เครื่องบันทึกเสียงภายนอกหรือ audio recorder เป็นอุปกรณ์ที่คนทำวิดีโอจริงจังหลายคนใช้ แต่มือใหม่มักสงสัยว่าในเมื่อกล้องอัดเสียงได้อยู่แล้ว ทำไมต้องมีเครื่องแยกอีก วันนี้เราจะมาดูว่ามันจำเป็นเมื่อไหร่และเลือกยังไง
เครื่องบันทึกเสียงแก้ปัญหาอะไร
แม้กล้องจะอัดเสียงได้ แต่วงจรเสียงในกล้องหลายตัวคุณภาพไม่สูงเท่าเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อเสียงโดยเฉพาะ เครื่องบันทึกแยกมักให้พรีแอมป์ที่สะอาดกว่า รบกวนน้อยกว่า และควบคุมระดับเสียงได้ละเอียดกว่า นอกจากนี้มันยังรับไมค์ระดับมืออาชีพที่กล้องเสียบตรงไม่ได้
มันจำเป็นเมื่อไหร่
ลองดูสัญญาณเหล่านี้ ถ้างานของเราเสียงสำคัญมากอย่างสัมภาษณ์ สารคดี หรือคอนเทนต์ที่คนฟังเป็นหลัก คุณภาพเสียงที่สูงขึ้นคุ้มกับการมีเครื่องแยก ถ้าเราต้องใช้ไมค์หลายตัวพร้อมกัน เครื่องบันทึกที่รับได้หลายช่องช่วยจัดการได้ดีกว่ากล้อง ถ้าเราอยากแยกการบันทึกเสียงออกจากกล้องเพื่อความยืดหยุ่นในการตัดต่อ หรือทำงานที่กล้องกับไมค์อยู่คนละจุด เครื่องบันทึกก็ช่วยได้
เมื่อไหร่ที่ยังไม่จำเป็น
ถ้างานของเราเป็นคอนเทนต์ทั่วไป ใช้ไมค์ตัวเดียวเสียบกล้องแล้วเสียงดีพอ และเราอยากให้ขั้นตอนทำงานเรียบง่าย เครื่องบันทึกแยกก็ยังไม่จำเป็น เพราะมันเพิ่มอุปกรณ์และเพิ่มขั้นตอนการรวมเสียงกับภาพตอนตัดต่อ
ถ้าจะซื้อ ดูอะไร
เรื่องแรกคือจำนวนช่องรับเสียง ดูว่างานเราต้องรับไมค์กี่ตัวพร้อมกัน แล้วเลือกให้พอกับงานโดยมีเผื่อ เรื่องที่สองคือคุณภาพพรีแอมป์ ซึ่งเป็นหัวใจของเครื่อง พรีแอมป์ที่สะอาดทำให้อัดเสียงเบา ๆ ได้โดยไม่มีเสียงซ่ารบกวน เรื่องที่สามคือการจ่ายไฟให้ไมค์ที่ต้องการไฟเลี้ยง ถ้าจะใช้ไมค์แบบนั้นต้องเลือกเครื่องที่จ่ายไฟเลี้ยงได้
เรื่องที่สี่คือความสะดวกในการพกพาและการจ่ายไฟของตัวเครื่องเอง ว่าใช้ถ่านหรือแบตและอยู่ได้นานแค่ไหน เรื่องที่ห้าคือฟังก์ชันที่ช่วยกันพลาด อย่างการอัดสำรองอีกแทร็กที่ระดับเบากว่า เผื่อกรณีเสียงดังเกินจนแตก จะได้มีแทร็กสำรองที่ใช้ได้
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ เครื่องบันทึกเสียงภายนอกจำเป็นเมื่อเสียงคือหัวใจของงาน ต้องใช้ไมค์หลายตัว หรือต้องการคุณภาพและความยืดหยุ่นที่กล้องให้ไม่ได้ ถ้างานทั่วไปใช้ไมค์ตัวเดียวเสียบกล้องก็ยังพอ และถ้าจะซื้อ ให้ดูจำนวนช่องและคุณภาพพรีแอมป์ให้ตรงกับงานเป็นหลัก