สำรองข้อมูลแบบ 3-2-1 เป็นจุดสำคัญของบทความนี้ เพราะงานวิดีโอไม่ได้จบแค่ภาพสวย แต่ต้องส่งไฟล์ต่อได้ง่าย ตรวจสอบได้ และทำซ้ำได้ในทีมจริง
สำรองข้อมูลแบบ 3-2-1 สำคัญกับ workflow อย่างไร
ถ้าวางขั้นตอนตั้งแต่ต้น ทีมจะทำงานเร็วขึ้น ไฟล์หายยากขึ้น และส่งงานให้ลูกค้าได้มั่นใจกว่าเดิม
การสำรองข้อมูลหน้ากองแบบ 3-2-1 ฟังดูเป็นเรื่องของกองใหญ่ แต่ทีมเล็กก็ทำได้ มีอยู่งานหนึ่ง ผมถ่ายสัมภาษณ์เจ้าของแบรนด์ที่บินมาจากต่างจังหวัด ถ่ายเสร็จบ่ายสาม ทุกคนหิว หัวหน้ากองบอกไปกินข้าวก่อน เดี๋ยวกลับมาก๊อป พอกลับมาจริง ๆ ก็เก็บของขึ้นรถ แล้วกว่าจะได้แตะการ์ดอีกทีคือสามทุ่มที่โรงแรม ระหว่างนั้นการ์ดอยู่ในกระเป๋าที่เดินทางผ่านรถตู้ ผ่านล็อบบี้ ผ่านการยกขึ้นยกลง ไม่มีอะไรเสียหายในวันนั้นหรอก แต่ผมนั่งนึกอยู่นานว่าถ้ามันหายไปสักใบ เราจะเรียกคนที่บินมาให้บินกลับมาใหม่ได้ไหม คำตอบคือไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่การสำรองข้อมูลไม่ใช่งานที่รอทำตอนสะดวก
สำรองข้อมูลหน้ากองแบบ 3-2-1 ในทีมสามคนทำได้จริง
หลัก 3-2-1 พูดสั้น ๆ คือมีไฟล์สามชุด อยู่บนสื่อสองชนิด และหนึ่งในนั้นต้องอยู่คนละที่กับอีกสองชุด ฟังดูเหมือนของกองใหญ่ที่มี DIT นั่งประจำโต๊ะ แต่จริง ๆ ทีมสามคนก็ทำได้ ถ้าคุณยอมนับ “การ์ดที่ยังไม่ฟอร์แมต” เป็นหนึ่งชุด ระหว่างวันที่ยังถ่ายไม่จบ ชุดที่หนึ่งคือการ์ด ชุดที่สองคือ SSD พกพาที่ก๊อปไว้ระหว่างพัก ชุดที่สามคือไดรฟ์อีกลูกที่คนละคนถือ หรือให้ตรงกว่านั้นคือคนละกระเป๋า คนละคัน แค่นี้ก็เข้าเงื่อนไขแล้วโดยไม่ต้องซื้อของแพงเพิ่ม
ก๊อประหว่างที่ยังถ่ายอยู่ ไม่ใช่หลังเก็บของ
จังหวะที่ผมใช้เสมอคือก๊อประหว่างที่ยังถ่ายอยู่ ไม่ใช่หลังเก็บของ พอการ์ดใบหนึ่งเต็ม ให้เปลี่ยนใบใหม่แล้วเอาใบเต็มไปเข้าเครื่องทันที ระหว่างที่กองกำลังจัดไฟฉากถัดไป เครื่องก็ทำงานของมันไป คนที่ดูแลตรงนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่ไม่ถูกเรียกไปทำอย่างอื่นกลางคัน เพราะการก๊อปที่ถูกขัดจังหวะคือต้นตอของไฟล์ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่ดูเผิน ๆ เหมือนครบ
เรื่องการ์ดผมยืนยันอย่างหนึ่งคือห้ามฟอร์แมตในวันถ่าย ต่อให้ก๊อปครบสองชุดแล้วก็ตาม ฟอร์แมตเช้าวันถัดไปหรือตอนเริ่มงานถัดไปแทน ถ้าการ์ดไม่พอจนต้องฟอร์แมตกลางงานจริง ๆ นั่นแปลว่าคุณควรลงทุนซื้อการ์ดเพิ่ม ไม่ใช่ลงทุนกับความกล้า การ์ดเพิ่มอีกใบสองใบราคาถูกกว่าการถ่ายซ้ำหนึ่งวันเสมอ และเวลาซื้อ ให้ซื้อจากร้านที่เคลมได้จริง เพราะการ์ดปลอมหรือของที่ไม่รู้ที่มาคือความเสี่ยงที่คุณจะรู้ตัวตอนไฟล์เสียแล้ว ซึ่งสายเกินแก้
การตรวจสอบสำคัญไม่แพ้การก๊อป
การตรวจสอบก็สำคัญไม่แพ้การก๊อป อย่างน้อยที่สุดคือเทียบจำนวนไฟล์กับขนาดรวมของทั้งโฟลเดอร์ ถ้าใช้โปรแกรมที่ทำ checksum ให้ได้ยิ่งดี เพราะมันเทียบข้อมูลจริงทีละส่วน ไม่ใช่แค่ดูว่าชื่อไฟล์ครบ ผมเคยเจอคลิปที่ก๊อปมาแล้วเปิดได้สิบวินาทีแรกแล้วค้าง ถ้าไม่ได้เปิดสุ่มดู เราคงรู้ตอนขึ้นไทม์ไลน์อีกสามวันให้หลัง ตอนนั้นการ์ดถูกฟอร์แมตไปแล้ว
พอกลับถึงที่ทำงาน ชุดที่สามค่อยเปลี่ยนสภาพเป็นของถาวรขึ้น จะเป็นไดรฟ์ที่เก็บไว้บ้านคนละหลัง ตู้เซฟที่ออฟฟิศ หรือคลาวด์ก็ได้ ประเด็นเดียวที่ต้องยึดคืออย่าให้ทุกชุดอยู่ในห้องเดียวกัน เพราะเหตุการณ์ที่ทำให้ไฟล์หายทั้งชุดมักไม่ใช่ไดรฟ์พัง แต่เป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ หรือมีคนยกกระเป๋าไป
ถ้าจะเริ่มวันนี้ ผมแนะนำให้เริ่มจากของที่มีก่อน SSD พกพาสักสองลูกที่ไม่ใช่ล็อตเดียวกัน กระเป๋าการ์ดที่แยกช่องถ่ายแล้วกับยังไม่ถ่ายชัดเจน แล้วก็นิสัยที่จะไม่กินข้าวก่อนก๊อป มันดูเป็นเรื่องเล็กจนน่าขำ แต่คนที่ทำงานสายนี้มานาน ๆ จะรู้ว่านิสัยพวกนี้แหละที่แยกคนที่รอดกับคนที่ต้องโทรไปขอโทษลูกค้า










