ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งถ่ายอนามอร์ฟิกมาสวยมาก แต่มาส่งงานให้ดูแล้วภาพคนหน้าอ้วนผิดปกติ ถามไปมาปรากฏว่าคลายภาพผิดค่า ถ่ายมาดีแค่ไหนพอมาพังตรงโพสต์ก็จบเลย การจัดการฟุตเทจอนามอร์ฟิกในขั้นตัดต่อนี่แหละคือเรื่องที่คนมองข้าม เพราะการถ่ายอนามอร์ฟิกมันเป็นแค่ครึ่งทาง ฟุตเทจที่ได้ยังเป็นภาพบีบผอมยืดอยู่ ต้องมาจัดในขั้นตัดต่อให้ถูกก่อน ถึงจะได้จอกว้างที่สัดส่วนใช้ได้จริง มาดูวิธีจัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก ในขั้นตัดต่อให้เป็นลำดับกัน
desqueeze ให้ถูกค่า ขั้นที่สำคัญที่สุด
ขั้นแรกและสำคัญสุดคือ desqueeze ให้ถูกค่า ฟุตเทจต้องคลายด้วยค่าที่ตรงกับ squeeze ratio ของเลนส์ที่ใช้ถ่ายเป๊ะ ๆ ถ่ายมาด้วย 1.5x ก็คลาย 1.5x ในโปรแกรม ถ่าย 2x ก็ 2x ถ้าใส่ผิดค่า สัดส่วนคนกับวัตถุจะเพี้ยนทันที เดี๋ยวอ้วนเดี๋ยวผอมแบบที่ผมเล่าไปตอนต้น โปรแกรมตัดต่อสมัยนี้ส่วนใหญ่มีตั้งค่า desqueeze มาให้เลย หรือไม่งั้นก็ปรับสเกลแนวนอนเอาเองก็ได้ ขอแค่ค่าตรงกับเลนส์ เรื่องนี้จะไม่มีทางพลาด
จัดการฟุตเทจอนามอร์ฟิก ตั้งสัดส่วนกับครอปให้ลงตัว
ขั้นต่อมาคือตั้งสัดส่วนโปรเจกต์กับครอปให้ลงตัว หลังคลายภาพเสร็จเราจะได้จอกว้างมาแล้ว ทีนี้ก็ตั้งสัดส่วนโปรเจกต์หรือครอปให้ได้อัตราส่วนจอกว้างที่อยากได้ บางเลนส์บางเวิร์กโฟลว์คลายแล้วได้สัดส่วนที่ต้องการมาเลย บางกรณีต้องครอปเพิ่มนิดหน่อยให้เฟรมมันสวย ตรงนี้ถ้ารู้ตั้งแต่ต้นว่าจะจบที่สัดส่วนไหน เราจะวางแผนการจัดเฟรมตอนถ่ายได้เผื่อไว้เลย ไม่ต้องมาลุ้นทีหลัง มาตรฐานสัดส่วนของรูปแบบนี้ดูเพิ่มได้ที่ anamorphic format
เช็กฟุตเทจอนามอร์ฟิกในขั้นตัดต่อก่อนส่งออก
ขั้นสุดท้ายที่ผมอยากให้ใส่ใจคือเช็กก่อนส่งออก หลังจัดสัดส่วนเสร็จ ลองไล่ดูสักรอบว่าคนกับวัตถุดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีตรงไหนยืดแปลก ๆ แล้วก็เช็กว่าองค์ประกอบสำคัญยังอยู่ในเฟรมครบ เพราะบางทีพอคลายแล้วครอป ขอบภาพมันหายไปบ้าง หัวคนโดนตัด ป้ายโดนตัดครึ่ง อะไรแบบนี้ ตอนตั้งค่าส่งออกก็ดูให้มันรักษาสัดส่วนที่จัดไว้ด้วย ความผิดพลาดพวกนี้มันเกิดตอนไฟล์สุดท้ายบ่อยมากถ้าไม่ตรวจ
พูดง่าย ๆ ถ่ายมาสวยแค่ไหนก็ต้องรอดขั้นโพสต์ก่อน ถึงจะเรียกว่างานเสร็จ อย่ารีบข้ามตรงนี้
จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก สำหรับงานวิดีโอจริง
จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก เป็นหัวข้อที่ควรคิดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพราะเกี่ยวกับ การ desqueeze การตั้งสัดส่วนภาพ การครอป และการตรวจไฟล์ก่อนส่งออก. ถ้าวางแผนตั้งแต่ต้น ทีมจะทำงานง่ายขึ้น และลดปัญหาที่มักเจอระหว่างถ่ายจริง.
เริ่มจากดู เป้าหมาย ของงาน ก่อนเสมอ. งาน รีวิวสินค้า งาน สารคดี งาน แต่งงาน งาน เพลง และงาน โฆษณา ต้องการ ลุคภาพ ต่างกัน. เลนส์ อนามอร์ฟิก ช่วยให้ภาพ ดูกว้าง มีมิติ และมีบุคลิก แบบ ภาพยนตร์ แต่ก็ต้องเตรียม ขั้นตอน ให้พร้อม.
สิ่งแรก ที่ควรเช็ก คือ กล้อง เซ็นเซอร์ เมาท์เลนส์ ทางยาวโฟกัส ระยะโฟกัสใกล้สุด และอุปกรณ์เสริม. ถ้าข้ามจุดนี้ อาจเจอปัญหา ภาพติดขอบ โฟกัสยาก น้ำหนักหน้าเลนส์เยอะ หรือทำงานกับกิมบอลไม่สะดวก.
