📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED ตั้งค่ายังไงไม่ให้ภาพเสีย

ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED

LED Flicker Camera Settingsถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED ตั้งค่ายังไงไม่ให้ภาพเสีย เป็นโจทย์ประจำของคนถ่ายอีเวนต์ เพราะงานสัมมนาที่จัดในฮอลล์ใหญ่ทุกวันนี้แทบไม่มีงานไหนที่ไม่มีจอ LEDหลังเวที ซึ่งแปลว่าอาการแถบมืดวิ่งขึ้นลงบนจอกลายเป็นเรื่องที่ต้องเจอเป็นประจำ ที่ทำให้สับสนคือตาเปล่ามองแล้วจอสว่างเรียบสนิท แต่บนมอนิเตอร์กลับมีแถบไล่ขึ้นลงตลอดเวลา เพราะจอ LED และไฟหลายชนิดไม่ได้สว่างต่อเนื่อง มันกะพริบเร็วเกินกว่าตาคนจะจับได้ แต่กล้องจับได้สบาย

LED Flicker Camera Settings: รากของปัญหามีสองชั้นซ้อนกัน

ชั้นแรกคือความถี่ จอ LED มีรีเฟรชเรตของมัน หลอดไฟบ้านก็กะพริบตามความถี่ไฟฟ้าในประเทศนั้น ถ้าสปีดชัตเตอร์ไม่ลงตัวกับรอบการกะพริบนั้น แต่ละเฟรมจะเก็บแสงได้ไม่เท่ากัน ผลคือภาพวูบสว่างวูบมืดทั้งเฟรม ชั้นที่สองคือวิธีที่เซนเซอร์อ่านภาพ พอเซนเซอร์ไล่อ่านทีละแถวจากบนลงล่าง แถวที่ถูกอ่านตอนไฟติดกับแถวที่ถูกอ่านตอนไฟดับก็ได้ความสว่างต่างกัน กลายเป็นแถบพาดขวางที่วิ่งขึ้นวิ่งลง ซึ่งเป็นอาการที่ global shutter ไม่มี เพราะทุกแถวรับแสงช่วงเดียวกันหมด

ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED ให้เริ่มที่สปีดชัตเตอร์เสมอ

ในประเทศที่ใช้ไฟห้าสิบเฮิรตซ์ การตั้งชัตเตอร์ให้เป็นค่าที่หารลงตัวกับความถี่นั้นมักทำให้แถบหายไปเลย หลายกล้องมีโหมดปรับชัตเตอร์แบบละเอียดเป็นองศาหรือเป็นเศษส่วนที่ปรับทีละนิดได้ ให้เปิดใช้แล้วค่อย ๆ ไล่ปรับขึ้นลงพร้อมกับดูจอ จะเห็นจุดที่แถบชะลอลงจนหยุดนิ่ง นั่นคือค่าที่ต้องการ วิธีนี้ใช้ได้กับจอ LED เหมือนกัน เพียงแต่จอบางรุ่นมีรีเฟรชเรตที่ไม่ตรงกับความถี่ไฟบ้าน จึงต้องหาค่าที่เข้ากับตัวจอเอง และบางครั้งค่าที่แก้จอได้กลับไปทำให้ไฟในห้องกะพริบแทน อันนี้คือจุดที่ต้องเลือกว่าอะไรอยู่ในเฟรมมากกว่ากัน

ถ้าปรับชัตเตอร์แล้วยังไม่หมด ยังมีทางอื่นให้เล่น

ทีมงานหลายทีมขอให้ฝ่ายเทคนิคของงานปรับรีเฟรชเรตของจอให้สูงขึ้นหรือเปลี่ยนโหมด ซึ่งจอระดับงานอีเวนต์ส่วนใหญ่ทำได้ ถ้าคุยไม่ได้ ก็จัดองค์ประกอบภาพให้จอไม่กินพื้นที่ใหญ่ในเฟรม หรือเลือกมุมที่จอเบลอไปกับระยะชัด แถบที่วิ่งอยู่บนของที่เบลอแล้วสังเกตยากกว่ามาก อีกอย่างที่หลายคนลืมคือเฟรมเรต การถ่ายสโลว์โมชันในห้องที่มีไฟกะพริบเป็นสูตรของปัญหา เพราะยิ่งเฟรมเรตสูง ชัตเตอร์ยิ่งถูกบีบให้เร็วจนหลุดจากค่าที่ปลอดภัย

ข้อดีอย่างหนึ่งของงานประเภทนี้คือเช็กได้ก่อนถ่ายจริงเกือบทุกครั้ง เข้าไปตั้งกล้องก่อนงานเริ่มสักสิบห้านาที เล็งไปที่จอ ไล่ชัตเตอร์ให้จบ แล้วจดค่าไว้ ทีมที่ทำแบบนี้จนเป็นนิสัยแทบไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลย ทั้งที่ใช้กล้องธรรมดาที่ไม่ได้มี global shutter แต่กับงานที่เข้าไปเซตก่อนไม่ได้ อย่างงานคอนเสิร์ตที่ไฟเปลี่ยนตลอดเวลา หรืองานที่ต้องย้ายกล้องไปมาระหว่างโซนที่ไฟคนละชนิด นั่นแหละคือจุดที่กล้อง global shutter เริ่มให้ความสบายใจที่จ่ายเพิ่มแล้วรู้สึกได้

ก่อนจะสรุปว่ากล้องไม่ไหว คำถามที่ตรงกว่าคือเคยนั่งไล่ชัตเตอร์อย่างจริงจังหน้างานแล้วหรือยัง และเคยทดสอบขีดจำกัดของกล้องตัวเองอย่างเป็นระบบแล้วหรือยัง

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • ถ่ายงานที่มีไฟกะพริบและจอ LED ให้เริ่มที่สปีดชัตเตอร์เสมอ
  • ข้อดีอย่างหนึ่งของงานประเภทนี้คือเช็กได้ก่อนถ่ายจริงเกือบทุกครั้ง
  • เข้าไปตั้งกล้องก่อนงานเริ่มสักสิบห้านาที เล็งไปที่จอ ไล่ชัตเตอร์ให้จบ แล้วจดค่าไว้
Prev
ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง เกิดตอนไหนและแก้ยังไง
ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง

ภาพเบี้ยวและแฟลชแบนดิ้ง เกิดตอนไหนและแก้ยังไง

Next
เช็กว่ากล้องที่มีอยู่รับมือการเคลื่อนไหวเร็วได้แค่ไหน
เช็กว่ากล้องที่มีอยู่รับมือการเคลื่อนไหวเร็ว

เช็กว่ากล้องที่มีอยู่รับมือการเคลื่อนไหวเร็วได้แค่ไหน

You May Also Like