📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

เลนส์อนามอร์ฟิกคืออะไร ทำไมภาพถึงดูเป็นหนัง

เลนส์อนามอร์ฟิกคืออะไร

ถ้าสงสัยว่าเลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน มีคนทักมาถามผมบ่อยมากว่า ทำไมภาพในหนังโรงถึงดูต่างจากคลิปที่เราถ่ายเองด้วยกล้องดี ๆ ทั้งที่แสงก็จัดมาแล้ว สีก็เกรดแล้ว คำตอบส่วนใหญ่อยู่ที่เลนส์ครับ โดยเฉพาะพวกแฟลร์เส้นยาว ๆ พาดผ่านจอ โบเก้ที่ไม่กลม แล้วก็ภาพกว้างแบบจอไวด์ ถ้าถามว่าเลนส์อนามอร์ฟิกคืออะไร มันก็คือเลนส์ที่สายซีเนม่าหลงกันงอมแงมนี่แหละ แต่พอถามต่อว่ามันคืออะไรกันแน่ หลายคนก็ตอบไม่ค่อยได้

เลนส์อนามอร์ฟิกคืออะไร แบบสั้นที่สุด

เอาแบบสั้นที่สุด อนามอร์ฟิกคือเลนส์ที่ บีบ ภาพในแนวนอนตอนถ่าย แล้วเราค่อยไป คลาย มันกลับให้เป็นปกติทีหลัง ต่างจากเลนส์ทรงกลมทั่วไปที่ถ่ายมายังไงก็ได้สัดส่วนนั้นเลย จบในตัว ในเลนส์อนามอร์ฟิกมันมีชิ้นเลนส์พิเศษที่คอยบีบภาพให้แคบลงในแนวกว้าง ทำให้เก็บภาพได้กว้างกว่าลงบนเซ็นเซอร์เท่าเดิม พอเอาไปคลายในขั้นตัดต่อ ที่ศัพท์เขาเรียกว่า desqueeze ภาพก็จะยืดกลับออกมาเป็นจอกว้างแบบหนัง กระบวนการบีบแล้วคลายนี่แหละคือหัวใจทั้งหมด

คาแรกเตอร์ที่พ่วงมากับการบีบภาพ

ทีนี้พอมันบีบภาพ มันก็เลยพ่วงคาแรกเตอร์แปลก ๆ มาด้วย ที่คนตกหลุมรักกัน แสงจ้าเข้าเฟรมทีเป็นแฟลร์ลากยาวเป็นเส้นแนวนอน จุดไฟหลุดโฟกัสในฉากหลังที่ปกติควรกลม ๆ ก็โดนบีบเป็นวงรี แล้วก็ให้ความรู้สึกกว้างแบบนั่งดูในโรง อันนี้เลนส์ธรรมดาทำเลียนแบบได้ไม่เต็มร้อย ต่อให้ใส่ฟิลเตอร์หรือแต่งในโพสต์ยังไงก็ไม่เหมือน มันเลยเป็นเหตุผลที่คนยอมลงทุนกับมัน ใครอยากอ่านที่มาเชิงประวัติของรูปแบบนี้ ลองดู anamorphic format ได้

ของที่ต้องแลกก่อนจะตัดสินใจ

แต่ผมพูดตรง ๆ นะ มันไม่ใช่เลนส์ที่หยิบมาแล้วถ่ายสนุกเลยแบบเลนส์คิท อนามอร์ฟิกมันมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่ ต้อง desqueeze ถึงจะได้ภาพถูกสัดส่วน ระยะโฟกัสใกล้สุดมันมักจะไกลกว่าเลนส์ปกติ เข้าไปถ่ายโคลสอัพใกล้ ๆ ไม่ค่อยได้ แถมตัวเลนส์ยังใหญ่ หนัก แล้วก็แพงกว่าอีก

