เมื่อมีไฟแล้ว ขั้นต่อไปคืออุปกรณ์กระจายแสงเพื่อทำให้แสงนุ่มลง สองตัวเลือกยอดนิยมคือซอฟต์บ็อกซ์กับร่มกระจายแสง หลายคนงงว่าต่างกันยังไงและควรเริ่มอันไหน วันนี้เราจะมาเทียบกันให้เห็นภาพ
ทำไมต้องกระจายแสง
เพราะไฟดวงเปล่า ๆ ให้แสงแข็ง เงาคม ดูไม่น่ามองเวลาถ่ายคน การกระจายแสงผ่านพื้นผิวขนาดใหญ่ทำให้แสงนุ่มลง เงาค่อย ๆ ไล่ ผิวดูเนียน หลักสำคัญคือยิ่งแหล่งแสงใหญ่เมื่อเทียบกับตัวแบบ แสงยิ่งนุ่ม ทั้งซอฟต์บ็อกซ์และร่มทำหน้าที่ขยายขนาดแหล่งแสงนี้
ร่มกระจายแสง
มันคือร่มที่กางออกเพื่อกระจายแสงให้กว้าง มีสองแบบหลัก แบบสะท้อนที่ยิงไฟเข้าร่มแล้วสะท้อนกลับมาหาตัวแบบ และแบบทะลุที่ยิงไฟผ่านผ้าร่มไปหาตัวแบบ ข้อดีของร่มคือราคาถูก กางเก็บเร็ว เบา และให้แสงกว้างนุ่มกระจายทั่ว ข้อเสียคือแสงมันฟุ้งกระจายไปทั่วห้องควบคุมทิศทางยาก แสงเลยไปโดนฉากหลังและสะท้อนกลับมาบ้าง
ซอฟต์บ็อกซ์
คือกล่องที่ครอบไฟแล้วมีผ้ากระจายแสงด้านหน้า ข้อดีคือควบคุมทิศทางแสงได้ดีกว่า แสงพุ่งไปทางที่เราเล็งเป็นหลัก ไม่ฟุ้งไปทั่ว ทำให้จัดแสงให้ตกเฉพาะตัวแบบและคุมเงาได้แม่นกว่า อีกทั้งยังให้แสงที่ดูเป็นระเบียบสวยงาม ข้อเสียคือราคาสูงกว่าร่ม ติดตั้งนานกว่า และเก็บยุ่งกว่า
ควรเริ่มอันไหน
ถ้างบจำกัดและอยากเริ่มเรียนรู้การจัดแสงแบบไม่กดดัน ร่มเป็นจุดเริ่มที่ดีและถูก ใช้ง่าย เห็นผลของแสงนุ่มได้ทันที เหมาะกับการฝึกและงานที่ไม่ต้องคุมแสงเป๊ะ แต่ถ้างานของเราต้องการคุมทิศทางแสง เช่นถ่ายคนที่อยากให้ฉากหลังมืดลงในขณะที่ตัวแบบสว่าง หรือถ่ายในที่แคบที่ไม่อยากให้แสงฟุ้งไปทั่ว ซอฟต์บ็อกซ์จะตอบโจทย์กว่า
เช็กตอนซื้อ
คือระบบยึดกับไฟของเรา ทั้งร่มและซอฟต์บ็อกซ์ต้องเข้ากับเมาท์ของไฟที่เรามี ซอฟต์บ็อกซ์โดยเฉพาะต้องดูว่าใช้เมาท์แบบเดียวกับไฟไหม และดูขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ ขนาดใหญ่ให้แสงนุ่มกว่าแต่กินที่และเอาออกนอกสถานที่ลำบากกว่า
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ร่มถูก เบา ใช้ง่าย ให้แสงนุ่มกระจายทั่วแต่คุมทิศยาก เหมาะกับการเริ่มต้นและงบจำกัด ส่วนซอฟต์บ็อกซ์คุมทิศทางแสงได้ดีกว่าและให้แสงเป็นระเบียบ เหมาะกับงานที่ต้องการคุมแสงแม่น เลือกตามว่างานเราต้องการความง่ายหรือการควบคุม และอย่าลืมเช็กเมาท์ให้เข้ากับไฟ