มีคนทักมาถามผมประโยคเดียวสั้น ๆ ว่า “พี่ ถ่ายคลิปเดียวแล้วได้ทั้งลง YouTube กับ Reels เลยจริงเหรอ” ผมเข้าใจว่าทำไมเขาถึงตื่นเต้น เพราะปกติเวลาถ่ายงานหนึ่ง เราต้องเลือกก่อนว่าจะเอาแนวนอนหรือแนวตั้ง เลือกผิดทีคือถ่ายใหม่ หรือไม่ก็ต้องซูมครอปจนภาพแตก Open Gate บน FX5 มันเข้ามาแก้ตรงจุดนี้พอดี
Open Gate อ่านเต็มเซนเซอร์ 5K แปลว่าอะไร
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเซนเซอร์กล้องมันเป็นสี่เหลี่ยมที่ค่อนไปทางจัตุรัสมากกว่าที่คุณคิด แต่เวลาถ่ายวิดีโอปกติแบบ 16:9 กล้องมันไม่ได้ใช้เต็มพื้นที่ มันตัดหัวตัดท้ายบนล่างทิ้งไปเพื่อให้ได้สัดส่วนจอกว้าง Open Gate คือการบอกกล้องว่า “อย่าตัดทิ้ง อ่านมันมาให้หมดทั้งแผ่น” บน FX5 มันอ่านได้เต็มเซนเซอร์ที่ความละเอียด 5K ซึ่งเป็นครั้งแรกในตระกูล FX เลยนะ พอคุณได้ภาพที่สูงกว่าปกติมาในมือ คุณก็ไปครอปเอาทีหลังได้ว่าจะเอาช่วงไหนเป็นแนวนอน ช่วงไหนดึงลงมาเป็นแนวตั้ง จากไฟล์ตัวเดียวกัน
ที่ผมชอบคือมันไม่ได้แค่ประหยัดการถ่ายซ้ำ แต่มันเปลี่ยนวิธีวางแผนงานเลย สมมติคุณถ่ายสัมภาษณ์ลูกค้าหนึ่งรอบ จบกอง คุณเอาไฟล์เดียวนั้นไปตัดเวอร์ชันจอทีวีลง YouTube แล้วก็ดึงกรอบแนวตั้งไปทำคลิปสั้นลงมือถือได้ โดยที่คนในภาพยังอยู่ในเฟรมสวย ๆ เพราะคุณมีพื้นที่เหลือให้ขยับกรอบ ไม่ใช่ถ่าย 16:9 มาแล้วมาฝืนครอปจนหัวคนโดนตัด แล้วมันยังใช้กับเลนส์ anamorphic ได้ด้วย ซึ่งสายหนังจะเก็ตว่าอันนี้มีค่าแค่ไหน
ของฟรีไม่มีในโลก สิ่งที่ต้องแลก
แต่ผมไม่อยากให้คุณมองมันเป็นของฟรี มันมีสิ่งที่ต้องแลก ไฟล์ Open Gate มันใหญ่กว่าปกติ เพราะข้อมูลมันเยอะกว่า เก็บได้น้อยกว่าต่อการ์ดหนึ่งใบ แล้วเวลาเอาไปตัดต่อเครื่องก็ต้องทำงานหนักขึ้น อีกจุดที่ต้องรู้ตั้งแต่แรกคือตอนเปิดตัว Sony ให้ถ่าย Open Gate 3:2 ในรูปแบบ X-OCN ที่เป็น RAW ก่อน ส่วนการถ่าย Open Gate ในโคเดกที่เบากว่าอย่าง XAVC S-I ทาง Sony บอกว่าจะเพิ่มให้ทีหลังผ่านเฟิร์มแวร์ Ver.2.0 ราวเดือนสิงหาคม 2027 เป็นต้นไป เท่ากับช่วงแรกถ้าอยากได้ Open Gate คุณจะพ่วงไฟล์ RAW ก้อนใหญ่มาด้วยโดยปริยาย ที่สำคัญคือตอนถ่ายคุณต้องเผื่อใจว่าจะครอปทีหลัง แปลว่าอย่าจัดองค์ประกอบชิดขอบเกินไป ต้องเว้นที่หายใจไว้ให้กรอบขยับได้ ถ้าคุณถ่ายแบบไม่คิดเรื่องนี้ พอมาครอปจริงอาจได้ภาพที่อึดอัด
งานแบบไหนที่ Open Gate ช่วยได้จริง
เอาจริง ๆ Open Gate ไม่ได้เหมาะกับทุกงาน ถ้างานนั้นคุณรู้แน่แล้วว่าลงแค่แนวนอนอย่างเดียว การถ่าย 16:9 ตรง ๆ ก็เบากว่าและง่ายกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องส่งงานหลายแพลตฟอร์มจากกองเดียว นี่คือฟีเจอร์ที่ทำให้ชีวิตคุณเบาลงจริง ลองคิดจากงานที่คุณทำอยู่บ่อย ๆ ดูว่าคุณเสียเวลาถ่ายซ้ำเพราะสัดส่วนบ่อยแค่ไหน ถ้าบ่อย นี่แหละคือคำตอบ
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ที่ผมชอบคือมันไม่ได้แค่ประหยัดการถ่ายซ้ำ แต่มันเปลี่ยนวิธีวางแผนงานเลย
- เอาจริง ๆ Open Gate ไม่ได้เหมาะกับทุกงาน