เพราะงั้นถ้าใครกำลังเล็ง ผมว่าลองถามตัวเองก่อนว่าอยากได้ลุคนี้จริงแค่ไหน แล้วรับความยุ่งยากพวกนี้ไหวไหม ถ้าคำตอบคือใช่ทั้งคู่ ค่อยไปลงลึกเรื่องการถ่ายกับการเลือกซื้อในตอนต่อ ๆ ไป

เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร สำหรับงานวิดีโอจริง

เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร เป็นหัวข้อที่ควรคิดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพราะเกี่ยวกับ หลักการบีบภาพ ลุคภาพยนตร์ แฟลร์เส้นยาว และความต่างจากเลนส์ทรงกลม. ถ้าวางแผนตั้งแต่ต้น ทีมจะทำงานง่ายขึ้น และลดปัญหาที่มักเจอระหว่างถ่ายจริง.

เริ่มจากดู เป้าหมาย ของงาน ก่อนเสมอ. งาน รีวิวสินค้า งาน สารคดี งาน แต่งงาน งาน เพลง และงาน โฆษณา ต้องการ ลุคภาพ ต่างกัน. เลนส์ อนามอร์ฟิก ช่วยให้ภาพ ดูกว้าง มีมิติ และมีบุคลิก แบบ ภาพยนตร์ แต่ก็ต้องเตรียม ขั้นตอน ให้พร้อม.

สิ่งแรก ที่ควรเช็ก คือ กล้อง เซ็นเซอร์ เมาท์เลนส์ ทางยาวโฟกัส ระยะโฟกัสใกล้สุด และอุปกรณ์เสริม. ถ้าข้ามจุดนี้ อาจเจอปัญหา ภาพติดขอบ โฟกัสยาก น้ำหนักหน้าเลนส์เยอะ หรือทำงานกับกิมบอลไม่สะดวก.

วิธีเช็ก เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร ก่อนใช้งาน

ก่อนวันถ่าย ควรลองถ่าย ทดสอบ ในแสงจริง. เช็ก ภาพกว้าง สกินโทน แฟลร์ โบเก้ ความคม และการหายใจของโฟกัส. ถ้าใช้จอหรือกล้องที่มี desqueeze ให้เปิดดูทันที เพื่อให้จัดองค์ประกอบได้ถูกต้อง.

ขั้นตอน ตัดต่อ ก็สำคัญไม่แพ้กัน. ทีมควรจด ค่า squeeze ratio ไว้ชัดเจน เช่น 1.33x 1.5x หรือ 2x. จากนั้นตั้ง timeline และ export ให้ตรงกับสัดส่วนที่ต้องการ. การจดข้อมูลไว้ช่วยให้คนตัดต่อไม่ต้องเดา และช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ.

สำหรับมือใหม่ อย่าเลือกอุปกรณ์จากลุคอย่างเดียว. ให้ดูว่าใช้กับงานจริงบ่อยแค่ไหน พกพาง่ายไหม โฟกัสถนัดหรือเปล่า และมีอุปกรณ์รองรับครบหรือยัง. บางครั้งเลนส์ที่จัดการง่าย จะให้ผลงานสม่ำเสมอกว่าเลนส์ที่ลุคจัดแต่ใช้งานยาก.

เช็กลิสต์หน้างานสำหรับ เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร

เช็กหนึ่ง คือ ภาพต้องไม่ยืดผิดสัดส่วน. เช็กสอง คือ จุดโฟกัสต้องชัดในระยะที่ต้องใช้จริง. เช็กสาม คือ แสงแฟลร์ต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้. เช็กสี่ คือ ทีมตัดต่อรู้ค่า squeeze ratio และรู้ว่าจะส่งออกไฟล์แบบไหน.

เช็กห้า คือ อุปกรณ์ต้องรองรับน้ำหนักเลนส์. ถ้าใช้ gimbal ควรบาลานซ์ก่อนวันถ่าย. ถ้าใช้ rig ไหล่ ควรดูตำแหน่ง follow focus และ matte box. ถ้าใช้ฟิลเตอร์ ควรตรวจว่าไม่ทำให้เกิดขอบมืดในภาพกว้าง.

