ความผิดพลาดที่เจ็บที่สุดเรื่องหนึ่งในการซื้อเมมการ์ดคือ ซื้อ CFexpress มาผิดประเภท เพราะ Type A กับ Type B ใส่แทนกันไม่ได้เลย ช่องของกล้องถูกออกแบบมาเฉพาะแบบ ถ้ากล้องเรากิน Type A แล้วเผลอซื้อ Type B มา คือใส่ไม่ลงและใช้ไม่ได้ทันที เงินหลายพันที่จ่ายไปก็กลายเป็นการ์ดที่ต้องเอาไปคืนหรือขายต่อ ผมเลยอยากชวนมาดูวิธีเช็กให้ชัดก่อนซื้อ เพราะมันเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ป้องกันความเสียหายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
วิธีที่ตรงที่สุด อ่านคู่มือกล้อง
วิธีที่ตรงที่สุดและเชื่อถือได้มากที่สุดคือเปิดคู่มือกล้องหรือหน้าสเปทอย่างเป็นทางการของรุ่นนั้น มองหาหัวข้อเรื่องสื่อบันทึกหรือ recording media มันจะระบุไว้ชัดว่ารองรับการ์ดแบบไหนบ้าง บางรุ่นรองรับ CFexpress Type B อย่างเดียว บางรุ่นรองรับ Type A ที่ใช้ร่วมกับ SD ได้ การอ่านจากแหล่งทางการแบบนี้แม่นยำกว่าการเชื่อคำบอกเล่าหรือความจำ เพราะกล้องรุ่นใกล้เคียงกันในค่ายเดียวกันบางทีก็ใช้การ์ดคนละแบบ
ดูจากแนวทางของค่ายเป็นตัวตั้งต้น
ถ้าไม่มีคู่มือตรงมือ อีกวิธีที่เร็วคือดูจากแนวทางของค่าย โดยทั่วไป Sony ในกล้องระดับสูงมักใช้ CFexpress Type A ที่ช่องใช้ร่วมกับ SD ได้ ส่วน Nikon, Canon, Panasonic และ Fujifilm ในกล้องระดับสูงมักใช้ Type B แต่ต้องเน้นว่านี่เป็นแนวทางกว้าง ๆ ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะกล้องรุ่นเล็กลงมาในค่ายเดียวกันอาจใช้ SD ล้วนหรือมาตรฐานอื่น เพราะฉะนั้นใช้แนวทางนี้เป็นตัวตั้งต้น แต่ยืนยันด้วยสเปกรุ่นจริงเสมอ
อย่าดูแค่ใส่ได้ ดูความเร็วขั้นต่ำด้วย
อีกจุดที่อยากเตือนคือ อย่าดูแค่ว่าใส่ได้ แต่ให้ดูความเร็วขั้นต่ำที่กล้องต้องการในโหมดที่เราถ่ายบ่อยด้วย บางครั้งการ์ดใส่ลงช่องได้ แต่ความเร็วไม่ถึงเกณฑ์ที่โหมดวิดีโอบางตัวต้องการ กล้องก็จะไม่ยอมให้ถ่ายโหมดนั้นหรือฟ้องเตือน เพราะฉะนั้นการเช็กที่ดีคือดูทั้งประเภทการ์ดและระดับความเร็วที่รองรับไปพร้อมกัน จะได้ไม่เจอปัญหาทีหลังว่าใส่ได้แต่ใช้โหมดที่อยากใช้ไม่ได้
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ก่อนกดซื้อ CFexpress ทุกครั้ง ให้ตอบสองคำถามให้ได้ก่อนเสมอ คือกล้องเราใช้ Type A หรือ Type B และโหมดที่เราถ่ายบ่อยต้องการความเร็วขั้นต่ำเท่าไร แค่เปิดสเปกอ่านไม่กี่นาทีก็ได้คำตอบครบ มันเป็นการลงทุนเวลาเล็กน้อยที่ช่วยกันความผิดพลาดราคาแพงได้อย่างคุ้มค่า อย่าปล่อยให้ความรีบหรือการเดาทำให้เราซื้อการ์ดที่ใส่กล้องไม่ได้ เช็กให้ชัดก่อนแล้วจะไม่มีทางพลาด