เคล็ดลับบันทึกเสียงด้วยมือถือสำหรับงานวิดีโอและการทำคอนเทนต์ คอนเทนต์ตอนนี้เราจะมาเรียนรู้ เคล็ดลับสำหรับคนที่ถ่ายวิดีโอ ด้วยมือถือและการทำคอนเทนต์ครับ ผมมั่นใจว่าหลายคนก็เลือกที่จะใช้ กล้องมือถือ ในการถ่ายวิดีโอพร้อมทั้งบันทึกเสียงไปด้วย และเสียงก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้งานวิดีโอของเรานั้นออกมาดูดีได้ ในตอนนี้เราจะมาเรียนรู้พร้อมกันครับว่าควรทำยังไงถ้าอยากให้เราได้เสียงที่ดี
เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. ควรใช้ไมโครโฟนแบบแยก และเลือกใช้ไมโครโฟนให้เหมาะสมกับงาน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เราต้องใช้ ไมโครโฟนแบบแยก เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าไมโครโฟนที่มากับมือถือครับ ยังไงส่วนนี้ก็ช่วยให้เสียงของเราดีขึ้นทันทีแน่นอน แต่ การเลือกใช้ไมโครโฟน ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมเหมือนกัน ผมขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้หลาย ๆ ท่านเอาไปต่อยอดได้ตามนี้นะครับ

ไมโครโฟน Wireless จะใช้งานง่ายที่สุด และมีแบบที่เป็นพอร์ตตรงสำหรับมือถือของเราไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Android อีกทั้งการตั้งค่ายังง่ายด้วยครับ นอกจากนี้ไมโครโฟน Wireless หลายตัวจะมีตัวส่งสัญญาณที่เป็น Built-in Microphone ในตัว เราเปิดติดก็พร้อมอัดเสียงลงวิดีโอได้เลย ติดตั้งก็ง่าย สะดวกต่อการพกพาและใช้งานในทุกสถานการณ์

ถ้าหากจะใช้ ไมโครโฟนแบบอื่น ๆ เช่น ไมค์ Shotgun ควรใช้ในพื้นที่กว้างหน่อย ไม่เหมาะกับห้องแคบเพราะจะมีเสียงสะท้อนเยอะครับ ข้อดีของไมค์แบบนี้คือจะได้เสียงพูดที่คมชัด และยังเก็บเสียงบรรยากาศรอบข้างได้ด้วย เหมาะกับการถ่ายวิดีโอแนวสัมภาษณ์หรือถ่ายกลางแจ้งที่ต้องการเสียงธรรมชาติ

ไมโครโฟนแบบหนีบปก ทั้งแบบสายยาว ๆ และแบบที่ต่อเข้ากับ Microphone Wireless อีกที เหมาะกับการใช้บันทึกเสียงพูด หรือการบันทึกเสียงที่เราไม่อยากให้เสียงรบกวนเข้ามาเยอะ การใช้ไมโครโฟนแบบหนีบปก (Lavalier) ช่วยให้เราสะดวก ทำงานได้ง่าย และเป็นไมโครโฟนยอดนิยมครับ
2. ใช้แอพสำหรับถ่ายวิดีโอที่สามารถเช็คระดับการรับเสียงได้
เคล็ดลับอย่างที่สอง คือการใช้ แอปถ่ายวิดีโอที่สามารถเช็คระดับเสียงได้ ซึ่งมีหลายแอปพลิเคชันมาก ๆ เช่น FiLMiC Pro หรือแอปอื่น ๆ ที่เราถนัด การที่เราเห็นระดับเสียงระหว่างการถ่าย จะช่วยให้เรารู้ได้ทันทีว่าเสียงที่ได้นั้นดังหรือเบาเกินไปหรือไม่ พร้อมทั้งยังทำให้เราสังเกตได้ว่า มีเสียงบรรยากาศรบกวนมากน้อยแค่ไหนด้วย
3. ให้ระดับการบันทึกเสียงอยู่ที่ -12dB
เคล็ดลับที่สามคือการบันทึกเสียงให้อยู่ที่ -12dB ซึ่งจะเป็นการบันทึกเสียงในระดับที่พอดีมาก ๆ เสียงคมชัด ไม่แตกพร่า สามารถเอาเสียงไป Process ต่อได้ เช่น เอาไปทำ Bass Boost หรือปรับโทนเสียงในงานวิดีโอได้

4. ติดตั้งไมโครโฟนไว้ในจุดที่เหมาะสม
สิ่งสำคัญต่อมาก็คือการ ติดตั้งไมโครโฟน ไว้ในจุดที่เหมาะครับ ไมโครโฟน เนี่ยไม่ใช่ว่าเราติดใกล้ปากแล้วเสียงจะดีเลย คือมันมีระดับที่เหมาะสมกับการทำงานอยู่

ไมโครโฟนแบบ Wireless ที่เป็น ไมค์ Built-in เราควรติดไมโครโฟนบริเวณ หน้าอก เพราะเสียงพูดของเราจะเข้าไมค์ได้ในระดับความดังที่พอดีและเหมาะสมที่สุด
แต่ถ้าหากว่า Wireless Microphone ติด ไมค์ Lavalier (ไมค์หนีบปก) มาด้วย ก็ควรติดไมค์ไว้ เหนือระดับหน้าอกขึ้นไปเล็กน้อย เนื่องจากไมค์หนีบปกมีระยะการรับเสียงที่แคบกว่า ไมค์ Built-in เล็กน้อยครับ

ส่วนคนที่ใช้ ไมโครโฟนแบบ Shotgun สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมคือ พื้นที่กว้าง ไม่มีเสียงสะท้อน (ไม่เหมาะกับห้องแคบ ๆ) นอกจากนี้ ไมค์ Shotgun ที่ออกแบบมาสำหรับมือถือมักจะมีขนาดเล็ก และมี ระยะรับเสียงใกล้ ดังนั้นจึงควรตั้งกล้อง ไม่ห่างจากผู้พูดมากเกินไป เพื่อให้ได้เสียงที่ชัดและคมที่สุดครับ
5. ฝึกปรับแต่งคุณภาพเสียงในขั้นตอนการตัดต่อ เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ต่อมาก็คือ เราควรฝึกปรับแต่งคุณภาพเสียงในขั้นตอนตัดต่อ ด้วยครับ
ซึ่งโดยทั่วไปเราสามารถปรับได้ตั้งแต่การ ลดเสียงรบกวน (Noise Reduction) — แต่ไม่ควรทำมากเกินไป เพราะอาจทำให้คุณภาพเสียงดรอปลงได้ —
หรือจะเป็นการ เพิ่มเนื้อเสียงพูด (Voice Enhance) เพื่อให้เสียงพูดฟังดูมีพลังและโดดเด่นมากขึ้นครับ

การที่เราบันทึกเสียงมาได้ดีแล้ว และสามารถปรับแต่งเสียงได้ดี ก็ยิ่งช่วยให้เราได้ลักษณะของเสียงที่เหมาะสมกับคอนเทนต์เราได้มากขึ้นครับ ส่วนนี้ยังไงก็ควรฝึกด้วยนะครับ
สำหรับใครมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องมือถือ หรืออยากได้อุปกรณ์เสริม สามารถสอบถามได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้คำปรึกษาตลอดเวลาครับ
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี