เมื่อพูดถึงงานด้านเสียง ไม่ว่าจะเป็นการ อัดพอดแคสต์, ทำเพลง, พากย์เสียง หรือไลฟ์สตรีม, หนึ่งในอุปกรณ์ที่มักจะเห็นอยู่คู่กับไมโครโฟนเสมอคือ “Pop Filter” หรือที่หลายคนเรียกว่า แผ่นกันลมไมค์
หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าวงกลมที่ขวางอยู่ด้านหน้าไมโครโฟนนั้นคืออะไร และมันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องมีติดไว้เวลาใช้งานไมค์ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกันว่า Pop Filter คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร และช่วยให้คุณภาพเสียงดีขึ้นได้ยังไง ในงานด้านเสียงและการบันทึกเสียงมืออาชีพ
เลือกอ่านตามหัวข้อ

Pop Filter คืออะไร
Pop Filter คือแผ่นตาข่าย ไนลอนหรือโลหะบาง ๆ ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าของไมโครโฟน โดยจะมีขาตั้งหรือตัวยึดให้ห่างจากไมค์เพียงไม่กี่นิ้ว มีหน้าที่ช่วยป้องกันการเกิดเสียงกระแทกที่เกิดจากการออกเสียงของผู้พูดหรือนักร้อง โดยเฉพาะเสียง /พ/ /ป/ /ต/ /ท/ ซึ่งมักทำให้เกิดเสียง “ป๊อบ” ที่รบกวนการบันทึกเสียง
โดยปกติเมื่อเราพูด จะมีแรงลมกระแทกออกมาพร้อมเสียงพูด — ซึ่งไมโครโฟนประเภท คอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone) จะมีความไวต่อเสียงสูงมาก ทำให้เสียงลมหรือเสียงกระแทกเหล่านี้กลายเป็นสัญญาณรบกวนในไฟล์เสียงจริง เสียงที่ดังขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างก้อนเสียงกระแทกลงบนไมค์ ทำให้เกิดเสียง “Pop” หรือ “ลมกระแทกไมค์” ขณะอัดเสียงได้

หากลองจินตนาการถึงการพูดโดยมีเทียนไขจุดอยู่ตรงหน้า เวลาพูดเปลวไฟจะกระเพื่อมตามแรงลมจากเสียงพูด — นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับไมค์คอนเดนเซอร์ในโลกจริง โดยเฉพาะเมื่อออกเสียง /พ/ /ป/ /ต/ /ท/ จะเห็นได้ชัดว่ามีกระแสลมแรงกว่าตัวอักษรอื่น

แน่นอนว่าระยะห่างจากไมค์ก็ช่วยลดปัญหาได้ แต่หากอยู่ไกลเกินไป เสียงก็อาจเบาและขาดความชัดเจน ดังนั้นการใช้ Pop Filter จึงเป็นวิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดที่สุด ช่วยให้เสียงคมชัด ลื่นหู และเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะในงาน พอดแคสต์, อัดเสียง, ร้องเพลง หรือไลฟ์สตรีม

Pop Filter มีข้อดียังไงในการทำงานด้านเสียงและทำไมเราต้องใช้
สำหรับใครที่เลือกใช้ไมโครโฟนชนิด คอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone) ถือว่า จำเป็นต้องมี Pop Filter ติดไว้ใช้งาน เพราะไมค์ประเภทนี้มีความไวต่อเสียงสูงมาก ทำให้เวลาเราพูดหรือร้องเพลง มักจะเกิด “การกระแทกเสียง” จากลมหรือแรงพูด ซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงรบกวนในไฟล์เสียงได้
นอกจากเสียง /พ/ /ป/ /ต/ แล้ว ในบางกรณียังรวมถึงเสียง /ส/ ซึ่งอาจสร้างเสียงแหลมหรือเสียงซ่า (Sibilance) ที่ทำให้เสียงไม่สบายหูได้เช่นกัน การใช้ Pop Filter จะช่วยลดเสียงรบกวนเหล่านี้ลงได้ดี ทำให้เสียงพูดหรือเสียงร้องมีความใส ชัดเจน และให้คุณภาพไฟล์เสียงที่สะอาดขึ้นอย่างชัดเจน
แม้ว่า Pop Filter จะถูกแนะนำเป็นพิเศษสำหรับไมค์คอนเดนเซอร์ แต่หากใครใช้ไมโครโฟนชนิด ไดนามิก (Dynamic Microphone) ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน โดยจะช่วยกรองเสียงลมและเสียงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เสียงโดยรวมฟังดูเป็นธรรมชาติและนุ่มนวลมากขึ้น
Pop Filter มีกี่แบบ อะไรบ้าง ?
Pop Filter ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดและใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ ตามวัสดุที่ใช้ในการผลิต ได้แก่ แบบไนลอน (Nylon Pop Filter) และ แบบโลหะ (Metal Mesh Pop Filter) ซึ่งทั้งสองชนิดทำหน้าที่เหมือนกันคือช่วยกรองเสียงลมและเสียงกระแทกจากการพูด แต่จะมีจุดเด่นและข้อแตกต่างเล็กน้อยครับ

