มาทำความเข้าใจ desqueeze อนามอร์ฟิก ให้ชัดเจนไปพร้อมกัน พอเริ่มไปส่องเลนส์อนามอร์ฟิก สิ่งที่จะเจอเป็นอย่างแรกเลยคือตัวเลขห้อยท้ายชื่อรุ่น 1.33x บ้าง 1.5x บ้าง 2x บ้าง อันนี้เขาเรียกว่า squeeze ratio แล้วก็จะมีอีกคำที่ได้ยินบ่อยจนงงคือ desqueeze สองคำนี้ฟังดูเทคนิคจัด แต่จริง ๆ มันคือเรื่องเดียวกันที่ต้องเข้าใจก่อนจะจับอนามอร์ฟิก ไม่งั้นถ่ายมาแล้วจะงงว่าทำไมภาพผอมยาว
squeeze ratio บอกว่าเลนส์บีบหนักแค่ไหน
squeeze ratio มันบอกแค่ว่าเลนส์บีบภาพในแนวนอนหนักแค่ไหน ตัวเลข 2x คือบีบให้แคบลงครึ่งหนึ่งเลย ส่วน 1.5x กับ 1.33x ก็บีบเบาลงมาตามลำดับ กฎง่าย ๆ คือยิ่งเลขเยอะยิ่งบีบหนัก แล้วคาแรกเตอร์อนามอร์ฟิกก็ยิ่งชัด ทั้งแฟลร์ทั้งโบเก้วงรี ตัว 2x เลยให้ลุคจัดเต็มแบบที่ใช้ในหนังใหญ่ ๆ ส่วน 1.33x กับ 1.5x ลุคจะนุ่มลงหน่อย แต่แลกมากับความง่ายในการทำงาน แล้วก็เข้ากับเซ็นเซอร์และเวิร์กโฟลว์ของครีเอเตอร์ทั่วไปได้ง่ายกว่า
desqueeze คือการคลายภาพกลับให้ถูกสัดส่วน
ทีนี้การคลายภาพคือขาที่สอง มันคือการยืดภาพที่โดนบีบมาให้กลับเป็นปกติ เพราะฟุตเทจอนามอร์ฟิกดิบ ๆ ที่ยังไม่คลายเนี่ย มันดูตลกมาก คนจะผอมสูงเหมือนโดนยืด หน้าเรียวไปหมด เราต้องยืดมันกลับในแนวนอนตามค่า squeeze ของเลนส์ ภาพถึงจะกลับมาถูกสัดส่วนแล้วได้จอกว้างอย่างที่ตั้งใจ จุดที่คนพลาดกันเยอะคือใช้ค่าคลายไม่ตรงกับเลนส์ ถ่าย 1.5x ดันไปคลาย 2x แบบนี้สัดส่วนเพี้ยนทันที
ใช้จริงทั้งตอนถ่ายและตอนตัด
ในทางปฏิบัติ การรู้ค่า squeeze ของเลนส์ตัวเองมันช่วยทั้งตอนถ่ายและตอนตัด กล้องกับมอนิเตอร์หลายตัวเดี๋ยวนี้มีโหมดคลายภาพในตัว กดปุ๊บมันคลายภาพให้เราเห็นสัดส่วนจริงตอนถ่ายเลย ไม่ต้องมานั่งจัดเฟรมจากภาพผอม ๆ ให้ปวดหัว แล้วพอถึงขั้นตัดต่อก็แค่ตั้งค่าคลายให้ตรงกับเลนส์อีกที รายละเอียดเชิงเทคนิคของรูปแบบนี้อ่านเพิ่มได้ที่ anamorphic format
สรุปคือการบีบกับการคลายมันทำงานเป็นคู่ ตัวหนึ่งบีบตอนถ่าย อีกตัวคลายตอนจบ รู้ค่าเลนส์ตัวเองไว้ให้แม่น แล้วเรื่องนี้จะไม่มีอะไรให้พลาดเลย
desqueeze อนามอร์ฟิก สำหรับงานวิดีโอจริง
desqueeze อนามอร์ฟิก เป็นหัวข้อที่ควรคิดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพราะเกี่ยวกับ ความหมายของ squeeze ratio ค่า 1.33x 1.5x 2x และการคลายภาพให้ถูกสัดส่วน. ถ้าวางแผนตั้งแต่ต้น ทีมจะทำงานง่ายขึ้น และลดปัญหาที่มักเจอระหว่างถ่ายจริง.
เริ่มจากดู เป้าหมาย ของงาน ก่อนเสมอ. งาน รีวิวสินค้า งาน สารคดี งาน แต่งงาน งาน เพลง และงาน โฆษณา ต้องการ ลุคภาพ ต่างกัน. เลนส์ อนามอร์ฟิก ช่วยให้ภาพ ดูกว้าง มีมิติ และมีบุคลิก แบบ ภาพยนตร์ แต่ก็ต้องเตรียม ขั้นตอน ให้พร้อม.
สิ่งแรก ที่ควรเช็ก คือ กล้อง เซ็นเซอร์ เมาท์เลนส์ ทางยาวโฟกัส ระยะโฟกัสใกล้สุด และอุปกรณ์เสริม. ถ้าข้ามจุดนี้ อาจเจอปัญหา ภาพติดขอบ โฟกัสยาก น้ำหนักหน้าเลนส์เยอะ หรือทำงานกับกิมบอลไม่สะดวก.
