📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

Global shutter กับ rolling shutter เลือกตามงานแบบไหน

global shutter กับ rolling shutter เลือกตามงาน

Global Shutter Use CasesGlobal shutter กับ rolling shutter เลือกตามงานแบบไหนถึงจะตรง เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบกลางที่ใช้ได้กับทุกคน คำตอบเปลี่ยนไปทั้งหมดตามว่างานสามอย่างแรกที่ทำเงินให้คืออะไร คนที่ถ่ายสัมภาษณ์ผู้บริหารกับคนที่ถ่ายรถแข่งอยู่คนละโลกกันในเรื่องนี้ ทั้งที่ทั้งคู่เป็นมืออาชีพเหมือนกัน การไล่ดูทีละประเภทงานจึงให้คำตอบที่ตรงกว่าการเทียบสเปกสองตัววางข้างกัน

Global Shutter Use Cases: กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือกลุ่มที่แทบไม่เคยแตะขีดจำกัด

งานสัมภาษณ์ คอร์ปอเรต สารคดี คอนเทนต์แบรนด์ และงานอสังหา กลุ่มนี้ภาพเคลื่อนไหวช้าและควบคุมได้ กล้อง rolling shutter ยุคนี้จัดการได้สบายมาก คนที่จ่ายเพิ่มเพื่อ global shutter สำหรับงานกลุ่มนี้มักพบว่าตัวเองไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากมันเลย ในขณะที่อาจต้องแลกกับไดนามิกเรนจ์หรือความสามารถในที่แสงน้อยซึ่งใช้ทุกวัน เงินก้อนเดียวกันเอาไปลงกับไฟหรือเลนส์ให้ผลกับงานมากกว่าหลายเท่า

Global shutter กับ rolling shutter เลือกตามงาน กลุ่มอีเวนต์อยู่ตรงกลาง

งานอีเวนต์และงานแต่งอยู่กลาง ๆ ที่น่าสนใจ ตัวการเคลื่อนไหวไม่ได้เร็วจนเป็นปัญหา แต่มีสองสิ่งที่ทำให้เจอเรื่องนี้บ่อยคือแฟลชจากช่างภาพนิ่งและจอ LEDบนเวที ข่าวดีคือทั้งสองอย่างจัดการได้ด้วยการวางแผน คุยกับช่างภาพนิ่งก่อนงาน ไล่ตั้งสปีดชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กับความถี่ไฟหรือรีเฟรชเรตของจอตั้งแต่ก่อนงานเริ่ม แล้วเก็บภาพสำรองไว้ให้ตัดหนีได้ ทีมอีเวนต์จำนวนมากทำงานระดับพรีเมียมด้วยกล้อง rolling shutter มาตลอด เพราะเขาคุมตัวแปรพวกนี้เป็น สิ่งที่ global shutter ให้กับกลุ่มนี้จึงเป็นความสบายใจและความเร็วในการทำงาน มากกว่าการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

กลุ่มที่ต่างชัดเจนคือกีฬาและงานที่ต้องแพนเร็วเป็นประจำ

กีฬา มอเตอร์สปอร์ต และงานที่ต้องแพนเร็วมากเป็นประจำ ตรงนี้ความได้เปรียบของ global shutter ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสบายใจ แต่ขยับไปถึงสิ่งที่ถ่ายได้จริง ช็อตที่ต้องสะบัดตามวัตถุความเร็วสูงโดยมีเส้นตรงอยู่ในเฟรม อย่างเสารั้วสนามหรือแบริเออร์ข้างทาง คือช็อตที่ต้องหลบถ้าใช้กล้องที่อ่านเซนเซอร์ไม่เร็วพอ อีกกลุ่มคืองานที่มีจอ LED เต็มเฟรมตลอดเวลาโดยที่ควบคุมจอไม่ได้ และงานที่มีแฟลชยิงถี่ตลอดงานอย่างงานแถลงข่าวใหญ่ ๆ กลุ่มพวกนี้คือที่ที่คนยอมจ่ายแล้วรู้สึกว่าได้ของกลับมาจริง

ยังมีอีกกลุ่มที่คนไม่ค่อยพูดถึงคืองานที่ภาพต้องถูกเอาไปประมวลผลต่อ งานที่มีvisual effectsที่ต้องแทร็กกล้อง หรือการถ่ายเพื่อสร้างโมเดลสามมิติ ความบิดเบี้ยวของเฟรมทำให้ขั้นตอนหลังบ้านยากขึ้นและกินเวลาคนเพิ่ม ในงานที่ค่าแรงทีมโพสต์แพงกว่าค่าเช่ากล้อง การเลือก global shutter คือการประหยัดที่ปลายทาง

วิธีหาคำตอบของตัวเองที่ตรงที่สุดคือหยิบรายการงานที่รับปีที่แล้วมาแบ่งเป็นสามกอง กองที่ไม่มีทางเจอปัญหา กองที่จัดการได้ด้วยการวางแผน และกองที่ต้องพึ่งอุปกรณ์จริง ๆ สัดส่วนของสามกองนี้บอกได้ชัดกว่าสเปกใด ๆ และถ้ากองที่สามเล็กมาก ทางที่ประหยัดที่สุดอาจเป็นการจัดชุดรอบตัวให้พอกับงานหรือการเช่าเฉพาะงาน ไม่ใช่การเปลี่ยนกล้องทั้งชุด

Prev
ถ้ายังไม่ถึงงบ global shutter ควรจัดชุดยังไงให้พอกับงาน
ถ้ายังไม่ถึงงบ global shutter

ถ้ายังไม่ถึงงบ global shutter ควรจัดชุดยังไงให้พอกับงาน

Next
กล้อง global shutter กับ กล้องเซนเซอร์อ่านเร็ว ต่างกันแค่ไหนในทางปฏิบัติ
กล้อง global shutter กับ กล้องเซนเซอร์อ่านเร็ว

กล้อง global shutter กับ กล้องเซนเซอร์อ่านเร็ว ต่างกันแค่ไหนในทางปฏิบัติ

You May Also Like