สำหรับคนถ่ายวิดีโอ VND Filter หรือ Variable ND Filter เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาก เพราะช่วยลดแสงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่ากล้องตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาถ่ายกลางแจ้งที่ต้องการคุม Shutter Speed ให้อยู่ในค่าที่เหมาะสม เช่น 1/50 หรือ 1/60 เพื่อให้ภาพเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติ

แต่ปัญหาคือ VND ไม่ได้ดีทุกตัว และถ้าเลือกฟิลเตอร์คุณภาพต่ำเกินไป ภาพที่ได้อาจเสียตั้งแต่ต้นทาง ทั้งสีเพี้ยน คอนทราสต์ตก ความคมลด หรือเกิดลายกากบาทในภาพ
บทความนี้จะพาไปดูว่า ฟิลเตอร์ VND แบบไหนที่ควรเลี่ยง เพื่อให้เราเลือกใช้งานได้มั่นใจมากขึ้น
1. VND ที่ทำให้ภาพสีเพี้ยนชัดเจน
สิ่งแรกที่ควรเลี่ยงคือ VND ที่ทำให้ภาพติดสีแปลก ๆ เช่น ติดเขียว ติดม่วง ติดน้ำตาล หรือทำให้สีผิวดูผิดธรรมชาติ

เพราะในงานวิดีโอ สีที่เพี้ยนจากฟิลเตอร์จะสร้างปัญหาตอนตัดต่อและเกรดสีมากกว่าที่คิด บางครั้งเราอาจแก้ White Balance แล้วเหมือนภาพกลับมาดี แต่สีผิวหรือสีบางช่วงยังดูแปลกอยู่
VND ที่ดีควรลดแสงโดยที่ยังรักษาสีเดิมของกล้องและเลนส์ให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ลดแสงแล้วทำให้โทนภาพเปลี่ยนไปทั้งคลิป
2. VND ที่หมุนแล้วสีเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
VND บางตัวอาจไม่ได้เพี้ยนสีแค่ระดับเดียว แต่เมื่อหมุนปรับความเข้มมากขึ้น สีของภาพจะเปลี่ยนตามไปด้วย

เช่น ตอนหมุนเบา ๆ สีดูปกติ แต่พอหมุนเข้มขึ้น ภาพเริ่มติดเขียวหรือม่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปัญหานี้หนักมากสำหรับงานวิดีโอ เพราะถ้าเราถ่ายหลายช็อตด้วยระดับ ND ต่างกัน สีของแต่ละช็อตอาจไม่เหมือนกัน ทำให้เวลาตัดต่อแล้วภาพดูไม่ต่อเนื่อง และต้องเสียเวลาเกรดสีเพิ่ม
ถ้า VND ตัวไหนหมุนแล้วสีเปลี่ยนชัดเจน ควรเลี่ยงครับ
3. VND ที่เกิด X Pattern ง่าย
ปัญหาคลาสสิกของ VND คุณภาพต่ำคือ X Pattern หรือเงากากบาทที่เกิดขึ้นบนภาพ โดยเฉพาะเมื่อหมุนไปในระดับเข้มมาก ๆ หรือใช้กับเลนส์มุมกว้าง

อาการนี้มักเห็นเป็นแถบมืดคล้ายตัว X กลางภาพ ทำให้ภาพใช้งานแทบไม่ได้ และที่สำคัญคือแก้ในโปรแกรมตัดต่อได้ยากมาก
โดยเฉพาะคนที่ถ่ายกลางแจ้ง ถ่ายท้องฟ้า ถ่ายทะเล หรือถ่ายฉากที่มีพื้นที่สีเรียบ ๆ จะเห็นอาการนี้ชัดมาก
VND ที่ดีควรมีช่วงการใช้งานที่ปลอดภัย และไม่เกิด X Pattern ง่ายในช่วงที่ผู้ใช้ต้องใช้งานจริง
4. VND ที่ทำให้ภาพคอนทราสต์ตกและดูหม่น
บางครั้งเราใส่ VND แล้วไม่ได้รู้สึกว่าสีเพี้ยนชัด แต่ภาพกลับดูหม่นลง คอนทราสต์หาย สีดูไม่สด และภาพดูเหมือนมีฝ้าบาง ๆ เคลือบอยู่

