชียลไทยในรอบห้าปีจึงดูเคลื่อนไหวมากกว่าเดิมชัดเจน ไม่ใช่เพราะรสนิยมเปลี่ยนอย่างเดียว แต่เพราะสิ่งที่ทำได้ในงบเท่าเดิมมันเปลี่ยน

แล้วควรวางเงินกับวางเวลาไว้ตรงไหน

คำถามที่สำคัญกว่าคือแล้วคุณควรวางเงินกับวางเวลาไว้ตรงไหน ถ้าโครงสร้างตลาดเป็นแบบนี้ อุปกรณ์ที่คุ้มที่สุดไม่ใช่ตัวที่ให้ภาพคมที่สุด แต่คือตัวที่ทำให้คุณทำงานคนเดียวได้โดยไม่ต้องลุ้น บอดี้ที่ระบบติดตามเสถียร เลนส์ที่คุยกับบอดี้ได้เต็มระบบ และจอที่ทำให้คุณเห็นว่าอะไรคมจริงระหว่างอัด สามอย่างนี้ให้ผลตอบแทนต่อบาทสูงกว่าเลนส์ตัวที่เก่งขึ้นอีกนิดแต่โฟกัสงอแง เพราะมันเปลี่ยนจำนวนงานที่คุณรับได้ต่อเดือน ไม่ใช่แค่คุณภาพของแต่ละเฟรม

ส่วนทักษะ สิ่งที่มีค่าขึ้นสวนทางกับเทคโนโลยีคือความสามารถในการกำกับหน้ากอง เมื่อคุณไม่ต้องเอาสมองไปจดจ่อกับความคม สมองก้อนนั้นควรถูกใช้กับการคุมจังหวะ คุยกับซับเจกต์ให้ผ่อนคลาย และเห็นก่อนคนอื่นว่าช็อตไหนยังขาด นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจำได้และจ้างซ้ำ

คำถามที่เหลือไว้ให้คิดคือ ถ้าอีกห้าปีระบบโฟกัสเก่งขึ้นอีกเท่าตัว งานส่วนไหนของคุณจะเป็นส่วนที่ยังไม่มีใครแทนได้

Prev
เลนส์ของค่ายเดียวกัน กับ เลนส์นอกค่าย เรื่องโฟกัสต่างกันแค่ไหน
เลนส์ของค่ายเดียวกัน กับ เลนส์นอกค่าย

เลนส์ของค่ายเดียวกัน กับ เลนส์นอกค่าย เรื่องโฟกัสต่างกันแค่ไหน

Next
เมื่อกล้องโฟกัสเองได้แม่นขึ้นทุกปี ทักษะโฟกัสด้วยมือยังจำเป็นไหม
เมื่อกล้องโฟกัสเองได้แม่นขึ้นทุกปี

เมื่อกล้องโฟกัสเองได้แม่นขึ้นทุกปี ทักษะโฟกัสด้วยมือยังจำเป็นไหม

You May Also Like