📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

Global shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกันยังไง

global shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกัน

Global vs Rolling ShutterGlobal shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกันยังไง เริ่มจากอาการที่คนถ่ายงานอีเวนต์รถยนต์เจอกันจนชิน คือเสาไฟกับขอบตึกเอียงไปทางเดียวกันหมดตอนแพนตามรถที่วิ่งผ่านหน้ากล้อง ภาพเหมือนถูกดึงเฉียงทั้งเฟรม ทั้งที่กล้องทำงานปกติทุกอย่าง สิ่งที่เห็นคือผลจากวิธีที่เซนเซอร์อ่านภาพออกมา และมันอธิบายอาการแปลก ๆ อีกหลายอย่างที่จะเจอต่อไปในงานวิดีโอ

Global vs Rolling Shutter: เซนเซอร์ส่วนใหญ่ไล่อ่านข้อมูลจากบนลงล่างทีละแถว

วิธีนั้นเรียกว่า rolling shutter แถวบนสุดถูกอ่านก่อน แถวล่างสุดถูกอ่านทีหลัง ห่างกันเสี้ยววินาที ในภาพนิ่งของฉากที่ไม่มีอะไรขยับ ความต่างนี้ไม่มีความหมายเลย แต่ถ้าวัตถุในเฟรมเคลื่อนที่เร็ว หรือตัวกล้องเองแพนเร็ว ระหว่างที่ไล่อ่านจากแถวบนไปแถวล่าง ภาพมันเลื่อนไปแล้ว สิ่งที่บันทึกได้จึงไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกันทั้งเฟรม เส้นตรงอย่างเสาไฟหรือขอบอาคารเลยดูเอียง ใบพัดดูบิดเป็นตัวเอส

Global shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกันที่การอ่านพร้อมกันทั้งเฟรม

Global shutter แก้ที่ต้นเหตุด้วยการอ่านทั้งเซนเซอร์พร้อมกันในเวลาเดียว ทุกพิกเซลหยุดรับแสงพร้อมกันหมด ผลคือไม่มีอาการเอียงจากการแพน และไม่มีปัญหาแถบสว่างมืดครึ่งเฟรมเวลามีแฟลชยิงเข้ามาระหว่างถ่าย หรือเวลาอยู่ใต้ไฟที่กะพริบ ฟังดูเหมือนดีกว่าทุกทาง คำถามที่ตามมาคือแล้วทำไมกล้องส่วนใหญ่ยังไม่ใช้ คำตอบสั้น ๆ คือมันมีต้นทุน ทั้งราคาตัวเซนเซอร์และข้อแลกเปลี่ยนทางภาพ ในอดีตเซนเซอร์ global shutter มักให้ไดนามิกเรนจ์หรือประสิทธิภาพในที่แสงน้อยด้อยกว่าเซนเซอร์ rolling shutter ระดับใกล้เคียงกัน จุดนี้ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่าง RED KOMODO-X ที่ใช้เซนเซอร์ Super35 แบบ global shutter ก็ให้ไดนามิกเรนจ์ 16+ สตอป ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องขอโทษใคร

ฝั่ง rolling shutter เองก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่

เซนเซอร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้อ่านข้อมูลได้เร็วมากทำให้ช่องว่างเวลาระหว่างแถวบนกับแถวล่างสั้นลงจนอาการเอียงเหลือน้อยมาก งานที่เมื่อสิบปีก่อนต้องเลี่ยง วันนี้ถ่ายผ่านสบาย ๆ แพนตามคนเดิน ถ่ายมือถือแบบเดินตาม ถ่ายสัมภาษณ์ ถ่ายงานแต่ง ถ่ายสินค้า พวกนี้แทบไม่มีทางเห็นความต่าง อาการไม่ได้หายไปหมด ถ้าสะบัดกล้องแรง ๆ หรือถ่ายของที่หมุนเร็วจริง ๆ มันยังโผล่มาให้เห็น แต่เส้นแบ่งของคำว่าใช้งานได้จริงขยับไปไกลกว่าที่หลายคนเข้าใจ

เรื่องที่ควรเอากลับไปคิดจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าอันไหนดีกว่า แต่อยู่ที่ว่างานที่ทำเงินอยู่ทุกเดือนวิ่งเข้าไปในโซนที่ต้องใช้ global shutter บ่อยแค่ไหน ลองไล่ย้อนดูงานสิบชิ้นล่าสุด มีกี่ชิ้นที่มีแฟลชยิงระหว่างถ่าย มีจอ LED เต็มเฟรม มีรถหรือนักกีฬาความเร็วสูง ถ้าคำตอบคือหนึ่งหรือสองชิ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของการวางแผนหน้างานมากกว่าการเปลี่ยนกล้อง แล้วถ้าคำตอบคือครึ่งหนึ่ง นั่นถึงจะเป็นเหตุผลทางธุรกิจที่ควรคิดต่อ ซึ่งการไล่ดูทีละประเภทงานจะช่วยจัดกลุ่มให้ชัดขึ้น

Prev
งานแบบไหนที่ทำให้ทีมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อ global shutter
งานแบบไหนที่ทำให้ทีมยอมจ่ายเพิ่ม

งานแบบไหนที่ทำให้ทีมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อ global shutter

Next
ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง เกิดตอนไหนและแก้ยังไง
ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง

ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง เกิดตอนไหนและแก้ยังไง

You May Also Like