📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

คมตั้งแต่เปิดกว้างสุด กับ ต้องหรี่ลงถึงคม ต่างกันยังไงในงานจริง

คมตั้งแต่เปิดกว้างสุด กับ ต้องหรี่ลงถึงคม

เรื่องคมตั้งแต่เปิดกว้างสุด กับ ต้องหรี่ลงถึงคม ผมนึกถึงงานอีเวนต์ในโรงแรมเมื่อเดือนก่อน ห้องบอลรูมหรี่ไฟลงเหลือแค่สปอตบนเวที ผมยืนอยู่หลังห้องพร้อมเลนส์สองตัวในกระเป๋า ตัวหนึ่งเปิดได้ f/1.4 อีกตัว f/1.8 ที่ทุกคนบอกว่าต้องหรี่ลง f/2.8 ถึงจะเข้าที่ ปัญหาคือคืนนั้นผมหรี่ไม่ได้ ถ้าหรี่แปลว่าต้องดัน ISO ขึ้นอีกสตอป แล้วเลนส์ที่ “คมกว่าเมื่อหรี่” ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะภาพจะไปเสียที่นอยส์แทน นี่คือจุดที่คำว่าคมบนกระดาษกับคมในงานมันแยกทางกัน

คมตั้งแต่เปิดกว้างสุด กับ ต้องหรี่ลงถึงคม ต่างกันที่การออกแบบ

เลนส์ส่วนใหญ่คมขึ้นเมื่อหรี่ลงจากกว้างสุดประมาณสองถึงสามสตอป เหตุผลคือที่รูรับแสงกว้างสุด แสงวิ่งผ่านชิ้นเลนส์ในส่วนขอบ ๆ ซึ่งควบคุมความคลาดได้ยากกว่าตรงกลาง พอหรี่ลง แสงส่วนนั้นถูกตัดออกไป ภาพจึงสะอาดขึ้น เลนส์ที่ออกแบบมาให้คมตั้งแต่เปิดกว้างสุดคือเลนส์ที่ผู้ผลิตลงทุนแก้ความคลาดตรงส่วนนั้น ซึ่งแลกมาด้วยชิ้นเลนส์ที่มากขึ้น กระบวนการผลิตที่คุมยากขึ้น และมักสะท้อนออกมาที่ราคากับน้ำหนัก

คำถามจริงคือคุณจะได้ใช้รูรับแสงกว้างสุดบ่อยแค่ไหน

คำถามที่ควรถามจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเลนส์ตัวไหนคมกว่า แต่คือคุณจะได้ใช้รูรับแสงกว้างสุดบ่อยแค่ไหน ถ้างานหลักของคุณคือสัมภาษณ์ในสตูดิโอที่คุมไฟเองได้ คุณอาจจะตั้ง f/2.8 ถึง f/4 เกือบตลอด เพราะต้องการระยะชัดลึกพอให้ตัวแบบขยับหัวแล้วยังอยู่ในโฟกัส ในสถานการณ์นั้นเลนส์ที่ต้องหรี่ลงถึงเข้าที่ก็ทำงานได้เต็มร้อย และคุณอาจได้ไฟล์ที่ดีพอ ๆ กับเลนส์ราคาสูงกว่าโดยไม่ต้องจ่ายส่วนต่างนั้น แต่ถ้างานคุณคือถ่ายในสถานที่จริงที่แก้ไฟไม่ได้ งานคอนเสิร์ต งานแต่งช่วงเย็น หรืองานสารคดีที่ต้องตามคนเดินเข้าออกจากที่สว่างไปที่มืด รูรับแสงกว้างสุดไม่ใช่ทางเลือกสำรอง มันคือค่าที่คุณอยู่ตลอดคืน และคุณภาพที่จุดนั้นคือคุณภาพของงานคุณทั้งงาน

การหรี่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ความคม มันเปลี่ยนหน้าตาของภาพ

มีอีกมุมที่คนมักลืม คือการหรี่รูรับแสงไม่ได้เปลี่ยนแค่ความคม มันเปลี่ยนหน้าตาของภาพด้วย ระยะชัดลึกกว้างขึ้น ฉากหลังที่เคยละลายจะเริ่มอ่านออกว่าเป็นอะไร โบเก้จากไฟดวงเล็ก ๆ จะเล็กลงและเปลี่ยนรูปทรง ถ้าลุคที่ลูกค้าอยากได้คือหน้าชัดหลังละลายแบบเห็นชัด การหรี่เพื่อแลกความคมอาจแลกผิดอย่าง ผมเคยเจองานที่หรี่ลงหนึ่งสตอปแล้วภาพคมขึ้นจริง แต่ฉากหลังเริ่มเห็นป้ายทางออกฉุกเฉินชัดจนต้องมาลบทีหลัง คุ้มหรือไม่คุ้มก็ต้องชั่งเอง

สิ่งที่ผมทำกับเลนส์ทุกตัวที่ซื้อมา คือหาให้เจอว่ามัน “พอใช้ได้” ที่รูรับแสงไหน ไม่ใช่ “ดีที่สุด” ที่รูรับแสงไหน เพราะในงานจริงคุณไม่ได้เลือกค่าที่ดีที่สุด คุณเลือกค่าที่แสงยอมให้เลือก แล้วถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าเลนส์ตัวนี้ที่ค่านั้นให้อะไร คุณจะตัดสินใจได้เร็วขึ้นมากตอนอยู่หน้างาน

ลองเปิดไฟล์งานสามชิ้นล่าสุดของคุณดูข้อมูล EXIF ว่ารูรับแสงไหนโผล่มาบ่อยที่สุด คำตอบนั้นน่าจะบอกได้เลยว่าเลนส์ตัวต่อไปของคุณควรลงเงินไปตรงไหน

Prev
ความคมของเลนส์ดูกันยังไง อ่านค่าอะไรถึงจะรู้เรื่อง
ความคมของเลนส์ดูกันยังไง

ความคมของเลนส์ดูกันยังไง อ่านค่าอะไรถึงจะรู้เรื่อง

Next
ถ่าย 5K 6K ต้องใช้เลนส์คมแค่ไหนถึงจะพอ
ถ่าย 5K 6K ต้องใช้เลนส์คมแค่ไหน

ถ่าย 5K 6K ต้องใช้เลนส์คมแค่ไหนถึงจะพอ

You May Also Like