ถ่ายวิดีโอมือถือความละเอียดเท่าไหร่ดี ถึงจะสามารถได้ไฟล์วิดีโอที่เพียงพอต่อการใช้งาน คอนเทนต์วิดีโอในยุคนี้ ผมจะมาแนะนำเรื่องของการ ถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ ว่าเราควรตั้งค่าความละเอียดที่เท่าไหร่ จึงจะสามารถได้ไฟล์วิดีโอที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับงานของเรา
เลือกอ่านตามหัวข้อ
ซึ่งในวิดีโอที่เราใช้กันในปัจจุบันจะมีความละเอียดตั้งแต่ Full HD (1080p), 4K Video, ไปจนถึง 8K Video กล้องบางรุ่นสามารถถ่ายระดับสูงสุดได้อย่างคมชัด แถมยังมี โหมด Slow Motion บนมือถือ ที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับคอนเทนต์ของเราอีกด้วย การเลือกความละเอียดของวิดีโอจึงควรคำนึงถึงทั้งคุณภาพของภาพและขนาดไฟล์ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น การตัดต่อ การอัปโหลดลงโซเชียล หรือแม้แต่การใช้งานใน งานไลฟ์สดผ่านมือถือ

ทำให้หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราควรจะถ่ายวิดีโอด้วยมือถือที่ความละเอียดแบบไหนถึงจะทำงานได้ง่ายและสะดวกสุด ในคอนเทนต์นี้จะบอกเล่าให้ฟังครับ
1. ใช้ความละเอียดแบบ 4K สำหรับลง YouTube, Facebook และลงสื่อตามหน้าจอสำหรับธุรกิจทั่วไป
มาตรฐานคือการ ถ่ายวิดีโอความละเอียดแบบ 4K ครับ ผมคิดว่าหลายคนคงมีไอเดียว่า Full HD ก็เพียงพอแล้ว แต่ผมอยากให้คำแนะนำเพิ่มว่า การถ่ายวิดีโอบนความละเอียด 4K จะช่วยให้ Channel ของเรามีคุณภาพไฟล์ที่รองรับความละเอียดสูง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่หลายคนใช้กันในปัจจุบันและอนาคต

ก่อนหน้านี้ผมเคย ถ่ายวิดีโอด้วยมือถือความละเอียด Full HD ครับ แต่บางงานความละเอียด Full HD นั้นไม่ได้เพียงพอเท่าไหร่ เช่น การเก็บรายละเอียดตัวหนังสือเล็ก ๆ หรือคอนเทนต์ที่เราต้องการถ่ายทอดรายละเอียดให้เยอะหน่อย ไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดสูงขึ้นจะช่วยให้สามารถเก็บดีเทลเล็ก ๆ ได้ดีกว่า

ดังนั้น ถ้าหากเลือกได้และไม่ลำบากกับการทำงานเกินไป ก็ควรเลือก 4K เป็นมาตรฐานในการถ่ายวิดีโอ อีกทั้งการนำไฟล์มาครอป (Crop) หรือปรับเฟรมใหม่ภายหลัง ไฟล์วิดีโอระดับ 4K ก็ให้ความยืดหยุ่นและคุณภาพที่ดีกว่าครับ
2. การถ่าย Video Slow Motion ควรเลือกใช้อย่างเหมาะสม และให้ความสำคัญกับคุณภาพไฟล์
วิดีโอ Slow Motion สามารถสร้างความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์ของเราได้มาก เพราะมันสร้าง Movement ที่เคลื่อนไหวช้า ๆ เห็นรายละเอียดของจังหวะต่าง ๆ ได้ชัดเจน แต่การเลือกใช้ โหมดถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion บนมือถือ ต้องใช้ให้เหมาะสม เพราะยิ่งช้ามาก ไฟล์วิดีโอก็มักจะมีคุณภาพที่ลดลง

เนื่องจากในหนึ่งวินาที ไฟล์ Slow Motion จะต้องมีจำนวน เฟรมภาพ (Frame Rate) มากขึ้น เช่น 120fps หรือ 240fps ทำให้คุณภาพความละเอียดของไฟล์ในแต่ละเฟรมลดลงตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกใช้ Slow Motion อย่างเหมาะสมกับประเภทคอนเทนต์ จะช่วยให้เราได้ไฟล์ที่ยังคงมีคุณภาพดี และสร้างความน่าสนใจได้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพมากเกินไป
3. เฟรมเรตในการถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสม
เฟรมเรตในการถ่ายวิดีโอ (Frame Rate) ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่เรานำเสนอ โดยปกติถ้าวิดีโอแนว Cinematic มักจะเลือกถ่ายที่ 24fps เพราะให้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเฟรมเรตมาตรฐานที่ใช้ในภาพยนตร์ส่วนใหญ่

แต่ถ้าหากเป็นแนว Vlog หรือคอนเทนต์แนวสนุก ๆ เฟรมเรตประมาณ 30fps – 60fps ก็ดูน่าสนใจและมีความสมูทมากขึ้น เหมาะกับการถ่ายวิดีโอแนวเดินทาง ท่องเที่ยว หรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับว่าคอนเทนต์ของเราต้องการอารมณ์แบบไหน
สำหรับใครที่อยากเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เฟรมเรตในการถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ หรืออยากได้อุปกรณ์เสริมสำหรับถ่ายวิดีโอ เช่น ขาตั้งมือถือ ไฟเสริม หรือไมค์ คุณสามารถสอบถามได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้คำปรึกษาตลอดเวลาครับ
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี