📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ทำไม global shutter ยังไม่กลายเป็นมาตรฐานของทุกกล้อง

ทำไม global shutter ยังไม่กลายเป็นมาตรฐาน

Global Shutter Limitationsทำไม global shutter ยังไม่กลายเป็นมาตรฐานของทุกกล้อง เป็นคำถามที่ตอบได้ก็ต่อเมื่อยอมรับก่อนว่าเทคโนโลยีที่ฟังดูเหนือกว่าไม่ได้กวาดตลาดเสมอไป มันแก้ปัญหาที่ rolling shutter แก้ไม่ได้จริง แต่ผ่านมาหลายรอบสินค้าแล้วมันก็ยังอยู่ในกล้องเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ไหลลงมาเป็นของมาตรฐานเหมือนฟีเจอร์อื่น ๆ ที่เคยเป็นของแพงแล้วกลายเป็นของทั่วไป เหตุผลเบื้องหลังอธิบายวิธีคิดของทั้งอุตสาหกรรมได้เลย

Global Shutter Limitations: ข้อแรกคือต้นทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนเดาได้

เซนเซอร์ global shutter ต้องมีวงจรเก็บค่าสัญญาณเพิ่มขึ้นในแต่ละพิกเซล เพื่อให้ทุกพิกเซลหยุดรับแสงพร้อมกันแล้วค่อยทยอยส่งข้อมูลออกไป โครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าแปลว่าต้นทุนต่อชิ้นสูงกว่า และของที่ผลิตน้อยกว่าก็ไม่ได้ประโยชน์จากปริมาณการผลิตเท่าเซนเซอร์กระแสหลักที่ถูกใช้ในทั้งกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ และโทรศัพท์นับร้อยล้านเครื่อง ราคานี้ไม่ได้ตกอยู่ที่ผู้ผลิตอย่างเดียว มันส่งต่อมาถึงป้ายราคาที่คนซื้อเห็น

ทำไม global shutter ยังไม่กลายเป็นมาตรฐาน เพราะของที่ต้องแลก

เหตุผลข้อที่สองลึกกว่าและสำคัญกว่า วงจรที่เพิ่มเข้าไปในแต่ละพิกเซลกินพื้นที่ พื้นที่ที่หายไปคือพื้นที่รับแสง ในอดีตเซนเซอร์ global shutter จึงมักให้ไดนามิกเรนจ์หรือประสิทธิภาพในที่แสงน้อยด้อยกว่าเซนเซอร์ rolling shutter ที่อยู่ระดับราคาเดียวกัน สำหรับคนทำงานวิดีโอ นี่ไม่ใช่การแลกที่ตัดสินใจง่าย เพราะไดนามิกเรนจ์กับความสามารถในที่แสงน้อยส่งผลต่องานเกือบทุกชิ้นที่ถ่าย ส่วนอาการภาพเอียงส่งผลต่องานส่วนน้อย ผู้ผลิตที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมเลือกทางเดียวกัน เรื่องนี้ค่อย ๆ ดีขึ้นตามเทคโนโลยี กล้องอย่าง RED KOMODO-X ที่ใช้เซนเซอร์ Super35 แบบ global shutter ทำไดนามิกเรนจ์ได้ 16+ สตอป ซึ่งพิสูจน์ว่าการแลกนี้ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน แต่มันก็ยังอยู่ในระดับราคาและกลุ่มงานเฉพาะของมัน

ข้อที่สามคือคู่แข่งตัวจริงไม่ใช่ rolling shutter แบบเดิม

คู่แข่งที่แท้จริงคือเซนเซอร์ที่ออกแบบให้อ่านข้อมูลได้เร็วมาก เมื่อช่องว่างเวลาระหว่างแถวบนกับแถวล่างสั้นลงเรื่อย ๆ อาการที่เคยเป็นปัญหาก็ค่อย ๆ ถอยไปอยู่ในสถานการณ์ที่แคบลง ผู้ผลิตจึงมีทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงในสายตาผู้ใช้ส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องแลกไดนามิกเรนจ์และไม่ต้องดันราคาขึ้นไปอีกขั้น มันไม่ได้ทำให้อาการหายไปทั้งหมด แต่ในเชิงธุรกิจมันเป็นคำตอบที่เข้าท่ากว่าสำหรับตลาดวงกว้าง ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างสองทางนี้อยู่ตรงไหนเป็นเรื่องที่ควรรู้ก่อนเทียบราคา

มุมที่ควรเก็บไว้ใช้ตอนดูสเปกกล้องตัวต่อไปคือ การไม่มี global shutter ไม่ใช่การตัดฟีเจอร์ทิ้งเพื่อประหยัด แต่เป็นการตัดสินใจว่าจะเอางบประมาณของเซนเซอร์ไปลงกับอะไร กล้องที่ถืออยู่แลกมาเป็นไดนามิกเรนจ์ ความสะอาดที่ ISO สูง หรือความละเอียดที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ใช้ทุกงาน ถ้าวันหนึ่งงานเปลี่ยนไปทางที่ต้องเจอแฟลชและจอ LED เป็นประจำ ค่อยพิจารณาว่าจะเช่าหรือจะซื้อเพิ่ม แต่การเปลี่ยนกล้องเพราะเห็นคำว่า global shutter ในสเปกของคนอื่น คือการซื้อของที่อาจไม่ได้ใช้เลยตลอดทั้งปี

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • มุมที่ควรเก็บไว้ใช้ตอนดูสเปกกล้องตัวต่อไปคือ การไม่มี global shutter ไม่ใช่การตัดฟีเจอร์ทิ้งเพื่อประหยัด แต่เป็นการตัดสินใจว่าจะเอางบประมาณของเซนเซอร์ไปลงกับอะไร
  • กล้องที่ถืออยู่แลกมาเป็นไดนามิกเรนจ์ ความสะอาดที่ ISO สูง หรือความละเอียดที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ใช้ทุกงาน
  • ถ้าวันหนึ่งงานเปลี่ยนไปทางที่ต้องเจอแฟลชและจอ LED เป็นประจำ ค่อยพิจารณาว่า จะเช่าหรือจะซื้อเพิ่ม
Prev
กล้อง global shutter กับ กล้องเซนเซอร์อ่านเร็ว ต่างกันแค่ไหนในทางปฏิบัติ
กล้อง global shutter กับ กล้องเซนเซอร์อ่านเร็ว

กล้อง global shutter กับ กล้องเซนเซอร์อ่านเร็ว ต่างกันแค่ไหนในทางปฏิบัติ

Next
งานแบบไหนที่ทำให้ทีมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อ global shutter
งานแบบไหนที่ทำให้ทีมยอมจ่ายเพิ่ม

งานแบบไหนที่ทำให้ทีมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อ global shutter

You May Also Like