วิธีเช็ก จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก ก่อนใช้งาน
ก่อนวันถ่าย ควรลองถ่าย ทดสอบ ในแสงจริง. เช็ก ภาพกว้าง สกินโทน แฟลร์ โบเก้ ความคม และการหายใจของโฟกัส. ถ้าใช้จอหรือกล้องที่มี desqueeze ให้เปิดดูทันที เพื่อให้จัดองค์ประกอบได้ถูกต้อง.
ขั้นตอน ตัดต่อ ก็สำคัญไม่แพ้กัน. ทีมควรจด ค่า squeeze ratio ไว้ชัดเจน เช่น 1.33x 1.5x หรือ 2x. จากนั้นตั้ง timeline และ export ให้ตรงกับสัดส่วนที่ต้องการ. การจดข้อมูลไว้ช่วยให้คนตัดต่อไม่ต้องเดา และช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ.
สำหรับมือใหม่ อย่าเลือกอุปกรณ์จากลุคอย่างเดียว. ให้ดูว่าใช้กับงานจริงบ่อยแค่ไหน พกพาง่ายไหม โฟกัสถนัดหรือเปล่า และมีอุปกรณ์รองรับครบหรือยัง. บางครั้งเลนส์ที่จัดการง่าย จะให้ผลงานสม่ำเสมอกว่าเลนส์ที่ลุคจัดแต่ใช้งานยาก.
เช็กลิสต์หน้างานสำหรับ จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก
เช็กหนึ่ง คือ ภาพต้องไม่ยืดผิดสัดส่วน. เช็กสอง คือ จุดโฟกัสต้องชัดในระยะที่ต้องใช้จริง. เช็กสาม คือ แสงแฟลร์ต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้. เช็กสี่ คือ ทีมตัดต่อรู้ค่า squeeze ratio และรู้ว่าจะส่งออกไฟล์แบบไหน.
เช็กห้า คือ อุปกรณ์ต้องรองรับน้ำหนักเลนส์. ถ้าใช้ gimbal ควรบาลานซ์ก่อนวันถ่าย. ถ้าใช้ rig ไหล่ ควรดูตำแหน่ง follow focus และ matte box. ถ้าใช้ฟิลเตอร์ ควรตรวจว่าไม่ทำให้เกิดขอบมืดในภาพกว้าง.
เช็กหก คือ สำรองแผนไว้เสมอ. งานจริงอาจมีแสงน้อย พื้นที่แคบ หรือเวลาตั้งกล้องน้อยกว่าที่คิด. การมีเลนส์สำรอง หรือมีโหมดถ่ายด้วยเลนส์ทรงกลม ช่วยให้งานไม่สะดุดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน.
สรุปการใช้ จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก ให้คุ้ม
จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก จะคุ้มที่สุดเมื่อทีมเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด. ถ้าต้องการภาพที่ดู cinematic ควรเตรียม แสง มุมกล้อง ระยะฉากหลัง และการเคลื่อนกล้อง ให้ช่วยส่งลุคนี้ด้วย ไม่ใช่หวังพึ่งเลนส์อย่างเดียว.
แนะนำให้ทำ checklist สั้น ๆ ก่อนออกกอง. ตรวจเลนส์ ผ้าเช็ดเลนส์ ฟิลเตอร์ matte box follow focus จอ desqueeze แบตเตอรี่ เมมโมรี และไฟล์ทดสอบ. เมื่อทุกอย่างพร้อม การถ่ายด้วยเลนส์อนามอร์ฟิกจะสนุกขึ้น คุมง่ายขึ้น และได้ภาพที่ดูตั้งใจมากกว่าเดิม.
หลังจบงาน ควรเก็บตัวอย่างไฟล์ดีและไฟล์ที่มีปัญหาไว้เทียบ. ทีมจะเรียนรู้เร็วขึ้นว่าเลนส์ให้ผลกับแสงแต่ละแบบอย่างไร และควรตั้งค่ากล้องแบบไหนในงานถัดไป. วิธีนี้ทำให้การใช้อนามอร์ฟิกไม่ใช่แค่ลุคสวย แต่เป็นเวิร์กโฟลว์ที่ทำซ้ำได้.
ดูแนวคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบเลนส์นี้ได้จาก Anamorphic format เพื่อเข้าใจที่มาของภาพกว้างและการบีบภาพในงานภาพยนตร์.
อีกเทคนิค ที่ช่วยมาก คือ ทำ test shot สั้น ๆ ก่อนถ่ายจริง. วาง คน ฉากหลัง แสงหลัก แสงขอบ และแหล่งกำเนิดแฟลร์ ให้ใกล้กับงานจริงที่สุด. จากนั้นลอง โฟกัส แพน กล้อง เดินกล้อง และเปิดดูไฟล์บนจอใหญ่. ถ้าภาพดูยืด สีเพี้ยน ขอบมืด หรือแฟลร์แรงเกินไป จะได้แก้ก่อนเข้าฉากสำคัญ.
เมื่อใช้ จัดการ ฟุตเทจ อนามอร์ฟิก อย่างสม่ำเสมอ ควรสร้าง preset การทำงานของทีมไว้ด้วย. เช่น ค่า desqueeze ที่ใช้บ่อย สัดส่วน timeline วิธีตั้งจอ preview วิธีตั้งชื่อไฟล์ และวิธีส่งโน้ตให้คนตัดต่อ.
รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้งานอนามอร์ฟิกดูเป็นระบบ และช่วยให้ผลลัพธ์ในแต่ละงานใกล้เคียงกันมากขึ้น.










