การวางแผนสำรองก่อนออกกองที่ดีมักทำให้กระเป๋าเบาลง ฟังดูสวนกับสัญชาตญาณ เพราะภาพในหัวของคำว่าสำรองคือการขนของเพิ่ม ความต่างอยู่ที่คำถามตั้งต้น ถ้าเริ่มจากคำถามว่าอะไรที่อาจได้ใช้ รายการจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนกระเป๋าเต็มไปด้วยของเผื่อที่ไม่เคยถูกหยิบ แต่ถ้าเริ่มจากคำถามว่าถ้าชิ้นไหนตายตอนบ่ายสองแล้วงานจบ รายการจะสั้นลงทันที และหน้าตาของมันเปลี่ยนไปด้วย เลนส์ตัวที่สี่หลุดออกจากลิสต์ แล้วสายไฟเส้นที่สองเข้ามาแทนที่ แผนนี้คือ backup plan checklist ที่ทีมควรทบทวนก่อนออกกองทุกครั้ง
backup plan checklist: วางแผนสำรองก่อนออกกอง เริ่มจากแยกของเป็นสองกอง
ของในกองแยกได้เป็นสองกองใหญ่ กองแรกคือของที่พังแล้วงานจบทันที ตัวกล้อง สื่อบันทึก แหล่งจ่ายไฟ และเลนส์ตัวที่ต้องใช้ถ่ายเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของงาน ของกองนี้คือจุดล้มเหลวจุดเดียวของทั้งวัน กองที่สองคือของที่พังแล้วเจ็บแต่ยังถ่ายต่อได้ มอนิเตอร์ภายนอก ND แบบแปรผัน ไฟเสริม ขาสไลด์ ของกองที่สองถ้าตายกลางงาน ทางออกคือเปลี่ยนวิธีถ่ายแล้วรอดไปได้ ของกองแรกถ้าตาย เหลือทางเดียวคือยืนขอโทษลูกค้า งบสำรองกับพื้นที่ในกระเป๋าจึงควรทุ่มไปที่กองแรกก่อนเสมอ ทั้งที่ของกองที่สองซื้อง่ายกว่าและถูกกว่ามาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนเผลอเริ่มผิดฝั่ง
ของที่พังบ่อยที่สุดคือของชิ้นเล็ก
จุดที่พลาดกันบ่อยคือความเชื่อว่าของสำรองต้องเป็นของชิ้นใหญ่ ที่จริงแล้วของที่ทำงานพังบ่อยที่สุดกลับเป็นของชิ้นเล็กที่ราคาไม่ถึงหลักพัน สาย HDMI ที่ขาดอยู่ข้างในสาย สายชาร์จหัวงอที่หลวม ตัวล็อกขาตั้งที่คลายจนหัวขาตั้งย้อย ฟิวส์เล็ก ๆ ในระบบไฟ ของพวกนี้พังบ่อยกว่าตัวกล้องหลายเท่า และสำรองได้ด้วยเงินน้อยมาก คนที่เพิ่งเริ่มทำแผนสำรองควรเริ่มจากตรงนี้ เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความประหยัด แต่อยู่ที่อัตราการพังต่อเงินที่ลงไป ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาของทั้งกอง
อีกอย่างที่ต้องเตรียมและไม่ใช่ของ
อีกอย่างที่ต้องเตรียมและไม่ใช่ของคือเวลา ตารางถ่ายที่อัดแน่นจนไม่เหลือช่องว่าง แปลว่าปัญหาเล็กแค่ไหนก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที ตัวเลขที่ใช้ได้จริงอยู่ราวสิบห้าถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของแต่ละบล็อกการถ่าย เผื่อไว้ไม่ใช่เพื่อชิลล์ แต่เพื่อให้มีที่ให้ล้ม ซึ่งเป็นหลักเดียวกับการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ วันที่ไม่มีอะไรพัง เวลาก้อนนั้นกลายเป็นช็อตเสริมที่ลูกค้าชอบ วันที่มีอะไรพัง มันคือสิ่งเดียวที่กันไม่ให้ต้องขอเลื่อนคิว การเผื่อเวลาไม่ต้องเสียเงินซื้อ แต่ต้องกล้าคุยกับลูกค้าตั้งแต่ตอนวางตาราง ซึ่งเอาจริง ๆ ยากกว่าซื้อของ
ไม่ใช่ทุกงานที่ต้องมีสำรองครบทุกชิ้น
ที่ต้องพูดให้ครบคือไม่ใช่ทุกงานที่ต้องมีสำรองครบทุกชิ้น งานสัมภาษณ์ในออฟฟิศที่นัดใหม่ได้ กับงานที่ถ่ายซ้ำไม่ได้ในชีวิตคน ความเสี่ยงอยู่คนละระดับ ถ้างานส่วนใหญ่เป็นแบบแรก การเช่าของสำรองเฉพาะงานใหญ่เป็นทางที่สมเหตุสมผลกว่าการถือของเพิ่มไว้ทุกงาน ซึ่งชั่งน้ำหนักไว้ในบทความเรื่องมีกล้องสำรองเองกับเช่า ก่อนออกกองครั้งหน้า ลองเขียนแผนเผชิญเหตุลงกระดาษสักครั้งว่าถ้าของชิ้นที่ใช้บ่อยที่สุดตายตอนบ่ายสอง แผนต่อไปคืออะไร ถ้าตอบไม่ได้ในสามวินาที นั่นคือช่องว่างที่ต้องปิดก่อน










