📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

อนาคต Production House จะเปลี่ยนไปทางไหนในอีกสามปี

อนาคต Production House

อนาคต Production House จะเปลี่ยนไปทางไหนในอีกสามปี ปลายปีที่แล้วผมนั่งกินข้าวกับเจ้าของโปรดักชันเฮาส์รุ่นพี่คนหนึ่ง เขาเปิดบริษัทมาสิบกว่าปี เคยมีพนักงานประจำสิบห้าคน ตอนนี้เหลือหกคน แต่รายได้ไม่ได้ลดลง เขาบอกผมประโยคหนึ่งที่ติดหัวมาตลอดว่า “ลูกค้าไม่ได้จ่ายน้อยลง เขาแค่ซื้อของคนละแบบกับเมื่อก่อน” ผมว่าประโยคนี้อธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ดีกว่าบทวิเคราะห์ยาว ๆ ใด ๆ

อนาคต Production House ถูกกำหนดด้วยรูปทรงของงานที่เปลี่ยนไป

สิ่งที่เปลี่ยนจริง ๆ ไม่ใช่ว่าคนเลิกจ้างทำวิดีโอ แต่คือรูปทรงของงานที่เปลี่ยน เมื่อก่อนลูกค้าองค์กรหนึ่งรายอาจทำวิดีโอปีละสองสามตัว ตัวละหลายแสน ถ่ายกันเป็นสัปดาห์ แต่ตอนนี้ลูกค้ารายเดียวกันต้องมีคอนเทนต์ลงทุกเดือน บางเจ้าทุกสัปดาห์ งบรวมทั้งปีอาจเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่มันถูกซอยออกเป็นก้อนเล็กและรอบสั้น พองานเป็นรูปทรงนี้ ทีมที่ตั้งกองใหญ่ทีเดียวเก่งจะเสียเปรียบทันที เพราะโครงสร้างต้นทุนของกองใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาให้วิ่งบ่อย ๆ ขณะที่ทีมสี่ห้าคนที่ขึ้นกองได้ภายในสองวันจะกลายเป็นตัวเลือกที่ลูกค้าโทรหาก่อน

อุปกรณ์ที่ถูกลงทำให้ข้อได้เปรียบเดิมเจือจาง

อีกแรงที่ผลักวงการไปทางนี้คืออุปกรณ์ ถ้าคุณย้อนไปสิบปี ของหลายอย่างที่วันนี้อยู่ในกระเป๋าทีมเล็กเป็นของที่ต้องเช่ารายวันเท่านั้น กล้องที่ถ่ายในที่แสงน้อยได้จริง ไฟที่คุมอุณหภูมิสีได้แม่น ระบบเสียงไร้สายที่เชื่อถือได้ ตอนนี้ราคาลงมาอยู่ในระดับที่ทีมเล็กเป็นเจ้าของได้ เมื่อเครื่องมือระดับนั้นกระจายออกไป ข้อได้เปรียบของกองใหญ่ที่เคยมาจากการเข้าถึงของที่คนอื่นไม่มีก็เจือจางลง สิ่งที่เหลือเป็นข้อได้เปรียบจริง ๆ ของกองใหญ่คือการคุมงานที่มีคนเยอะ มีตัวแปรเยอะ และมีความเสี่ยงสูง ซึ่งยังมีอยู่และจะยังมีต่อไป งานโฆษณาที่ปิดถนน งานที่ต้องคุมนักแสดงสิบคนกับสถานที่สามแห่งในวันเดียว ไม่มีทางที่ทีมสามคนจะทำได้ดีเท่า

วงการจะแยกเป็นสองทาง และตรงกลางจะอึดอัดที่สุด

ผมจึงคิดว่าอีกสามปีข้างหน้าวงการจะไม่ได้ตายหรือรุ่ง แต่จะแยกออกเป็นสองทางชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทางหนึ่งคือทีมเล็กที่คล่อง รับงานถี่ ส่งเร็ว รู้จักธุรกิจของลูกค้าดีจนเสนอไอเดียเองได้ อีกทางคือกองใหญ่ที่ขายความสามารถในการจัดการความซับซ้อนและความเสี่ยง ตรงกลางระหว่างสองทางนี้แหละที่จะอึดอัดที่สุด ทีมขนาดกลางที่ไม่คล่องพอจะรับงานถี่ แต่ก็ไม่ใหญ่พอจะรับงานที่ซับซ้อนจริง จะโดนบีบจากทั้งสองด้าน ภาพรวมนี้สะท้อนทิศทางของอนาคต Production House

แล้วมันแปลว่าอะไรกับคุณ ถ้าคุณอยู่ในทีมเล็กหรือกำลังจะเริ่ม เงินที่ควรลงคือของที่ทำให้คุณ “พร้อมเสมอ” มากกว่าของที่ทำให้คุณ “ทำได้ทุกอย่าง” หมายความว่ากล้องสำรอง แบตเยอะพอ ไฟที่ยกคนเดียวได้ ระบบเสียงที่ไว้ใจได้ และที่เก็บข้อมูลที่ปลอดภัย มีค่ากับคุณมากกว่าเลนส์พิเศษที่ปีหนึ่งใช้ครั้งเดียว ของประเภทหลังนั้นเช่าตามงานแล้วบวกในใบเสนอราคาคุ้มกว่า ส่วนถ้าคุณอยู่ในทีมที่รับงานสเกลใหญ่ ทางที่ควรลงทุนคือของที่ทำให้คุมกองได้แม่นขึ้น ระบบมอนิเตอร์ ระบบสื่อสาร ระบบจัดการไฟล์หน้ากอง เพราะนั่นคือสิ่งที่ทีมเล็กเลียนแบบไม่ได้ ราคาปัจจุบันของทั้งสองกลุ่มขยับกันตลอด ควรเดินไปเทียบของจริงที่ร้านและถามเรื่องบริการหลังการขายด้วย เพราะเมื่อทุกคนมีของดีเหมือนกัน คนที่ของไม่ดาวน์คือคนที่ได้งานต่อ

ผมไม่คิดว่าอาชีพนี้กำลังจะหมดอนาคต ตรงกันข้าม ลูกค้าต้องการวิดีโอมากกว่าเดิมเยอะ แค่คนที่จะได้เงินก้อนนั้นเปลี่ยนหน้าไปเท่านั้นเอง คำถามที่คุณควรถามตัวเองปีนี้จึงไม่ใช่ “วงการจะเป็นยังไง” แต่คือ “ผมกำลังสร้างทีมแบบไหน แล้วของที่ผมซื้ออยู่ทุกวันนี้พาผมไปทางนั้นจริงไหม”

Prev
ซื้ออุปกรณ์เอง กับ เช่าตามงาน แบบไหนคุ้มกว่า
ซื้ออุปกรณ์เอง กับ เช่าตามงาน

ซื้ออุปกรณ์เอง กับ เช่าตามงาน แบบไหนคุ้มกว่า

Next
ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้มากขึ้นทุกปี
ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้

ทำไมทีมเล็กแย่งงานกองใหญ่ได้มากขึ้นทุกปี

You May Also Like