📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง เกิดตอนไหนและแก้ยังไง

ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง

Rolling Shutter Flash Bandingภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง เกิดตอนไหนและแก้ยังไง เป็นสองอาการที่ถูกพูดถึงเหมือนเป็นคนละปัญหา ทั้งที่มันมาจากรากเดียวกัน คือแถบสว่างพาดครึ่งบนของเฟรมตอนช่างภาพนิ่งยิงแฟลช กับเสาที่เอียงตอนแพนกล้อง ต่างก็เกิดจากการที่เซนเซอร์ไล่อ่านภาพจากบนลงล่างทีละแถวแทนที่จะอ่านพร้อมกันทั้งเฟรม ความเข้าใจผิดตรงนี้ทำให้หลายคนไปแก้ผิดจุด และไปสรุปผิดว่ากล้องมีปัญหา

Rolling Shutter Flash Banding: อธิบายแบบเห็นภาพ ทั้งสองอาการคือตรรกะเดียวกันคนละแกน

แฟลชสว่างอยู่แค่เสี้ยวหนึ่งของเวลาที่เฟรมนั้นถูกอ่าน แถวที่ถูกอ่านตอนแฟลชติดจะได้แสงเต็ม ๆ ส่วนแถวที่ถูกอ่านหลังแฟลชดับไปแล้วก็ได้แสงตามปกติ ผลคือเฟรมเดียวมีสองความสว่าง ส่วนอาการภาพเบี้ยวก็ตรรกะเดียวกันแต่คนละแกน แถวบนบันทึกตำแหน่งของวัตถุ ณ เวลาหนึ่ง แถวล่างบันทึกตำแหน่งที่วัตถุขยับไปแล้ว เส้นตั้งฉากเลยกลายเป็นเส้นเฉียง ยิ่งวัตถุเร็ว ยิ่งกล้องแพนเร็ว ยิ่งเห็นชัด ซึ่งเป็นผลตรงจากวิธีที่เซนเซอร์แบบ rolling shutter อ่านภาพ

ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง หน้างานจริงมีอะไรทำได้เยอะกว่าที่คิด

เรื่องภาพเบี้ยว สิ่งที่ช่วยมากที่สุดคือการควบคุมความเร็วในการแพน หลักที่ใช้กันในกองคือถ้าอยากได้ช็อตแพนที่ปลอดภัย ให้แพนช้ากว่าที่รู้สึกว่าสวยประมาณหนึ่งขั้น เพราะตอนดูในจอเล็กหน้ากองมันจะดูช้ากว่าความจริงเสมอ อีกทางคือเลือกเลนส์ให้เหมาะ การซูมเข้าไปเก็บวัตถุที่วิ่งเร็วด้วยเลนส์เทเลจะเห็นอาการชัดกว่าการถอยออกมาถ่ายกว้าง และถ้าเฟรมนั้นไม่มีเส้นตรงยาว ๆ อย่างเสา ขอบตึก หรือกรอบประตู อาการก็จะกลืนไปกับภาพจนแทบไม่มีใครจับได้ ในทางกลับกัน ฉากที่มีเส้นตั้งเยอะคือฉากที่ต้องระวังที่สุด

เรื่องแฟลช วิธีที่ได้ผลที่สุดคือคุยกับช่างภาพนิ่งก่อนงานเริ่ม

สามสิบวินาทีของการคุยว่าใครจะยิงแฟลชช่วงไหนช่วยได้มากกว่าการมานั่งแก้ในโพสต์เป็นชั่วโมง ถ้าคุยไม่ได้จริง ๆ ก็วางแผนเก็บภาพสำรองไว้ ให้กล้องอีกตัวถ่ายมุมกว้างค้างไว้เพื่อมีฟุตเทจให้ตัดหนี และในขั้นตัดต่อ เฟรมที่โดนแบนดิ้งมักเป็นเฟรมเดียวหรือสองเฟรมติดกัน การตัดกระโดดข้ามไปเลยเป็นทางออกที่เร็วและเนียนกว่าการพยายามไล่แก้ทีละเฟรม ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดชุดและวางแผนก่อนถึงหน้างาน

ที่ควรพูดให้ตรงคือกล้องยุคนี้ที่ออกแบบให้เซนเซอร์อ่านข้อมูลได้เร็วมาก ทำให้ทั้งสองอาการเบาลงกว่ากล้องรุ่นเก่ามาก จนงานอีเวนต์ งานสัมภาษณ์ งานคอร์ปอเรตส่วนใหญ่แทบไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ที่ยังเจอบ่อยจริง ๆ คือแฟลชแบนดิ้ง เพราะมันไม่ได้ขึ้นกับความเร็วในการอ่านของเซนเซอร์อย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าแฟลชสว่างสั้นแค่ไหนด้วย กล้องที่ไม่มี global shutter ต่อให้อ่านเร็วแค่ไหนก็ยังมีโอกาสเจอ ประเด็นคือต้องรู้ว่ามันเกิดจากอะไร จะได้เลือกได้ว่าจะเลี่ยง จะวางแผน หรือจะยอมรับมันในงานนั้น

คำถามที่น่าทิ้งไว้คือ ครั้งล่าสุดที่เจออาการพวกนี้ มันเกิดเพราะกล้องไม่ไหว หรือเกิดเพราะไม่มีใครคุยกันก่อนงานเริ่ม

Prev
Global shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกันยังไง
global shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกัน

Global shutter กับ rolling shutter ทำงานต่างกันยังไง

Next
ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED ตั้งค่ายังไงไม่ให้ภาพเสีย
ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED

ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED ตั้งค่ายังไงไม่ให้ภาพเสีย

You May Also Like