- Pop Filter แบบไนลอน
เป็นแบบที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะสามารถกันเสียงได้ดีและมีประสิทธิภาพสูง มีให้เลือกหลายแบรนด์ หลายขนาด และหลายรูปทรง จุดเด่นคือ ดูดซับความชื้นได้ดี แต่ข้อเสียคือ ทำความสะอาดยาก และ มีโอกาสขาดหรือหลุดได้หลังล้างทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก ทำให้สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ง่าย - Pop Filter แบบตาข่ายโลหะ (Metal Mesh)
มีความคงทน แข็งแรง ใช้งานได้ยาวนานไม่เสียรูปง่าย ประสิทธิภาพในการกันเสียงลมและเสียงกระแทกทำได้ดีเช่นกัน อีกทั้ง ไม่เก็บความชื้นและทำความสะอาดง่าย เพียงเช็ดหรือเป่าลมก็สามารถนำกลับมาใช้ได้ทันที เหมาะกับผู้ที่ใช้งานบ่อยหรือทำงานเสียงในสตูดิโอที่ต้องการความสะดวกและทนทาน



เลือกซื้อ Pop Filter ดูยังไงให้เหมาะกับงานของเรา
การเลือก Pop Filter ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานถือว่าสำคัญมาก เพราะ Pop Filter ที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้เสียงที่ใส ชัด และลดเสียงรบกวนได้ดีที่สุด โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ครับ
ขนาด (Size)
ขนาดของไมโครโฟนเป็นตัวกำหนดขนาดของ Pop Filter ที่ควรเลือก โดยทั่วไปควรเลือก Pop Filter ที่มีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของไมค์เล็กน้อย เพื่อให้ครอบคลุมบริเวณที่เสียงเข้าสู่ไมค์ได้ทั้งหมด จะช่วยให้ลดเสียงลมและเสียงกระแทกได้เต็มประสิทธิภาพ
รูปร่าง (Shape)
รูปร่างของ Pop Filter ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการรับเสียงของไมค์ (Polar Pattern) และรูปแบบการใช้งาน เช่น
– ไมค์ที่มีการรับเสียงแบบ Cardioid (รับเสียงด้านหน้า) หรือ Bi-directional (รับเสียงด้านหน้าและด้านหลัง) นิยมใช้ Pop Filter แบบแบน (Flat Type)
– ส่วนไมค์ที่รับเสียงรอบทิศทางแบบ Omnidirectional หรือมีการพูดเอียง/เคลื่อนไหวระหว่างพูด ควรเลือก Pop Filter แบบโค้ง (Curved Type) เพื่อให้ครอบคลุมทิศทางเสียงได้ดีกว่า
การติดตั้ง (Mounting Type)
Pop Filter บางรุ่นจะมาพร้อม ขาตั้งในตัว หรือ คลิปหนีบติดไมค์ ซึ่งควรตรวจสอบระยะห่างจากตัวไมค์ให้เหมาะสม โดยปกติ Pop Filter ควรอยู่ห่างจากไมค์ประมาณ 2–6 นิ้ว เพื่อให้กรองเสียงได้ดีและไม่ทำให้เสียงพูดเบาหรือผิดธรรมชาติ

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย COB MEDIA ประกันศูนย์ไทย 1 ปีเต็ม พร้อมศูนย์ซ่อมในไทยและบริการหลังการขายทุกรูปแบบ สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
Pop Filter แผ่นกรองเสียง สำหรับงานบันทึกเสียง จำเป็นต้องมีต้องใช้หรอ ??
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี