ทดสอบเลนส์ — การทดสอบเลนส์ก่อนใช้งานจริง ควรเช็กอะไรบ้าง เริ่มจากอาการที่ทำให้คนถ่ายงานโทษฝีมือตัวเองบ่อยที่สุด คือฟุตเทจชุดมีเดียมกลับมาแล้วหน้าไม่คมทั้งชุด ทั้งที่หน้างานแสงดี เวลาพอ มอนิเตอร์ก็บอกว่าโฟกัสเข้า ความจริงที่มักโผล่มาทีหลังคือเลนส์ตัวนั้นโฟกัสเลยระยะไปนิดเดียวมาตลอด ปัญหาแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันถ่าย มันสะสมมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว แค่ไม่มีใครจับได้เพราะไม่เคยมีใครทดสอบ
เริ่มจากส่องแสงผ่านตัวเลนส์ในห้องมืด
ใช้ไฟฉายมือถือส่องจากด้านหน้าแล้วมองทะลุจากท้ายเลนส์ ฝุ่นเม็ดเล็กข้างในเป็นเรื่องปกติของเลนส์ที่ผ่านงานจริง มันแทบไม่มีผลกับภาพ สิ่งที่ต้องมองหาคือคราบขาวเป็นเส้นใยแตกแขนงคล้ายรากไม้ นั่นคือรา กับคราบเยิ้มบนใบรูรับแสงที่แปลว่าน้ำมันซึม สองอย่างนี้ไม่หายเอง มีแต่จะลาม และทั้งคู่เป็นงานที่ต้องส่งช่างไม่ใช่งานที่เช็ดเองได้
ทดสอบเลนส์ก่อนใช้งานจริง ส่วนที่ถูกมองข้ามที่สุดคือการหมุน
หมุนวงแหวนโฟกัสจากสุดถึงสุดช้า ๆ แล้วฟังกับรู้สึกไปพร้อมกัน ความฝืดต้องสม่ำเสมอตลอดช่วง ถ้ามีจุดหนึ่งฝืดขึ้นหรือหลวมลงผิดปกติ แปลว่าจาระบีในกระบอกเริ่มไม่เท่ากัน สำหรับเลนส์แมนวลที่ใช้ pull focus เรื่องนี้สำคัญกว่าความคมด้วยซ้ำ เพราะโฟกัสพูลเลอร์จะจับจังหวะไม่ได้ ส่วนเลนส์ซูมให้ลองซูมค้างแล้วเงยกล้องขึ้นลง ถ้ากระบอกไหลเองแปลว่าซีลภายในหลวม วันจริงจะได้ช็อตที่ทางยาวโฟกัสค่อย ๆ เปลี่ยนโดยไม่มีใครสั่ง
ความคมกับโฟกัสต้องเทสต์แบบมีตัววัด
เปิดรูรับแสงกว้างสุด ตั้งกล้องบนขาตั้งให้ระนาบเซนเซอร์ขนานกับผนังที่มีลายละเอียด แล้วถ่ายที่ระยะใกล้เคียงกับที่ใช้จริงในงาน จากนั้นซูมดูในโหมดขยายทั้งกลางเฟรมและมุมทั้งสี่ กลางคมมุมนุ่มลงคือธรรมชาติของเลนส์ แต่ถ้ามุมซ้ายคมมุมขวานุ่มอย่างเห็นได้ชัด แปลว่าชิ้นเลนส์เอียง ส่วนอาการโฟกัสไม่ตรงระยะ ให้วางวัตถุที่มีตัวหนังสือเอียงทำมุมประมาณ 45 องศา โฟกัสตรงจุดกึ่งกลางแล้วดูว่าจุดที่คมที่สุดอยู่หน้าหรือหลังจุดที่เล็ง ถ้าเลื่อนไปทางเดียวกันทุกครั้งที่ยิงซ้ำ นั่นไม่ใช่ความบังเอิญ และอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาส่งปรับตั้ง
เหลือเรื่องรูรับแสง กดถ่ายรัว ๆ ที่ค่า f แคบสัก 15-20 ช็อตแล้วไล่ดูความสว่างแต่ละไฟล์ ถ้ามีบางใบมืดกว่าเพื่อนแปลว่าใบรูรับแสงเริ่มติด อาการนี้เจอบ่อยในเลนส์เก่าที่โดนความร้อนสะสม ผลทดสอบทั้งหมดควรจดไว้ในโน้ตของเลนส์แต่ละตัวพร้อมวันที่ เพราะตัวที่บอกว่าถึงเวลาส่งเซอร์วิสไม่ใช่ตัวเลขของวันนี้ แต่คือแนวโน้มที่แย่ลงเมื่อเทียบกับครั้งก่อน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรมีรอบทดสอบรายไตรมาส และถ้าถึงจุดที่ต้องส่งจริง คำถามที่ควรถามตั้งแต่ตอนซื้อคือที่ที่ซื้อมาส่งซ่อมต่อได้ไหม มีอะไหล่ไหม ใช้เวลากี่วัน เลนส์ที่ซ่อมไม่ทันในสัปดาห์ที่มีงาน ก็มีค่าเท่ากับเลนส์ที่ไม่มี
เลนส์ตัวที่ถูกหยิบใช้บ่อยที่สุดในกระเป๋า มักเป็นตัวที่ถูกทดสอบน้อยที่สุดเสมอ










