📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ถ่าย RAW กับ ถ่ายโคเดกบีบอัด เลือกจาก workflow ยังไง

ถ่าย RAW กับ ถ่ายโคเดกบีบอัด

คำถามว่าถ่าย RAW กับ ถ่ายโคเดกบีบอัดเลือกจาก workflow ยังไง มาจากเคสแบบนี้ น้องคนหนึ่งส่งข้อความมาถามผมตอนดึกว่าทำไมถ่ายมาสวยมาก แต่พอเอาเข้าคอมแล้วเล่นไม่ได้เลย ภาพกระตุกเป็นสไลด์โชว์ ผมถามว่าถ่ายมาแบบไหน เขาตอบว่าเปิด RAW ไว้ เพราะเห็นในคลิปรีวิวบอกว่าดีที่สุด งานนั้นเขาถ่ายสองวัน ได้ไฟล์มาหลายเทระไบต์ ไดรฟ์ที่เตรียมไว้เต็มตั้งแต่วันแรก และเครื่องที่ใช้ตัดคือโน้ตบุ๊กที่พอถูไถกับงานปกติ นี่คือกรณีคลาสสิกของการเลือกฟอร์แมตจากคำว่าดีที่สุด โดยไม่ได้ถามว่าดีที่สุดสำหรับใคร

ถ่าย RAW กับ ถ่ายโคเดกบีบอัด ต่างกันตรงที่ใครตัดสินใจแทน

RAW ในโลกวิดีโอคือการเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์ไว้แบบดิบที่สุดเท่าที่กล้องรุ่นนั้นจะทำได้ ข้อดีคือคุณได้พื้นที่ให้แก้เยอะมากตอนเกลี่ยสี ดึงไฮไลต์ที่เกือบไหม้กลับมาได้ เปลี่ยนสมดุลแสงขาวได้เหมือนตอนถ่าย และรายละเอียดในเงาก็ยืดหยุ่นกว่า ส่วนโคเดกบีบอัดคือการที่กล้องตัดสินใจแทนคุณไปแล้วบางส่วน แล้วเก็บผลลัพธ์ในรูปที่เล็กลง เร็วขึ้น เปิดง่ายขึ้น ระดับของการบีบอัดก็มีตั้งแต่แบบคุณภาพสูงที่ยังแก้ได้พอสมควร ไปจนถึงแบบที่เน้นพื้นที่เล็กและเหมาะกับงานส่งไว

ต้นทุนจริงของ RAW อยู่หลังกล้อง ไม่ใช่ที่กล้อง

ต้นทุนจริงของ RAW ไม่ได้อยู่ที่กล้อง แต่อยู่ที่ทุกอย่างหลังกล้อง คุณต้องมีการ์ดที่เขียนได้เร็วพอและมีความจุมากพอ ต้องมีไดรฟ์ที่รับไฟล์ขนาดนั้นได้ทั้งตอนเก็บชั่วคราวและตอนเก็บถาวร ต้องคูณสองคูณสามเพราะหลัก 3-2-1 และต้องมีเครื่องตัดที่อ่านไฟล์หนักได้หรืออย่างน้อยต้องเผื่อเวลาสร้าง proxy ทุกงาน ผมเคยคำนวณให้ทีมหนึ่งดูว่าถ้าเขาย้ายไปถ่าย RAW ทั้งหมด ค่าสตอเรจต่อปีจะเพิ่มขึ้นจนกินกำไรของงานเล็ก ๆ ไปหลายงาน พอเห็นตัวเลขเขาก็ตัดสินใจได้เองว่าจะใช้เฉพาะงานไหน

โคเดกบีบอัดคุณภาพสูงในกล้องยุคนี้เก่งกว่าที่คนคิดเยอะ สำหรับงานสัมภาษณ์ งานอีเวนต์ งานคอนเทนต์แบรนด์ที่ปลายทางคือจอมือถือ ความยืดหยุ่นที่ได้เพิ่มจาก RAW บางทีเอาไปใช้ไม่ทันด้วยซ้ำ เพราะเวลาแก้งานมีจำกัด ในทางกลับกัน ถ้างานของคุณคือถ่ายในสภาพแสงที่คุมไม่ได้ มีฉากคอนทราสต์จัด ต้องคีย์ฉากเขียว หรือจะขายให้ลูกค้าที่มีทีมเกลี่ยสีของตัวเอง RAW คือของที่ให้ผลจริงและคุ้มกับความยุ่งยาก มันไม่ใช่เรื่องความโปร แต่เป็นเรื่องว่าปลายทางเอาความยืดหยุ่นนั้นไปใช้หรือเปล่า

สามคำถามที่ใช้ตัดสินใจได้จริง

วิธีเลือกที่ผมใช้คือเริ่มจากถามสามข้อ ปลายทางของงานนี้ฉายที่ไหน มีใครเกลี่ยสีจริงจังไหม และคุณเก็บไฟล์นี้ไว้กี่ปี ถ้าปลายทางคือโซเชียล ไม่มีคนเกลี่ยสีเต็มรูปแบบ และเก็บไว้ไม่นาน โคเดกบีบอัดคุณภาพสูงคือคำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุด ถ้าตอบตรงข้ามทั้งสามข้อ ให้ถ่าย RAW แล้ววางงบสตอเรจเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนทำใบเสนอราคา อย่าไปแบกค่าที่เก็บไฟล์เอง หลายคนลืมคิดตรงนี้แล้วมาเจ็บทีหลัง

ถ้ายังไม่แน่ใจ ทางสายกลางที่ใช้ได้จริงคือถ่ายโคเดกบีบอัดคุณภาพสูงเป็นค่าตั้งต้น แล้วสลับไป RAW เฉพาะช็อตที่รู้ว่าจะต้องแก้หนัก เช่น ช็อตย้อนแสงหรือช็อตที่ต้องซ้อนภาพ ก่อนถ่ายจริงลองถ่ายทดสอบสักสิบนาทีในสภาพเดียวกับงานจริง แล้วลากเข้าเครื่องที่จะใช้ตัดจริง คุณจะรู้ภายในครึ่งชั่วโมงว่าระบบของคุณรับไหวไหม สิ่งที่ควรทำต่อคือเดินไปคุยกับร้านเรื่องการ์ดความเร็วที่กล้องคุณต้องการจริงและสตอเรจที่เผื่ออีกสองปี ราคาขยับตลอด ให้เช็กก่อนซื้อ แล้วเลือกจากตัวเลขงานของคุณ ไม่ใช่จากคำว่าดีที่สุดในคลิปรีวิว

Prev
อุปกรณ์ชุดแรกสำหรับวาง workflow ให้เป็นระบบ
อุปกรณ์ชุดแรกสำหรับวาง workflow

อุปกรณ์ชุดแรกสำหรับวาง workflow ให้เป็นระบบ

Next
เก็บงานบน NAS กับ ฮาร์ดดิสก์แยกลูก เลือกแบบไหน
เก็บงานบน NAS กับ ฮาร์ดดิสก์แยกลูก

เก็บงานบน NAS กับ ฮาร์ดดิสก์แยกลูก เลือกแบบไหน

You May Also Like