เช็กหก คือ สำรองแผนไว้เสมอ. งานจริงอาจมีแสงน้อย พื้นที่แคบ หรือเวลาตั้งกล้องน้อยกว่าที่คิด. การมีเลนส์สำรอง หรือมีโหมดถ่ายด้วยเลนส์ทรงกลม ช่วยให้งานไม่สะดุดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน.

สรุปการใช้ เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร ให้คุ้ม

เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร จะคุ้มที่สุดเมื่อทีมเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด. ถ้าต้องการภาพที่ดู cinematic ควรเตรียม แสง มุมกล้อง ระยะฉากหลัง และการเคลื่อนกล้อง ให้ช่วยส่งลุคนี้ด้วย ไม่ใช่หวังพึ่งเลนส์อย่างเดียว.

แนะนำให้ทำ checklist สั้น ๆ ก่อนออกกอง. ตรวจเลนส์ ผ้าเช็ดเลนส์ ฟิลเตอร์ matte box follow focus จอ desqueeze แบตเตอรี่ เมมโมรี และไฟล์ทดสอบ. เมื่อทุกอย่างพร้อม การถ่ายด้วยเลนส์อนามอร์ฟิกจะสนุกขึ้น คุมง่ายขึ้น และได้ภาพที่ดูตั้งใจมากกว่าเดิม.

หลังจบงาน ควรเก็บตัวอย่างไฟล์ดีและไฟล์ที่มีปัญหาไว้เทียบ. ทีมจะเรียนรู้เร็วขึ้นว่าเลนส์ให้ผลกับแสงแต่ละแบบอย่างไร และควรตั้งค่ากล้องแบบไหนในงานถัดไป. วิธีนี้ทำให้การใช้อนามอร์ฟิกไม่ใช่แค่ลุคสวย แต่เป็นเวิร์กโฟลว์ที่ทำซ้ำได้.

ดูแนวคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบเลนส์นี้ได้จาก Anamorphic format เพื่อเข้าใจที่มาของภาพกว้างและการบีบภาพในงานภาพยนตร์.

อีกเทคนิค ที่ช่วยมาก คือ ทำ test shot สั้น ๆ ก่อนถ่ายจริง. วาง คน ฉากหลัง แสงหลัก แสงขอบ และแหล่งกำเนิดแฟลร์ ให้ใกล้กับงานจริงที่สุด. จากนั้นลอง โฟกัส แพน กล้อง เดินกล้อง และเปิดดูไฟล์บนจอใหญ่. ถ้าภาพดูยืด สีเพี้ยน ขอบมืด หรือแฟลร์แรงเกินไป จะได้แก้ก่อนเข้าฉากสำคัญ.

เมื่อใช้ เลนส์ อนามอร์ฟิก คืออะไร อย่างสม่ำเสมอ ควรสร้าง preset การทำงานของทีมไว้ด้วย. เช่น ค่า desqueeze ที่ใช้บ่อย สัดส่วน timeline วิธีตั้งจอ preview วิธีตั้งชื่อไฟล์ และวิธีส่งโน้ตให้คนตัดต่อ.

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้งานอนามอร์ฟิกดูเป็นระบบ และช่วยให้ผลลัพธ์ในแต่ละงานใกล้เคียงกันมากขึ้น.

Prev
อนามอร์ฟิกแท้ กับ อแดปเตอร์อนามอร์ฟิก เลือกแบบไหน
อนามอร์ฟิกแท้ กับ อแดปเตอร์

อนามอร์ฟิกแท้ กับ อแดปเตอร์อนามอร์ฟิก เลือกแบบไหน

Next
Squeeze ratio กับ desqueeze ของอนามอร์ฟิก เข้าใจง่าย ๆ
desqueeze

Squeeze ratio กับ desqueeze ของอนามอร์ฟิก เข้าใจง่าย ๆ

You May Also Like