📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

T-stop กับ F-stop ต่างกันยังไง

T-stop F-stop

ใครที่เริ่มดูเลนส์สำหรับงานวิดีโอจริงจัง จะเริ่มเห็นตัวเลขแปลกตา จากที่เคยเห็น f2.8 กลับกลายเป็น T2.9 หลายคนสงสัยว่ามันต่างกันตรงไหน และเราจำเป็นต้องสนใจไหม

f-stop คือค่าทางทฤษฎี

อย่างที่เรารู้ว่า f-stop คือค่าที่บอกขนาดรูรับแสง คำนวณจากความยาวเลนส์หารด้วยขนาดรู แต่จุดสำคัญคือ f-stop เป็นค่าทางทฤษฎีล้วน ๆ มันบอกว่ารูเปิดกว้างแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าแสงทะลุเลนส์ออกมาจริงเท่าไร

ปัญหาคือเลนส์ทุกตัวมีการสูญเสียแสงระหว่างทาง แสงต้องวิ่งผ่านชิ้นเลนส์หลายชิ้น ผ่านการเคลือบผิว บางส่วนสะท้อนหายไป บางส่วนถูกดูดซับ เลนส์ที่มีชิ้นเลนส์เยอะหรือเคลือบไม่ดีก็จะสูญเสียแสงมากกว่า ผลคือเลนส์สองตัวที่เขียน f2.8 เท่ากัน อาจปล่อยแสงออกมาจริงไม่เท่ากัน

T-stop คือแสงที่ออกมาจริง

ตัว T มาจากคำว่า transmission หรือการส่งผ่าน T-stop คือค่าที่วัดจากแสงที่ทะลุออกมาจริง ไม่ใช่ทฤษฎี เลนส์ที่เขียน T2.9 หมายความว่าแสงที่ออกมาจริงเทียบเท่ารูรับแสง f2.9 หลังหักการสูญเสียแล้ว มันคือตัวเลขที่ซื่อสัตย์กว่าในแง่ปริมาณแสงจริง

ทำไมสำคัญกับงานวิดีโอ

เพราะงานวิดีโอมักถ่ายหลายช็อตที่ต้องเอามาต่อกัน ถ้าเราเปลี่ยนเลนส์แล้วความสว่างกระโดดไปมา ภาพจะดูไม่เนียนเวลาตัดต่อ การใช้ T-stop ที่บอกแสงจริง ช่วยให้เราคุมความสว่างให้สม่ำเสมอข้ามเลนส์ได้แม่นกว่า ส่วนงานถ่ายภาพนิ่งเรื่องนี้กระทบน้อยกว่า เพราะเราปรับแสงทีละภาพได้อยู่แล้ว

แต่อยากให้เข้าใจอีกมุมหนึ่ง T-stop เกี่ยวกับปริมาณแสงเท่านั้น มันไม่ได้เปลี่ยนเรื่องความชัดลึก ความชัดลึกยังอิงกับ f-stop ตามขนาดรูจริงอยู่ดี เลนส์ T2.9 ที่มีรูเทียบเท่า f2.8 ก็ให้ความเบลอของฉากหลังตามแบบ f2.8 ไม่ใช่ T2.9

สำหรับมือใหม่ที่ยังถ่ายภาพนิ่งเป็นหลัก ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มาก รู้ไว้พอว่ามันคืออะไรก็พอ แต่พอเริ่มจริงจังกับวิดีโอและต้องใช้หลายเลนส์ในงานเดียว ความเข้าใจเรื่อง T-stop จะช่วยให้เราคุมโทนภาพให้ต่อเนื่องได้แบบมืออาชีพ

Prev
สามเหลี่ยมการเปิดรับแสงทำงานยังไง
สามเหลี่ยมการเปิดรับแสง

สามเหลี่ยมการเปิดรับแสงทำงานยังไง

You May Also Like