อาการนี้เกิดจากคุณภาพกระจกและการเคลือบผิวฟิลเตอร์ที่ไม่ดีพอ ทำให้แสงกระเจิงภายในฟิลเตอร์มากขึ้น
ผลคือภาพที่ควรใส กลับดูแบนและไม่มีมิติ ต่อให้ใช้กล้องดีหรือเลนส์ดี ภาพก็อาจดูด้อยลงเพราะฟิลเตอร์ที่อยู่หน้าเลนส์
ถ้าใส่ VND แล้วภาพดูหม่นกว่าปกติแบบรู้สึกได้ ควรระวังครับ
5. VND ที่ทำให้ความคมลดลง
ฟิลเตอร์ทุกชิ้นอยู่ด้านหน้าเลนส์ ดังนั้นมันมีผลกับความคมโดยตรง

VND คุณภาพต่ำบางตัวอาจทำให้ภาพดูนิ่ม รายละเอียดลดลง หรือขอบภาพไม่คมเหมือนเดิม โดยเฉพาะเมื่อใช้กับกล้องความละเอียดสูง หรือถ่ายวิดีโอ 4K ขึ้นไป
ปัญหานี้มักไม่เห็นชัดบนจอกล้องเล็ก ๆ แต่จะเริ่มเห็นตอนเปิดไฟล์ในคอม หรือเมื่อต้องครอปภาพ ตัดต่อ หรือส่งงานให้ลูกค้า
ถ้าเราลงทุนกับกล้องและเลนส์ดีแล้ว ฟิลเตอร์ที่ทำให้ความคมลดลงชัดเจนคือสิ่งที่ควรเลี่ยง
6. VND ที่เกิดแฟลร์และโกสต์ง่าย
เวลาเราถ่ายย้อนแสงหรือมีแหล่งกำเนิดแสงแรง ๆ ในเฟรม เช่น ดวงอาทิตย์ ไฟถนน ไฟรถ หรือไฟสตูดิโอ VND คุณภาพต่ำอาจทำให้เกิดแฟลร์และโกสต์ง่ายขึ้น

แฟลร์บางแบบอาจสวยและใช้เป็นลูกเล่นได้ แต่ถ้าเกิดแบบควบคุมไม่ได้ ภาพจะดูเลอะ คอนทราสต์ตก และรายละเอียดหาย
VND ที่ดีควรมีการเคลือบผิวที่ช่วยลดแสงสะท้อน ลดโกสต์ และรักษาความใสของภาพได้ดีขึ้น
7. VND ที่ไม่มีช่วงหยุดหมุน หรือไม่มี Marking ชัดเจน
VND บางตัวไม่มีตัวหยุดหมุนหรือไม่มีสเกลบอกระดับที่ชัดเจน ทำให้ใช้งานจริงยาก โดยเฉพาะเวลาถ่ายงานเร็ว ๆ

ปัญหาที่ตามมาคือเราหมุนเกินช่วงที่ปลอดภัยโดยไม่รู้ตัว แล้วภาพเริ่มเกิด X Pattern หรือสีเปลี่ยนมากเกินไป
ฟิลเตอร์ที่ดีควรมีสเกลหรือจุดบอกระดับชัดเจน และถ้ามีตัวหยุดในช่วง Min/Max ก็จะช่วยให้ใช้งานปลอดภัยขึ้นมาก
8. VND ที่คุณภาพไม่สม่ำเสมอเมื่อใช้กับเลนส์ไวด์
ถ้าเราถ่ายวิดีโอด้วยเลนส์มุมกว้าง เช่น งาน Vlog, Landscape, Real Estate หรือเดินถ่ายกลางแจ้ง ต้องระวัง VND ที่ทำให้แสงไม่สม่ำเสมอทั่วทั้งเฟรม

บางตัวอาจทำให้มุมภาพมืดผิดปกติ หรือความเข้มของ ND ไม่เท่ากันทั่วภาพ โดยเฉพาะเมื่อหมุนไปช่วงเข้ม
ถ้าใครใช้เลนส์ไวด์บ่อย ควรเลือก VND ที่ออกแบบมาดีและทดสอบกับระยะเลนส์ที่ใช้งานจริงก่อนเสมอ
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี