📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ต้นทุนของการไม่มีของสำรอง แพงกว่าที่คิดยังไง

ต้นทุนของการไม่มีของสำรอง

การคำนวณที่ทำให้คนตัดสินใจผิดเรื่องต้นทุนของการไม่มีของสำรองมีหน้าตาแบบนี้ เอาราคาของสำรองมาตั้ง แล้วเทียบกับค่าจ้างงานเดียวที่อาจต้องคืน พอเห็นว่าของสำรองแพงกว่าค่าจ้างสองสามงาน ก็สรุปว่าไม่คุ้มแล้วปิดเรื่อง สมการนี้พลาดตรงที่มันนับเฉพาะความเสียหายที่มองเห็น ทั้งที่ในอาชีพซึ่งอยู่ได้ด้วยการบอกต่อ ความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในส่วนที่ไม่มีใบเสร็จ ความเสี่ยงนี้คือ no backup cost หรือต้นทุนจริงของการไม่มีของสำรอง

no backup cost: ต้นทุนของการไม่มีของสำรอง กับรูปแบบที่เกิดซ้ำ ๆ

รูปแบบที่เกิดซ้ำ ๆ คือแบบนี้ กล้องดับกลางพิธี คืนเงินค่าจ้างเต็มจำนวน แล้วเข้าใจว่าเรื่องจบแล้ว อีกสามเดือนถึงจะเห็นว่าไม่จบ เพราะสายงานที่เคยแนะนำต่อกันมาสี่ห้าทอดหยุดไปทั้งเส้น ไม่มีใครโทรมาต่อว่า แค่เงียบไปเฉย ๆ ต้นทุนจริงของวันนั้นจึงไม่ได้จบที่ค่าจ้างที่คืนไป แต่คืองานที่ไม่เคยเข้ามาและไม่มีทางนับได้ว่ากี่งาน

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่มีหลายชั้น

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่มีหลายชั้น ชั้นแรกคือชื่อเสียงที่เพิ่งพูดถึงไป ชั้นที่สองคือเวลาที่ต้องเอาไปแก้ปัญหาหลังงาน ตามหาไฟล์ที่กู้ข้อมูลได้บ้างไม่ได้บ้าง คุยเจรจา ต่อรอง เขียนอีเมลอธิบาย เวลาก้อนนั้นคือค่าเสียโอกาสที่ไม่ได้ไปทำงานที่มีรายได้ ชั้นที่สามคือความมั่นใจตอนเสนอราคา คนที่เคยพลาดแบบนี้มักลังเลเวลาเจองานใหญ่ครั้งต่อไป และความลังเลนั้นทำให้ตั้งราคาต่ำกว่าที่ควร หรือปฏิเสธงานที่จริง ๆ ทำได้ ทั้งหมดนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่มันหักออกจากรายได้จริง

การมีของสำรองก็มีต้นทุนของมัน

พูดอีกด้านเพื่อความเป็นธรรม การมีของสำรองก็มีต้นทุนของมันที่คนขายของไม่ค่อยพูด เงินที่จมอยู่ในของที่ไม่ได้ใช้คือเงินที่ไม่ได้ไปทำอย่างอื่น อุปกรณ์เสื่อมราคาระหว่างที่นอนอยู่ในตู้ ของสำรองที่ไม่ได้แตะเลยหลายเดือนอาจใช้ไม่ได้จริงตอนต้องใช้ เพราะแบตเสื่อมหรือเฟิร์มแวร์ไม่ตรงกัน และการแบกของเพิ่มทุกงานมีต้นทุนทางร่างกายที่คนอายุสามสิบปลายขึ้นไปรู้ดี ใครที่บอกว่าซื้อสำรองไว้ยังไงก็คุ้ม กำลังพูดไม่ครบ

คิดเป็นความน่าจะเป็นคูณความเสียหาย

ทางที่ตรงกับความจริงมากกว่าคือคิดเป็นความน่าจะเป็นคูณด้วยความเสียหาย ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับการหาค่าคาดหมายในงานบริหารความเสี่ยง งานที่นัดใหม่ได้ ความเสียหายต่ำ ต่อให้พังก็แค่เลื่อน ส่วนงานที่ถ่ายซ้ำไม่ได้ ความเสียหายสูงจนแทบไม่มีเพดาน ถ้าปฏิทินปีนี้มีงานประเภทหลังอยู่หลายงาน การเป็นเจ้าของของสำรองเริ่มมีเหตุผล ถ้ามีปีละหนึ่งสองงาน การเช่าเฉพาะงานนั้นคือคำตอบที่ตรงกว่า และไม่ได้ดูโปรน้อยกว่าเลย ซึ่งเทียบตัวเลขไว้ในบทความเรื่องมีกล้องสำรองเองกับเช่า ลองเปิดปฏิทินย้อนหลังหนึ่งปีแล้วนับดูว่ามีกี่งานที่ถ้าพังแล้วแก้ตัวไม่ได้ ตัวเลขนั้นบอกได้เองว่าควรลงทุนแค่ไหน

Prev
ทำไมมืออาชีพถึงวัดกันที่ตอนของพัง ไม่ใช่ตอนทุกอย่างราบรื่น
ทำไมมืออาชีพ

ทำไมมืออาชีพถึงวัดกันที่ตอนของพัง ไม่ใช่ตอนทุกอย่างราบรื่น

Next
วางแผนสำรองก่อนออกกอง เตรียมอะไรไว้บ้าง
วางแผนสำรองก่อนออกกอง

วางแผนสำรองก่อนออกกอง เตรียมอะไรไว้บ้าง

You May Also Like