1700MB/s card speed คือความเร็วอ่านสูงสุด
อย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลขที่โฆษณามักเป็นความเร็วสูงสุดในการอ่าน ซึ่งเป็นค่าที่ได้ในเงื่อนไขที่ดีที่สุด ไม่ใช่ความเร็วเขียนต่อเนื่องที่เราใช้ตอนถ่ายจริง ความเร็วอ่านสูง ๆ มีประโยชน์ตอนถ่ายโอนไฟล์เข้าคอมให้เสร็จไว ส่วนตอนถ่ายงาน สิ่งที่สำคัญกว่าคือความเร็วเขียนต่อเนื่อง ว่าการ์ดรับข้อมูลที่กล้องพ่นออกมาได้ทันหรือเปล่า เพราะฉะนั้นตัวเลข 1700 ที่เห็นอาจไม่ใช่ตัวเลขที่เกี่ยวกับงานถ่ายของเราโดยตรงเท่าที่คิดใครได้ใช้ความเร็วระดับนั้นจริง
ทีนี้ใครได้ใช้ความเร็วสูงระดับนั้นจริง คนที่ได้ใช้คือสายที่ถ่ายวิดีโอ RAW หรือบิตเรตสูงมากในกล้องระดับสูง กับสายที่ถ่ายภาพรัวต่อเนื่องเป็นร้อยภาพด้วยไฟล์ใหญ่ ๆ แบบไม่อยากให้บัฟเฟอร์เต็ม สองกลุ่มนี้ข้อมูลไหลออกจากกล้องเร็วมากจนต้องการการ์ดที่เขียนทันจริง ๆ แต่ถ้าเราถ่ายภาพนิ่งทั่วไป ถ่ายวิดีโอ 4K บิตเรตปกติ หรือเพิ่งเริ่มต้น ความเร็วระดับกลางก็เหลือเฟือสำหรับงานแบบนั้นแล้วมือใหม่ควรเลือกยังไง
สำหรับมือใหม่ คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาคือ ไม่ต้องไล่ตามตัวเลขสูงสุด ให้ดูที่กล้องของเราต้องการอะไรเป็นหลัก เปิดคู่มือหรือสเปทดูว่าโหมดที่เราถ่ายบ่อยต้องการการ์ดความเร็วขั้นต่ำเท่าไร แล้วเลือกการ์ดที่ผ่านเกณฑ์นั้นโดยมีเผื่อนิดหน่อยก็พอ เงินส่วนต่างที่ประหยัดจากการไม่ซื้อตัวท็อปสุด เอาไปลงกับความจุที่มากขึ้น หรือซื้อการ์ดสำรองอีกใบ ยังเป็นประโยชน์กับงานจริงมากกว่าการมีความเร็วเกินที่ไม่ได้ใช้สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ตัวเลขความเร็วสูง ๆ ไม่ใช่เครื่องวัดว่าการ์ดดีสำหรับเรา มันดีสำหรับคนที่มีงานเรียกใช้มันเท่านั้น ความเร็วที่ใช่คือความเร็วที่พอดีกับสิ่งที่กล้องเราพ่นออกมา ไม่มากเกินจนจ่ายแพงโดยเปล่าประโยชน์ และไม่น้อยเกินจนกล้องฟ้องว่าการ์ดช้า เริ่มจากการรู้จักงานของตัวเองก่อน แล้วการเลือกการ์ดจะง่ายและคุ้มกว่าการเชื่อตัวเลขที่ใหญ่ที่สุดบนหน้ากล่องเสมอสรุปเนื้อหาสำคัญ
- สิ่งที่อยากให้จำคือ ตัวเลขความเร็วสูง ๆ ไม่ใช่เครื่องวัดว่าการ์ดดีสำหรับเรา
- มันดีสำหรับคนที่มีงานเรียกใช้มันเท่านั้น
- ความเร็วที่ใช่คือความเร็วที่พอดีกับสิ่งที่กล้องเราพ่นออกมา ไม่มากเกินจนจ่ายแพงโดยเปล่าประโยชน์ และไม่น้อยเกินจนกล้องฟ้องว่าการ์ดช้า










