มือใหม่หลายคนสงสัยว่า Full Frame APS-C ต่างกันยังไง และทำไมกล้อง Full Frame ถึงแพงกว่ากันเกือบเท่าตัว คำตอบเริ่มที่ขนาดเซนเซอร์ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ส่งผลต่อมุมภาพ หน้าชัดหลังเบลอ การถ่ายกลางคืน ไปจนถึงราคาเลนส์ บทความนี้สรุปให้ครบ 4 จุดต่าง แบบไม่ต้องท่องสเปก
Full Frame APS-C ต่างกันที่ขนาดเซนเซอร์
เซนเซอร์ Full Frame มีขนาดราว 36 x 24 มม. อิงจากฟิล์ม 35mm เดิม ส่วน APS-C อยู่ราว 23.5 x 15.6 มม. ในกล้อง Sony Nikon Fujifilm และฝั่ง Canon ราว 22.3 x 14.9 มม. พื้นที่รับแสงของ Full Frame ใหญ่กว่า APS-C ราว 2.3 ถึง 2.6 เท่า จุดเดียวนี้คือต้นเหตุของความต่างที่เหลือเกือบทั้งหมด ทั้งเรื่องมุมภาพ การละลายหลัง และการเก็บแสงในที่มืด
Crop Factor หน้าชัดหลังเบลอ และ ISO สูง
APS-C มีตัวคูณราว 1.5x ส่วน Canon ราว 1.6x ทำให้เลนส์ 50mm ให้มุมภาพเทียบเท่า 75mm บน Full Frame ได้เปรียบตอนถ่ายไกลอย่างนกหรือกีฬา แต่เสียมุมกว้างเวลาถ่ายในห้องแคบ ด้าน หน้าชัดหลังเบลอ Full Frame ละลายหลังได้ฟุ้งกว่าราว 1 สตอป ถ้าอยากได้หลังเบลอใกล้กันบน APS-C ต้องใช้เลนส์รูรับแสงกว้างกว่า เช่น f/1.4 บน APS-C จะใกล้เคียง f/2 บน Full Frame ส่วนเรื่อง ISO สูง เซนเซอร์ใหญ่กว่ารับแสงได้มากกว่า จึงคุม noise ได้ดีกว่าราว 1 สตอปในกล้องเทคโนโลยีใกล้กัน
เลือก Full Frame APS-C ตัวไหนดี
ถ้าเพิ่งเริ่ม งบจำกัด อยากได้กล้องพกง่าย ถ่ายเที่ยว ถ่าย vlog หรือใช้งานทั่วไป APS-C คุ้มและพอเกินพอ เพราะบอดี้เล็กกว่า เบากว่า และเลนส์ก็ประหยัดกว่า แต่ถ้าถ่ายแสงน้อยบ่อย ถ่ายงานแต่ง เน้นละลายหลัง หรือเริ่มรับงานจริงจัง Full Frame จะได้เปรียบกว่าในเรื่องไฟล์และการละลายหลัง อย่าลืมว่าเซนเซอร์ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าถ่ายสวยกว่าเสมอ องค์ประกอบ แสง และการเลือกเลนส์ มีผลกับภาพมากกว่า และ APS-C ยุคนี้ก็เป็นกล้องตัวหลักได้สบาย
ที่มา: CreatorSchoolThailand x lnwGadget