Documentary Zoom Lenses — ทำไมสายสารคดีและอีเวนต์ถึงกลับมาใช้ซูมมากขึ้น วาทกรรมที่ว่าอยากให้ภาพดูเป็นหนังต้องใช้ prime เท่านั้น ยังดังอยู่ในกรุ๊ปและในคอมเมนต์ ทั้งที่ในกองจริงมันเริ่มไม่ค่อยตรงกับสิ่งที่คนทำงานเลือกใช้แล้ว ไปยืนดูหลังงานอีเวนต์หรือกองสารคดีที่มีเงินหมุนจริง แล้วดูว่าอะไรอยู่บนกล้อง จะเห็นซูมเยอะกว่าที่คำพูดในกรุ๊ปทำให้คิดพอสมควร และคนกลุ่มนี้ไม่ได้เปลี่ยนใจเพราะแฟชั่น
Documentary Zoom Lenses: เหตุผลแรกคือมาตรฐานภาพของซูมไล่ตามทันแล้ว
เหตุผลแรกคือมาตรฐานภาพของซูมไล่ตามทันแล้ว สมัยที่วาทกรรมนั้นเกิดขึ้น มันจริงในตอนนั้น เพราะซูมยุคนั้นซอฟต์ที่ปลายช่วง คอนทราสต์ตก แฟลร์คุมไม่อยู่ ความต่างเห็นได้ในภาพจริงโดยไม่ต้องซูมดู แต่ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ วัสดุชิ้นเลนส์ และการเคลือบผิว พัฒนาไปไกลจนช่องว่างตรงนั้นแคบลงมาก บนไทม์ไลน์ที่ผ่านการเกรดและถูกบีบส่งขึ้นแพลตฟอร์ม ความต่างที่เคยชี้ให้ดูได้ ตอนนี้ต้องจ้องหากันจริงจัง
ทำไมสายสารคดีและอีเวนต์ถึงกลับมาใช้ซูม เพราะลักษณะของงานเปลี่ยน
เหตุผลที่สองสำคัญกว่า คือลักษณะของงานเปลี่ยน ลูกค้าไม่ได้สั่งวิดีโอชิ้นเดียวจบอีกแล้ว เขาสั่งชิ้นหลักหนึ่งชิ้น แล้วขอตัดแนวตั้งอีกห้าเวอร์ชัน ขอภาพนิ่งจากงานเดียวกันอีกชุด ทั้งหมดนี้จากการถ่ายรอบเดียว งบเท่าเดิม เวลาเท่าเดิม ทีมเล็กลง คนหนึ่งคนต้องเก็บให้ครบทุกขนาดภาพภายในเวลาที่โมเมนต์นั้นเกิด ในโจทย์แบบนี้ การหยุดเปลี่ยนเลนส์คือการยอมแพ้ให้กับเวลา และของที่เก็บไม่ทันคือของที่หายไปเลย ไม่มีเทคสอง
ข้อดีของซูมเปลี่ยนหน่วยวัด จากความคมเป็นจำนวนช็อต
พอมองแบบนี้ ข้อดีของซูมจะเปลี่ยนหน่วยวัด จากเดิมที่เถียงกันด้วยความคม กลายเป็นเถียงกันด้วยจำนวนช็อตที่ใช้ได้ต่องาน เปลี่ยนขนาดภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดเลนส์ แปลว่าเซนเซอร์เปิดโล่งน้อยลง ฝุ่นเข้าน้อยลง เวลาที่เสียไปกับการรีทัชในโพสต์ก็น้อยลง แบกน้อยลงหมายถึงเดินได้เร็วขึ้น เข้าไปยืนในจุดที่ดีกว่าได้ ทั้งหมดนี้คือเงินที่ประหยัดได้หรือหาเพิ่มได้จริง ไม่ใช่ความรู้สึก
แต่การกลับมาของซูมไม่ได้แปลว่า prime แพ้ ข้อแลกเปลี่ยนยังอยู่ครบ ในระดับราคาเดียวกัน ซูมมักหนักกว่า รูรับแสงกว้างสุดมักแคบกว่า และคุณภาพที่ปลายช่วงมักด้อยกว่าช่วงกลาง งานที่ต้องถ่ายในแสงน้อยแล้วต้องการหลังละลายลึก ๆ หรืองานที่ควบคุมเวลาในกองได้เต็มที่ prime ยังตอบโจทย์กว่าเสมอ ที่เปลี่ยนไปไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นคำถาม จากที่เคยถามว่าอะไรให้ภาพดีที่สุด มาเป็นถามว่าอะไรทำให้ส่งงานที่ลูกค้าจ่ายเงินได้ครบภายในวันเดียว
สำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อ นี่แปลว่าการตัดสินใจควรมาจากโครงสร้างของงานที่รับ ไม่ใช่จากมาตรฐานของยุคที่ผ่านไปแล้ว ถ้าเดือนหนึ่งงานส่วนใหญ่คือการตามโมเมนต์ ซูมดี ๆ ตัวเดียวอาจเปลี่ยนคุณภาพงานได้มากกว่าการเพิ่ม prime ตัวที่สี่ ราคาเลนส์ซูมระดับใช้งานอาชีพขยับได้ตลอดตามล็อตและตัวเลือกในตลาด ควรเช็กราคาปัจจุบันกับร้านก่อนตัดสินใจ และถ้าเป็นไปได้ ขอลองติดกับบอดี้ที่ใช้จริงสักครึ่งชั่วโมง น้ำหนักบนมือบอกความจริงได้มากกว่าสเปกบนกระดาษ
ที่น่าคิดต่อคือ ถ้าเครื่องมือเปลี่ยนเพราะโจทย์ของลูกค้าเปลี่ยน แล้วโจทย์ที่รับอยู่ตอนนี้ มันหน้าตาเหมือนโจทย์เมื่อสามปีก่อนแค่ไหน










