คำถามว่าเก็บงานบน NAS กับ ฮาร์ดดิสก์แยกลูกเลือกแบบไหน เริ่มจากภาพนี้ ลิ้นชักโต๊ะทำงานของช่างวิดีโอคนหนึ่งที่ผมไปเห็นมา มีฮาร์ดดิสก์อยู่สิบสี่ลูก เขียนชื่อด้วยเทปกาวบ้าง ปากกาเมจิกบ้าง บางลูกเขียนว่า “งานปี 66” เฉย ๆ เขาบอกผมว่าเวลาลูกค้าขอไฟล์เก่า เขาต้องเสียบไล่ทีละลูก บางครั้งใช้เวลาทั้งเช้า และมีสองลูกที่เสียบแล้วไม่ขึ้น แต่เขายังไม่กล้าทิ้งเพราะไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร ผมถามว่าเคยคิดจะทำ NAS ไหม เขาตอบว่าเคยหาข้อมูลแล้วปวดหัวเลยพับไป นี่คือสถานการณ์ที่คนทำงานสายนี้เจอกันเยอะมาก และมันไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน
ฮาร์ดดิสก์แยกลูกถูกและจำกัดความเสียหายได้
ฮาร์ดดิสก์แยกลูกมีข้อดีที่คนมองข้าม มันถูก มันพกไปไหนก็ได้ ไม่ต้องตั้งค่าอะไร และที่สำคัญคือความเสียหายถูกจำกัดวง ลูกหนึ่งพังก็เสียแค่งานที่อยู่ในลูกนั้น ข้อเสียคือมันโตแบบไม่มีระเบียบ พอถึงจุดหนึ่งคุณจะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ไหน ไม่รู้ว่าลูกไหนมีสำรองแล้วลูกไหนยัง และไดรฟ์ที่ไม่ได้เสียบนาน ๆ ก็มีโอกาสเสียโดยที่คุณไม่รู้จนกว่าจะเปิด ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องที่มันเรียกร้องวินัยจากคุณตลอดเวลา และวินัยของมนุษย์ตอนงานยุ่งนั้นเชื่อถือไม่ค่อยได้
เก็บงานบน NAS กับ ฮาร์ดดิสก์แยกลูก ต่างกันที่ความเข้าใจผิดข้อเดียว
NAS คือเครื่องเก็บข้อมูลที่ต่ออยู่กับเครือข่าย ใส่ฮาร์ดดิสก์หลายลูกและตั้งค่าให้ข้อมูลทนต่อการที่ไดรฟ์ลูกใดลูกหนึ่งพังได้ ข้อดีคือมีที่อยู่เดียวสำหรับทุกงาน ค้นหาง่าย หลายคนเข้าถึงพร้อมกันได้ และตั้งเวลาให้สำรองข้อมูลอัตโนมัติได้ พอมีคนในทีมมากกว่าสองคน ความสะดวกตรงนี้เปลี่ยนวิธีทำงานจริง ๆ แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่าการที่ไดรฟ์ทนพังได้ ไม่ได้แปลว่ามันคือแบ็กอัป เพราะถ้าคุณเผลอลบโฟลเดอร์ หรือไฟไหม้ หรือโดนขโมยทั้งเครื่อง มันหายไปพร้อมกันหมด NAS นับเป็นชุดเดียวในหลัก 3-2-1 ไม่ใช่สามชุด ตรงนี้คือความเข้าใจผิดที่ผมเจอบ่อยที่สุด และเป็นความเข้าใจผิดที่ราคาแพงที่สุดด้วย
ต้นทุนอีกอย่างของ NAS ที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือเวลาและความรับผิดชอบ คุณต้องดูแลมัน อัปเดตมัน ตั้งค่าความปลอดภัยให้ดีถ้าจะเปิดให้เข้าจากนอกบ้าน และเมื่อมันมีปัญหา คุณคือคนที่ต้องแก้ ถ้าคุณไม่ชอบเรื่องพวกนี้เลย NAS อาจกลายเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีงานเข้าสม่ำเสมอและเริ่มเสียเวลาไปกับการหาไฟล์เก่าทุกสัปดาห์ เวลาที่เสียไปนั้นมีมูลค่าจริงและคุ้มกับการลงทุน
ทางที่ใช้ได้จริงคือไม่ต้องเลือกข้างแบบสุดโต่ง
ทางที่ผมแนะนำสำหรับคนส่วนใหญ่คือไม่ต้องเลือกข้างแบบสุดโต่ง ให้ใช้ไดรฟ์แยกลูกสำหรับงานที่กำลังทำอยู่และสำหรับพกออกกอง แล้วใช้ที่เก็บกลางไม่ว่าจะเป็น NAS หรือไดรฟ์ตั้งโต๊ะความจุใหญ่เป็นบ้านถาวรของงานที่จบแล้ว จากนั้นต้องมีอีกชุดที่ไม่ได้อยู่ในห้องเดียวกัน จะเป็นไดรฟ์ที่หมุนเวียนเอาไปฝากไว้ที่อื่น หรือคลาวด์ก็ได้ ถ้าคุณทำครบสามส่วนนี้ คุณเข้าเงื่อนไข 3-2-1 แล้วโดยไม่ต้องใช้ระบบที่แพงที่สุด
สิ่งที่อยากให้ทำสัปดาห์นี้คือเปิดลิ้นชักของคุณ นับว่ามีไดรฟ์กี่ลูก และเขียนลงกระดาษว่าลูกไหนมีอะไร ถ้ามีลูกที่เสียบไม่ขึ้น อย่าเพิ่งฟอร์แมตหรือแกะเอง ให้ปรึกษาร้านหรือบริการกู้ข้อมูลก่อน เพราะการลองผิดลองถูกเองมักทำให้กู้ยากขึ้น จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะขยับไปทางไหน เอาความจุที่มีอยู่จริงคูณสองสำหรับสองปีข้างหน้าเป็นตัวตั้ง แล้วไปเช็กราคาปัจจุบัน คุณอาจพบว่าทางออกที่คุณต้องการถูกกว่าที่กลัวไว้เยอะ










