ถ้าจะให้เลือกเทคนิคแฟลชแค่อย่างเดียวที่คุ้มค่าที่สุดกับเวลาที่เสียไปเรียน ผมยกให้เด้งแฟลช เทคนิคเดียวที่ทำแบบไม่ต้องคิด มันไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มสักบาท แค่หมุนหัวสปีดไลต์ขึ้น ภาพก็เปลี่ยนไปคนละเรื่อง
เด้งแฟลช เทคนิคเดียวที่ทำให้แสงนุ่ม
หลักการเบื้องหลังมันง่ายจนน่าตกใจ ตอนยิงตรง แหล่งแสงคือหน้าแฟลชเล็ก ๆ แต่พอเราหันหัวขึ้นเด้งเพดาน แสงมันวิ่งไปกระจายบนฝ้าเพดานก่อน แล้วค่อยตกลงมาหาตัวแบบ ทีนี้แหล่งแสงจริง ๆ ที่ส่องคนไม่ใช่หน้าแฟลชอีกต่อไป แต่กลายเป็นแผ่นฝ้าเพดานทั้งแผงที่กว้างเป็นเมตร แหล่งแสงใหญ่ขึ้นมหาศาล เงาเลยนุ่มลง แสงไล่โทนบนหน้าสวยขึ้นทันที นี่คือเหตุผลเดียวกับที่ซอฟต์บ็อกซ์ทำงาน แค่เราใช้เพดานเป็นซอฟต์บ็อกซ์ฟรี นี่คือหลักสำคัญของการเด้งแฟลชให้แสงดูนุ่มขึ้น
มุมเด้งที่ไม่ให้เงาใต้ตา
เวลาเด้ง อย่าหันหัวขึ้นตรง 90 องศาเป๊ะนะครับ เพราะแสงจะตกลงมาจากบนหัวพอดี ทำให้เกิดเงาดำใต้เบ้าตากับใต้จมูก เหมือนแสงเที่ยงวัน ผมชอบเอียงหัวแฟลชไปข้างหน้านิดนึงประมาณ 45 ถึง 60 องศา ให้แสงเด้งลงมาเฉียงจากด้านหน้าเยื้องบน หน้าคนจะได้มิติกำลังดี บางทีดึงแผ่นสะท้อนสีขาวเล็ก ๆ ที่ซ่อนในหัวแฟลชออกมาด้วย มันจะเด้งแสงส่วนหนึ่งมาเติมด้านหน้า ช่วยไล่เงาใต้ตาให้เบาลง
ระวังสีเพดานกับความสูง
เรื่องที่คนพลาดกันเยอะคือลืมดูสีของสิ่งที่เอาไปเด้ง เพดานขาวหรือผนังขาวคือเพื่อนคู่ใจ แต่ถ้าเพดานเป็นไม้สีน้ำตาล หรือผนังทาสีเขียว แสงที่เด้งกลับมาจะติดสีนั้นมาด้วย หน้าคนเลยเหลืองบ้างเขียวบ้างแบบแก้ทีหลังยาก อีกอย่างคือเพดานยิ่งสูงยิ่งต้องดันกำลังไฟขึ้น เพราะแสงเดินทางไกลกว่า บางห้องเพดานสูงสามสี่เมตร เด้งแล้วแทบไม่มีแรงเหลือมาถึงตัวคน อันนี้ต้องเผื่อใจ
ลองแค่นี้ก่อน หันหัวแฟลชเด้งเพดานขาวเยื้องหน้านิดหน่อย ถ่ายเทียบกับยิงตรงในเฟรมเดียวกัน แล้วดูความต่าง เอาจริง ๆ พอเห็นครั้งแรกหลายคนไม่กลับไปยิงตรงอีกเลย มันคือก้าวแรกที่ง่ายที่สุดในการทำให้แฟลชดูไม่เหมือนแฟลช
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- แหล่งแสงใหญ่ขึ้นมหาศาล เงาเลยนุ่มลง แสงไล่โทนบนหน้าสวยขึ้นทันที