เวลาเห็นการ์ด CFexpress Type B กับ Type A วางเทียบกัน สิ่งที่สะดุดตาคือตัวเลขความเร็วที่ Type B มักนำหน้าชัดเจน หลายคนเลยรู้สึกว่าจ่ายแพงไปกับ Type A ทำไม ในเมื่อ Type B เร็วกว่า แต่ก่อนจะสรุปแบบนั้น เราควรเข้าใจก่อนว่าความเร็วที่ต่างกันนั้นมันแปลว่าอะไรในงานจริง เพราะตัวเลขบนกล่องกับความรู้สึกตอนใช้งานไม่ได้แปรผันตรงกันเสมอไป ผมอยากชวนมาดูแบบเห็นภาพว่าความต่างของความเร็วสองตัวนี้ส่งผลตรงไหนบ้าง
ความต่างเห็นชัดตรงไหน
โดยพื้นฐาน Type B ใช้ PCIe สองเลน เพดานความเร็วอ่านเขียนจึงสูงกว่า ขณะที่ Type A ใช้เลนเดียว ตัวเลขสูงสุดจึงต่ำกว่าราวครึ่งหนึ่งในรุ่นมาตรฐานเดียวกัน ความต่างนี้เห็นผลชัดที่สุดในสองสถานการณ์ หนึ่งคือการถ่ายภาพรัวต่อเนื่องด้วยไฟล์ใหญ่ ๆ ที่การ์ดต้องเขียนข้อมูลลงเร็ว ๆ และสองคือการถ่ายวิดีโอบิตเรตสูงมาก ๆ อย่าง RAW ในกล้องที่ต้องการความเร็วเขียนต่อเนื่องสูง ถ้างานของเราอยู่ในสองโซนนี้ ความเร็วที่มากกว่าของ Type B จะให้พื้นที่หายใจมากกว่า
เพดานสูงไม่ได้แปลว่าได้ใช้เต็ม
แต่อีกมุมที่ต้องพูดให้ครบคือ เพดานความเร็วที่สูงไม่ได้แปลว่าเราจะได้ใช้มันเต็มที่เสมอไป ความเร็วในการถ่ายงานจริงถูกจำกัดด้วยตัวกล้องด้วย ไม่ใช่แค่การ์ด ถ้ากล้องเขียนข้อมูลออกมาในอัตราที่ Type A รับไหวอยู่แล้ว การมี Type B ที่เร็วกว่าก็ไม่ได้ทำให้ถ่ายได้ลื่นขึ้นในงานนั้น เหมือนมีรถที่วิ่งได้ 300 แต่ถนนจำกัดความเร็วที่ 120 กำลังส่วนเกินก็ไม่ได้ถูกใช้ เพราะฉะนั้นคำถามที่ถูกต้องคือกล้องเราต้องการความเร็วระดับไหน ไม่ใช่การ์ดไหนตัวเลขสูงกว่า
ตอนถ่ายโอนไฟล์ Type B ได้เปรียบ
จุดที่ Type B ให้ประโยชน์ชัดอีกอย่างคือเวลาถ่ายโอนไฟล์เข้าคอม เมื่อจบงานที่มีข้อมูลเป็นร้อยกิกะ ความเร็วอ่านที่สูงกว่าช่วยให้ดึงไฟล์เสร็จไวกว่า ซึ่งสำหรับคนที่ต้องส่งงานด่วนหรือถ่ายปริมาณมากทุกวัน เวลาที่ประหยัดได้ตรงนี้สะสมเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ต้องมีการ์ดรีดเดอร์ที่เร็วพอจะรองรับด้วย ไม่งั้นความเร็วของการ์ดก็ถูกคอขวดที่ตัวรีดเดอร์อยู่ดี เรื่องนี้เป็นรายละเอียดที่คนมักลืมคิดเวลาเทียบแค่ตัวการ์ด
สรุป
สรุปคือ Type B เร็วกว่าจริงและให้ประโยชน์ชัดในงานถ่ายรัวหนัก ๆ วิดีโอบิตเรตสูง และการถ่ายโอนไฟล์ปริมาณมาก ส่วน Type A แม้เพดานต่ำกว่าแต่ก็เพียงพอกับงานส่วนใหญ่ของกล้องที่ใช้มัน สิ่งที่อยากให้จำคือ อย่าจ่ายเพื่อตัวเลขที่เราไม่ได้ใช้ ถ้ากล้องเราเป็นค่ายที่ใช้ Type A เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่แล้วและการ์ดนั้นก็ออกแบบมาให้พอดีกับเครื่อง แต่ถ้าเราเลือกได้ในระบบ Type B ก็ดูที่งานจริงว่าต้องการความเร็วต่อเนื่องแค่ไหน แล้วเลือกระดับที่พอดี ไม่ใช่แพงสุดเสมอไป