📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

Pop Filter คืออะไร และมีข้อดียังไงในการทำงานด้านเสียง

เมื่อพูดถึงงานด้านเสียง ไม่ว่าจะเป็นการ อัดพอดแคสต์, ทำเพลง, พากย์เสียง หรือไลฟ์สตรีม, หนึ่งในอุปกรณ์ที่มักจะเห็นอยู่คู่กับไมโครโฟนเสมอคือ “Pop Filter” หรือที่หลายคนเรียกว่า แผ่นกันลมไมค์

หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าวงกลมที่ขวางอยู่ด้านหน้าไมโครโฟนนั้นคืออะไร และมันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องมีติดไว้เวลาใช้งานไมค์ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกันว่า Pop Filter คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร และช่วยให้คุณภาพเสียงดีขึ้นได้ยังไง ในงานด้านเสียงและการบันทึกเสียงมืออาชีพ

Image source : www.maono.com

Pop Filter คืออะไร 

Pop Filter คือแผ่นตาข่าย ไนลอนหรือโลหะบาง ๆ ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าของไมโครโฟน โดยจะมีขาตั้งหรือตัวยึดให้ห่างจากไมค์เพียงไม่กี่นิ้ว มีหน้าที่ช่วยป้องกันการเกิดเสียงกระแทกที่เกิดจากการออกเสียงของผู้พูดหรือนักร้อง โดยเฉพาะเสียง /พ/ /ป/ /ต/ /ท/ ซึ่งมักทำให้เกิดเสียง “ป๊อบ” ที่รบกวนการบันทึกเสียง

โดยปกติเมื่อเราพูด จะมีแรงลมกระแทกออกมาพร้อมเสียงพูด — ซึ่งไมโครโฟนประเภท คอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone) จะมีความไวต่อเสียงสูงมาก ทำให้เสียงลมหรือเสียงกระแทกเหล่านี้กลายเป็นสัญญาณรบกวนในไฟล์เสียงจริง เสียงที่ดังขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างก้อนเสียงกระแทกลงบนไมค์ ทำให้เกิดเสียง “Pop” หรือ “ลมกระแทกไมค์” ขณะอัดเสียงได้

หากลองจินตนาการถึงการพูดโดยมีเทียนไขจุดอยู่ตรงหน้า เวลาพูดเปลวไฟจะกระเพื่อมตามแรงลมจากเสียงพูด — นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับไมค์คอนเดนเซอร์ในโลกจริง โดยเฉพาะเมื่อออกเสียง /พ/ /ป/ /ต/ /ท/ จะเห็นได้ชัดว่ามีกระแสลมแรงกว่าตัวอักษรอื่น

Image source : www.maono.com

แน่นอนว่าระยะห่างจากไมค์ก็ช่วยลดปัญหาได้ แต่หากอยู่ไกลเกินไป เสียงก็อาจเบาและขาดความชัดเจน ดังนั้นการใช้ Pop Filter จึงเป็นวิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดที่สุด ช่วยให้เสียงคมชัด ลื่นหู และเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะในงาน พอดแคสต์, อัดเสียง, ร้องเพลง หรือไลฟ์สตรีม

Image source : http://www.rode.com/

Pop Filter มีข้อดียังไงในการทำงานด้านเสียงและทำไมเราต้องใช้ 

สำหรับใครที่เลือกใช้ไมโครโฟนชนิด คอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone) ถือว่า จำเป็นต้องมี Pop Filter ติดไว้ใช้งาน เพราะไมค์ประเภทนี้มีความไวต่อเสียงสูงมาก ทำให้เวลาเราพูดหรือร้องเพลง มักจะเกิด “การกระแทกเสียง” จากลมหรือแรงพูด ซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงรบกวนในไฟล์เสียงได้

นอกจากเสียง /พ/ /ป/ /ต/ แล้ว ในบางกรณียังรวมถึงเสียง /ส/ ซึ่งอาจสร้างเสียงแหลมหรือเสียงซ่า (Sibilance) ที่ทำให้เสียงไม่สบายหูได้เช่นกัน การใช้ Pop Filter จะช่วยลดเสียงรบกวนเหล่านี้ลงได้ดี ทำให้เสียงพูดหรือเสียงร้องมีความใส ชัดเจน และให้คุณภาพไฟล์เสียงที่สะอาดขึ้นอย่างชัดเจน

แม้ว่า Pop Filter จะถูกแนะนำเป็นพิเศษสำหรับไมค์คอนเดนเซอร์ แต่หากใครใช้ไมโครโฟนชนิด ไดนามิก (Dynamic Microphone) ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน โดยจะช่วยกรองเสียงลมและเสียงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เสียงโดยรวมฟังดูเป็นธรรมชาติและนุ่มนวลมากขึ้น

Pop Filter มีกี่แบบ อะไรบ้าง ? 

