ไมค์ลอยไร้สายเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนชีวิตคนทำคอนเทนต์คนเดียว เพราะมันให้เสียงสะอาดใกล้ปากโดยไม่ต้องลากสาย ขยับไปไหนเสียงก็ตามไป แต่พอจะเลือกซื้อมีหลายรุ่นหลายราคา วันนี้เราจะมาดูว่าควรดูอะไร
ไมค์ลอยแก้ปัญหาอะไร
เวลาถ่ายพูดหน้ากล้องแล้วเดินไปมา หรือถ่ายสัมภาษณ์ที่คนอยู่ห่างกล้อง การใช้ไมค์มีสายจะจำกัดการเคลื่อนไหว ไมค์ลอยตัดข้อจำกัดนี้ออก ตัวส่งหนีบที่ตัวแบบใกล้ปาก ตัวรับเสียบที่กล้อง เสียงสะอาดส่งแบบไร้สาย ทำให้ถ่ายได้อิสระ
ความเสถียรของสัญญาณและระยะ
เรื่องแรกที่ต้องดูคือความเสถียรของสัญญาณและระยะ ไมค์ลอยที่ดีต้องส่งเสียงได้ต่อเนื่องไม่ขาดหายในระยะที่เราใช้จริง ดูระยะที่รองรับ แต่เผื่อใจว่าระยะที่โฆษณามักวัดในที่โล่ง ในงานจริงที่มีสิ่งกีดขวางและคลื่นรบกวนระยะจะสั้นลง ความเสถียรในที่มีคนเยอะหรือสัญญาณหนาแน่นสำคัญกว่าตัวเลขระยะสูงสุด
คุณภาพเสียง
เรื่องที่สองคือคุณภาพเสียง ฟังตัวอย่างเสียงจริงจากรีวิวว่าใส ชัด และเก็บรายละเอียดดีไหม บางตัวมีระบบลดเสียงรบกวนรอบข้างที่ช่วยได้ในที่มีเสียงพื้นหลัง และดูว่ามีตัวเลือกปรับระดับเสียงได้ไหม เพื่อกันเสียงดังเกินจนแตก
แบตและการเชื่อมต่อ
เรื่องที่สามคืออายุแบตและความสะดวกในการชาร์จ เพราะไมค์ลอยมีทั้งตัวส่งและตัวรับที่ต้องมีไฟ ดูว่าใช้งานต่อเนื่องได้นานพอกับงานเราไหม และชาร์จสะดวกแค่ไหน หลายรุ่นมีกล่องชาร์จที่เก็บและชาร์จไปพร้อมกัน ช่วยให้พร้อมใช้ตลอด
เรื่องที่สี่คือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของเรา เช็กว่าตัวรับเสียบเข้ากับกล้องหรือมือถือเราได้ บางรุ่นมาพร้อมสายและตัวแปลงสำหรับทั้งกล้องและมือถือ ถ้าเราถ่ายด้วยมือถือบ้างกล้องบ้าง การรองรับทั้งสองอย่างจะสะดวก
เรื่องที่ห้าคือจำนวนตัวส่ง ถ้าเราต้องสัมภาษณ์สองคนพร้อมกัน ต้องเลือกชุดที่มีตัวส่งสองตัวและตัวรับที่รับได้สองช่อง การวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ซื้อช่วยให้ไม่ต้องซื้อซ้ำ
เรื่องที่หกที่คนมองข้ามคืออุปกรณ์กันลม ถ้าต้องถ่ายกลางแจ้ง ลมปะทะไมค์ทำให้เสียงเสีย ดูว่ามีฟองน้ำหรือขนกันลมมาให้ไหม เพราะเป็นของเล็ก ๆ ที่สำคัญมากกับงานนอกสถานที่
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ไมค์ลอยที่ดีคือตัวที่สัญญาณเสถียรในงานจริง เสียงใส แบตอยู่ได้ทั้งวันถ่าย และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เราได้ อย่าเลือกจากระยะสูงสุดที่โฆษณาอย่างเดียว ให้ดูความเสถียรและคุณภาพเสียงเป็นหลัก เพราะเสียงที่ดีคือสิ่งที่ทำให้คนดูอยู่กับคอนเทนต์เรา