วิธีเช็ก desqueeze อนามอร์ฟิก ก่อนใช้งาน
ก่อนวันถ่าย ควรลองถ่าย ทดสอบ ในแสงจริง. เช็ก ภาพกว้าง สกินโทน แฟลร์ โบเก้ ความคม และการหายใจของโฟกัส. ถ้าใช้จอหรือกล้องที่มี desqueeze ให้เปิดดูทันที เพื่อให้จัดองค์ประกอบได้ถูกต้อง.
ขั้นตอน ตัดต่อ ก็สำคัญไม่แพ้กัน. ทีมควรจด ค่า squeeze ratio ไว้ชัดเจน เช่น 1.33x 1.5x หรือ 2x. จากนั้นตั้ง timeline และ export ให้ตรงกับสัดส่วนที่ต้องการ. การจดข้อมูลไว้ช่วยให้คนตัดต่อไม่ต้องเดา และช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ.
สำหรับมือใหม่ อย่าเลือกอุปกรณ์จากลุคอย่างเดียว. ให้ดูว่าใช้กับงานจริงบ่อยแค่ไหน พกพาง่ายไหม โฟกัสถนัดหรือเปล่า และมีอุปกรณ์รองรับครบหรือยัง. บางครั้งเลนส์ที่จัดการง่าย จะให้ผลงานสม่ำเสมอกว่าเลนส์ที่ลุคจัดแต่ใช้งานยาก.
เช็กลิสต์หน้างานสำหรับ desqueeze อนามอร์ฟิก
เช็กหนึ่ง คือ ภาพต้องไม่ยืดผิดสัดส่วน. เช็กสอง คือ จุดโฟกัสต้องชัดในระยะที่ต้องใช้จริง. เช็กสาม คือ แสงแฟลร์ต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้. เช็กสี่ คือ ทีมตัดต่อรู้ค่า squeeze ratio และรู้ว่าจะส่งออกไฟล์แบบไหน.
เช็กห้า คือ อุปกรณ์ต้องรองรับน้ำหนักเลนส์. ถ้าใช้ gimbal ควรบาลานซ์ก่อนวันถ่าย. ถ้าใช้ rig ไหล่ ควรดูตำแหน่ง follow focus และ matte box. ถ้าใช้ฟิลเตอร์ ควรตรวจว่าไม่ทำให้เกิดขอบมืดในภาพกว้าง.
เช็กหก คือ สำรองแผนไว้เสมอ. งานจริงอาจมีแสงน้อย พื้นที่แคบ หรือเวลาตั้งกล้องน้อยกว่าที่คิด. การมีเลนส์สำรอง หรือมีโหมดถ่ายด้วยเลนส์ทรงกลม ช่วยให้งานไม่สะดุดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน.
สรุปการใช้ desqueeze อนามอร์ฟิก ให้คุ้ม
desqueeze อนามอร์ฟิก จะคุ้มที่สุดเมื่อทีมเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด. ถ้าต้องการภาพที่ดู cinematic ควรเตรียม แสง มุมกล้อง ระยะฉากหลัง และการเคลื่อนกล้อง ให้ช่วยส่งลุคนี้ด้วย ไม่ใช่หวังพึ่งเลนส์อย่างเดียว.
แนะนำให้ทำ checklist สั้น ๆ ก่อนออกกอง. ตรวจเลนส์ ผ้าเช็ดเลนส์ ฟิลเตอร์ matte box follow focus จอ desqueeze แบตเตอรี่ เมมโมรี และไฟล์ทดสอบ. เมื่อทุกอย่างพร้อม การถ่ายด้วยเลนส์อนามอร์ฟิกจะสนุกขึ้น คุมง่ายขึ้น และได้ภาพที่ดูตั้งใจมากกว่าเดิม.
หลังจบงาน ควรเก็บตัวอย่างไฟล์ดีและไฟล์ที่มีปัญหาไว้เทียบ. ทีมจะเรียนรู้เร็วขึ้นว่าเลนส์ให้ผลกับแสงแต่ละแบบอย่างไร และควรตั้งค่ากล้องแบบไหนในงานถัดไป. วิธีนี้ทำให้การใช้อนามอร์ฟิกไม่ใช่แค่ลุคสวย แต่เป็นเวิร์กโฟลว์ที่ทำซ้ำได้.
ดูแนวคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบเลนส์นี้ได้จาก Anamorphic format เพื่อเข้าใจที่มาของภาพกว้างและการบีบภาพในงานภาพยนตร์.
อีกเทคนิค ที่ช่วยมาก คือ ทำ test shot สั้น ๆ ก่อนถ่ายจริง. วาง คน ฉากหลัง แสงหลัก แสงขอบ และแหล่งกำเนิดแฟลร์ ให้ใกล้กับงานจริงที่สุด. จากนั้นลอง โฟกัส แพน กล้อง เดินกล้อง และเปิดดูไฟล์บนจอใหญ่. ถ้าภาพดูยืด สีเพี้ยน ขอบมืด หรือแฟลร์แรงเกินไป จะได้แก้ก่อนเข้าฉากสำคัญ.
เมื่อใช้ desqueeze อนามอร์ฟิก อย่างสม่ำเสมอ ควรสร้าง preset การทำงานของทีมไว้ด้วย. เช่น ค่า desqueeze ที่ใช้บ่อย สัดส่วน timeline วิธีตั้งจอ preview วิธีตั้งชื่อไฟล์ และวิธีส่งโน้ตให้คนตัดต่อ.
รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้งานอนามอร์ฟิกดูเป็นระบบ และช่วยให้ผลลัพธ์ในแต่ละงานใกล้เคียงกันมากขึ้น.