Pop Filter ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดและใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ ตามวัสดุที่ใช้ในการผลิต ได้แก่ แบบไนลอน (Nylon Pop Filter) และ แบบโลหะ (Metal Mesh Pop Filter) ซึ่งทั้งสองชนิดทำหน้าที่เหมือนกันคือช่วยกรองเสียงลมและเสียงกระแทกจากการพูด แต่จะมีจุดเด่นและข้อแตกต่างเล็กน้อยครับ

Image source : www.maono.com
  • Pop Filter แบบไนลอน
    เป็นแบบที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะสามารถกันเสียงได้ดีและมีประสิทธิภาพสูง มีให้เลือกหลายแบรนด์ หลายขนาด และหลายรูปทรง จุดเด่นคือ ดูดซับความชื้นได้ดี แต่ข้อเสียคือ ทำความสะอาดยาก และ มีโอกาสขาดหรือหลุดได้หลังล้างทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก ทำให้สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ง่าย
  • Pop Filter แบบตาข่ายโลหะ (Metal Mesh)
    มีความคงทน แข็งแรง ใช้งานได้ยาวนานไม่เสียรูปง่าย ประสิทธิภาพในการกันเสียงลมและเสียงกระแทกทำได้ดีเช่นกัน อีกทั้ง ไม่เก็บความชื้นและทำความสะอาดง่าย เพียงเช็ดหรือเป่าลมก็สามารถนำกลับมาใช้ได้ทันที เหมาะกับผู้ที่ใช้งานบ่อยหรือทำงานเสียงในสตูดิโอที่ต้องการความสะดวกและทนทาน

เลือกซื้อ Pop Filter ดูยังไงให้เหมาะกับงานของเรา

การเลือก Pop Filter ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานถือว่าสำคัญมาก เพราะ Pop Filter ที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้เสียงที่ใส ชัด และลดเสียงรบกวนได้ดีที่สุด โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ครับ

ขนาด (Size)
ขนาดของไมโครโฟนเป็นตัวกำหนดขนาดของ Pop Filter ที่ควรเลือก โดยทั่วไปควรเลือก Pop Filter ที่มีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของไมค์เล็กน้อย เพื่อให้ครอบคลุมบริเวณที่เสียงเข้าสู่ไมค์ได้ทั้งหมด จะช่วยให้ลดเสียงลมและเสียงกระแทกได้เต็มประสิทธิภาพ

รูปร่าง (Shape)
รูปร่างของ Pop Filter ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการรับเสียงของไมค์ (Polar Pattern) และรูปแบบการใช้งาน เช่น
– ไมค์ที่มีการรับเสียงแบบ Cardioid (รับเสียงด้านหน้า) หรือ Bi-directional (รับเสียงด้านหน้าและด้านหลัง) นิยมใช้ Pop Filter แบบแบน (Flat Type)
– ส่วนไมค์ที่รับเสียงรอบทิศทางแบบ Omnidirectional หรือมีการพูดเอียง/เคลื่อนไหวระหว่างพูด ควรเลือก Pop Filter แบบโค้ง (Curved Type) เพื่อให้ครอบคลุมทิศทางเสียงได้ดีกว่า

การติดตั้ง (Mounting Type)
Pop Filter บางรุ่นจะมาพร้อม ขาตั้งในตัว หรือ คลิปหนีบติดไมค์ ซึ่งควรตรวจสอบระยะห่างจากตัวไมค์ให้เหมาะสม โดยปกติ Pop Filter ควรอยู่ห่างจากไมค์ประมาณ 2–6 นิ้ว เพื่อให้กรองเสียงได้ดีและไม่ทำให้เสียงพูดเบาหรือผิดธรรมชาติ

Image source : http://www.rode.com/

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย COB MEDIA ประกันศูนย์ไทย 1 ปีเต็ม พร้อมศูนย์ซ่อมในไทยและบริการหลังการขายทุกรูปแบบ สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
รีวิว INSTA360 GO 2 กล้องแอคชั่นรุ่นใหม่ตัวเล็กที่สุดในโลก ขนาดเพียงหัวแม่มือ ติดตั้งกล้องตรงไหนก็ได้ ใช้ง่ายถ่ายสนุก

รีวิว INSTA360 GO 2 กล้องแอคชั่นรุ่นใหม่ตัวเล็กที่สุดในโลก ขนาดเพียงหัวแม่มือ ติดตั้งกล้องตรงไหนก็ได้ ใช้ง่ายถ่ายสนุก

Next
5 วิธีเลือกเลนส์ตัวที่สองให้เหมาะกับเรา มือใหม่ต้องรู้ก่อนซื้อเลนส์

5 วิธีเลือกเลนส์ตัวที่สองให้เหมาะกับเรา มือใหม่ต้องรู้ก่อนซื้อเลนส์

You May Also Like