รูปแบบการรับเสียงของไมโครโฟน (Polar Patterns) คือทิศทางหรือพื้นที่ที่ไมโครโฟนสามารถรับเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเลือกไมค์ให้เหมาะกับงานของเรา เพราะแม้ว่าไมโครโฟนในตลาดจะมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ
- ไมโครโฟนชนิดไดนามิก (Dynamic Microphone)
- ไมโครโฟนชนิดคอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone)
แต่ละประเภทก็มี ความไวต่อเสียงไม่เหมือนกัน และที่สำคัญคือ มีรูปแบบการรับเสียงที่ต่างกัน ซึ่งรูปแบบนี้เองจะส่งผลต่อ “เสียงที่ไมโครโฟนรับเข้าไปจริง ๆ” และมีผลต่อคุณภาพเสียงโดยตรง
ดังนั้นการรู้จัก Polar Patterns ของไมค์ จะช่วยให้เราเลือกไมค์ได้ถูกต้องตามการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้สำหรับ อัดเสียงในสตูดิโอ, ไลฟ์สด, พอดแคสต์, ประชุมออนไลน์, หรือ งานวิดีโอ มาดูกันว่ารูปแบบการรับเสียงของไมค์มีกี่ประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหนบ้าง
เลือกอ่านตามหัวข้อ

รูปแบบการรับเสียงของไมโครโฟน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
รูปแบบการรับเสียงของไมโครโฟน จะเป็นรูปแบบของการรับเสียงว่าไมค์ตัวนั้นมีการรับเสียงจากด้านหน้า ทั้งสองด้าน หรือรับเสียงได้โดยรอบ ซึ่งรูปแบบการรับเสียง (polar patterns) แบ่งตามทิศทางการรับเสียง สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ
- ไบไดเรคชันนอล (Bidirectional / Figure-of-Eight) – รับเสียงได้จากทั้งสองด้านของไมโครโฟน
- คาร์ดิออยด์ (Cardioid) – รับเสียงได้จากด้านหน้าได้ดี
- ออมนิไดเรคชันนอล (Omnidirectional) – รับเสียงได้รอบทิศทาง


1. คาร์ดิออยด์ (Cardioid)
รูปแบบการรับเสียงแบบ คาร์ดิออยด์ (Cardioid) จะรับเสียงได้ดีที่สุดเมื่อแหล่งกำเนิดเสียงมาจาก ด้านหน้าของไมโครโฟน ซึ่งจะมีอีก 2 ลักษณะย่อย ที่สามารถรับเสียงจากด้านหน้าได้ดีและรับเสียงด้านข้างได้เล็กน้อย คือ Hyper-cardioid และ Super-cardioid


ข้อดีของไมค์ที่มีรูปแบบการรับเสียงแบบ คาร์ดิออยด์ คือสามารถ เก็บเสียงด้านหน้าได้ดี, กำหนดคุณภาพเสียงที่ต้องการได้ชัดเจน และลดเสียงรบกวนที่มาจากทิศทางอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไมค์ชอร์ตกัน (Shotgun Microphone) ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของไมค์ที่ใช้รูปแบบการรับเสียงแบบคาร์ดิออยด์ ซึ่งนิยมใช้ในการทำงาน Vlog, งานวิดีโอภาพยนตร์, หรืองานถ่ายทำภายนอก โดยจะเน้นเก็บเสียงผู้พูดด้านหน้าเป็นหลัก รับเสียงจากด้านข้างเล็กน้อย และ ไม่รับเสียงจากด้านหลัง
2. ออมนิไดเรคชันนอล (Omnidirectional)
ออมนิไดเรคชันนอล (Omnidirectional) เป็นรูปแบบการรับเสียงที่ รับเสียงจากรอบทิศทาง และสามารถเก็บรายละเอียดเสียงได้ดี ไม่ว่าแหล่งกำเนิดเสียงจะอยู่ทิศทางใดก็ตาม ทั้งเสียงหลัก เช่น เสียงพูด, เสียงร้องเพลง, หรือ เสียงบรรยากาศโดยรอบ (Ambient Sound) ซึ่งให้ความเป็นธรรมชาติของเสียง — แต่ก็หมายความว่า เสียงแทรกหรือเสียงรบกวน จะถูกเก็บเข้ามาด้วยเช่นกัน


ดังนั้น หากต้องการลดเสียงรบกวน ควรให้ไมค์ อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงหลัก เพื่อให้เสียงหลักดังชัดกว่าเสียงรบกวนจากทิศทางอื่น หรือใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง ตัวกันลม (Windshield) หรือนวมกันเสียง ก็ช่วยได้เช่นกัน
ตัวอย่างของไมค์ที่ใช้รูปแบบการรับเสียงแบบนี้ ได้แก่ ไมค์ลาวาเรีย (Lavalier) หรือ ไมค์ไร้สายทั่วไป ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งในและนอกสถานที่

3. ไบไดเรชันนอล (Bidirectional หรือ figure-of-eight)
เป็นรูปแบบการรับเสียง สองทิศทาง คือรับเสียงได้ดีทั้ง ด้านหน้าและด้านหลังของไมโครโฟน โดยจะรับเสียงจากด้านข้างน้อย รูปแบบการรับเสียงจึงมีลักษณะคล้ายเลข 8 ทำให้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Figure-of-Eight Polar Pattern

มักจะพบใน ไมโครโฟนระดับมืออาชีพ หรือการทำงานเฉพาะทาง เช่น ห้องดนตรี ห้องอัดเสียง งานพูดคุยสัมภาษณ์ในสตูดิโอ หรืองานดีเจ โดยไมค์จะถูกวางไว้ ตรงกลางระหว่างผู้พูดและผู้ถูกสัมภาษณ์ ตัวอย่างของไมค์ที่มีรูปแบบการรับเสียงแบบนี้คือ Ribbon Microphone

สนใจเลือกซื้อไมโครโฟนหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องการใช้งานติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ COB หรือ LNWGADGET ได้เลยครับ
รูปแบบการรับเสียง 3 รูปแบบหลักๆใช้ยังไงถึงเหมาะกับการใช้งานของเรา !!??
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี