อะแดปเตอร์แปลงเมาท์ คือประเด็นหลักของบทความนี้ ก่อนเลือกหรือใช้งานจริงควรดูบริบทของกล้อง เลนส์ งบประมาณ และสไตล์ภาพที่ต้องการ เพื่อให้ตัดสินใจได้แม่นขึ้นและไม่เลือกตามกระแสเพียงอย่างเดียว
การเลือก อะแดปเตอร์แปลงเมาท์ให้เข้ากับเลนส์แมนนวลที่มี พลาดนิดเดียวก็เปลี่ยนเลนส์ดีให้กลายเป็นเลนส์เบลอได้ เพื่อนผมคนหนึ่งได้เลนส์ของคุณพ่อมาเป็นมรดก เมาท์ M42 สภาพสวยมาก เขาสั่งตัวแปลงจากเน็ตมาอันหนึ่ง ใส่แล้วภาพเบลอทั้งเฟรม โฟกัสไปที่อินฟินิตี้ก็ยังไม่คม เขาโทรมาถามว่าเลนส์เสียหรือเปล่า ผมบอกว่าเลนส์ไม่เป็นไร แต่ตัวแปลงบางตัวมันหนาผิด ไปดูเทียบกับของอีกยี่ห้อแล้วต่างกันไม่ถึงหนึ่งมิลลิเมตร ซึ่งสำหรับเรื่องนี้คือเยอะมาก
เลือก อะแดปเตอร์แปลงเมาท์ ต้องเข้าใจ flange distance ก่อน
หัวใจของการแปลงเมาท์อยู่ที่ระยะจากหน้าสัมผัสเมาท์ถึงเซนเซอร์ หรือ flange distance ทุกระบบมีตัวเลขของตัวเอง ระบบกล้องฟิล์มสมัยก่อนมีระยะนี้ค่อนข้างยาว เพราะต้องเว้นที่ให้กระจกสะท้อนพลิกขึ้นลง พอมาเป็นมิเรอร์เลสที่ไม่มีกระจกแล้ว ระยะนี้สั้นลงมาก นั่นแหละคือเหตุผลที่มิเรอร์เลสใส่เลนส์เก่าได้เกือบทุกเมาท์ เพราะเรามีที่ว่างเหลือให้เอาตัวแปลงไปคั่นได้พอดี ตัวแปลงที่ดีคือตัวที่หนาเท่ากับส่วนต่างพอดีเป๊ะ ถ้าบางไป โฟกัสจะเลยอินฟินิตี้ ถ้าหนาไป จะโฟกัสไกลไม่เข้าเลย และถ้าหน้าสัมผัสไม่ได้ตั้งฉากจริง มุมภาพด้านหนึ่งจะชัดอีกด้านจะเบลอ ซึ่งเป็นอาการที่คนมักไปโทษเลนส์ ประเด็นนี้สำคัญต่อการเลือกอะแดปเตอร์แปลงเมาท์
ตรงกันข้ามกัน ถ้าอยากเอาเลนส์ไปใส่ระบบที่มี flange distance ยาวกว่าเดิม เช่นเอาเลนส์ของมิเรอร์เลสไปใส่กล้อง DSLR อันนี้แทบเป็นไปไม่ได้ในทางกายภาพ ถ้ามีขายก็มักต้องแอบใส่ชิ้นเลนส์เข้าไปข้างในเพื่อยืดระยะ ซึ่งทำให้คุณภาพตกลงชัดเจน หลักที่จำง่ายคือแปลงจากระบบระยะยาวไปใส่ระบบระยะสั้นได้ ย้อนกลับกันไม่ได้ พอเข้าใจตรงนี้คุณจะเลิกงงเวลาเห็นในร้านว่าทำไมบางคู่มีขาย บางคู่ไม่มี
เรื่องที่ควรยอมจ่ายเพิ่มคือความแม่นและวัสดุ
เรื่องที่ควรยอมจ่ายเพิ่มคือความแม่นและวัสดุ ตัวแปลงถูกมาก ๆ หลายตัวใช้อะลูมิเนียมเนื้ออ่อน ใส่ถอดไม่กี่สิบครั้งก็เริ่มหลวม เลนส์แกว่งเวลาหมุนโฟกัส บางตัวข้างในไม่ได้ทำผิวด้าน แสงเลยสะท้อนวนจนภาพฟุ้งเวลาย้อนแสง ผมเคยเจอตัวที่เอาไฟฉายส่องเข้าไปแล้วเห็นเป็นเงาวาว ๆ ทั้งท่อ อันนั้นภาพจะขุ่นแบบหาสาเหตุไม่เจอเลย ส่วนตัวแปลงระดับกลางขึ้นไปมักทำทองเหลืองชุบ ใส่แน่นกว่า และเก็บผิวในเป็นสีดำด้าน ต่างกันไม่มากในแง่เงิน แต่ต่างกันเยอะในแง่ความสบายใจ ถ้าเลนส์ที่คุณจะเอาไปใส่มีค่าทางใจหรือราคาสูง อย่าประหยัดตรงจุดนี้
สองเรื่องที่คนลืมถามก่อนซื้อ
อีกสองเรื่องที่คนลืมถามก่อนซื้อ หนึ่งคือเลนส์บางตระกูลไม่มีวงแหวนปรับรูรับแสงบนตัวเลนส์ เพราะออกแบบให้กล้องเดิมสั่งงาน ถ้าเอามาใส่ตัวแปลงธรรมดา รูรับแสงจะค้างอยู่ที่กว้างสุดตลอดเวลา ต้องเลือกตัวแปลงรุ่นที่มีวงแหวนควบคุมมาให้ สองคือตัวแปลงบางรุ่นมีชิปส่งข้อมูลให้กล้องรู้ว่ามีเลนส์ติดอยู่ ซึ่งช่วยเรื่องกันสั่นในตัวกล้องและการบันทึกข้อมูลลงไฟล์ กล้องหลายรุ่นถ้าไม่รู้ทางยาวโฟกัส จะกันสั่นได้ไม่เต็มที่ ทางแก้ที่ง่ายกว่าคือไปตั้งค่าทางยาวโฟกัสเองในเมนู ซึ่งกล้องส่วนใหญ่มีให้ อย่าลืมเปลี่ยนเวลาสลับเลนส์
ก่อนกดสั่ง เช็กชื่อเมาท์ต้นทางกับปลายทางให้ตรงเป๊ะทั้งสองฝั่ง แล้วถ้าซื้อจากร้านที่ให้คุณลองใส่กับกล้องตัวเองได้ก่อน ก็ใช้สิทธิ์นั้นให้เต็มที่ หมุนดูว่าแน่นไหม เล็งไกล ๆ ดูว่าอินฟินิตี้เข้าไหม แค่นี้ก็ตัดปัญหาที่เพื่อนผมเจอไปได้ทั้งหมด และถ้ากำลังจะไปดูเลนส์มือสองด้วย เอาตัวแปลงไปลองพร้อมกันเลยจะดีที่สุด
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- หัวใจของการแปลงเมาท์อยู่ที่ระยะจากหน้าสัมผัสเมาท์ถึงเซนเซอร์ หรือ flange distance
- หลักที่จำง่ายคือ แปลงจากระบบระยะยาวไปใส่ระบบระยะสั้นได้ ย้อนกลับกันไม่ได้
- ก่อนกดสั่ง เช็กชื่อเมาท์ต้นทางกับปลายทางให้ตรงเป๊ะทั้งสองฝั่ง










