Rig ที่ดีไม่ได้ทำให้ภาพสวยขึ้น แต่เปลี่ยนจำนวนเทคที่คุณได้ ถ้าเอาไฟล์จากกล้องตัวเดียวกันสองก้อนมาวางเทียบกัน ก้อนหนึ่งถ่ายจากกล้องเปล่า อีกก้อนถ่ายจาก Rig ครบชุด แล้วดูทีละเฟรมนิ่ง ๆ คุณจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนเป็นอันไหน เพราะเซนเซอร์เท่ากัน เลนส์ตัวเดียวกัน โปรไฟล์สีเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมากมองว่า Rig เป็นเรื่องของหน้าตาและความอินกับอุปกรณ์ แต่สิ่งที่หายไปจากการเทียบแบบนั้นคือ ในวันจริงคุณไม่ได้ถ่ายเฟรมเดียว คุณถ่ายทั้งวัน
ความจริงหน้ากองคือเวลาและแรงเป็นทรัพยากรที่จำกัด
ความจริงหน้ากองคือเวลาและแรงเป็นทรัพยากรที่จำกัด งานหนึ่งวันคุณมีเวลาให้ตัวละครเล่นซ้ำได้กี่ครั้ง มีแรงยกกล้องได้กี่นาทีก่อนที่ภาพจะเริ่มสั่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว มีจังหวะแค่ไหนก่อนที่แสงจะเปลี่ยน Rig ไม่ได้ไปยุ่งกับคุณภาพต่อเฟรมเลย มันไปยุ่งกับตัวเลขพวกนี้ ตากล้องที่ถือกล้องได้นานขึ้นสามนาทีต่อเทค แปลว่าได้เทคเพิ่ม ตากล้องที่มองโฟกัสจากมอนิเตอร์แล้วเห็นชัดตั้งแต่ครั้งแรก แปลว่าไม่ต้องถ่ายซ่อม ตากล้องที่เปลี่ยนเซ็ตอัปได้ในสองนาทีแทนสิบ แปลว่าได้มุมเพิ่มอีกมุมในวันเดียวกัน
Rig ที่ดีไม่ได้ทำให้ภาพสวยขึ้น และจัดผิดก็ทำให้แย่ลงได้
พูดอีกด้านให้แฟร์ Rig ก็ทำให้แย่ลงได้ถ้าจัดผิด Rig ที่หนักเกินความจำเป็นทำให้คุณล้าเร็วกว่าถือกล้องเปล่าเสียอีก Rig ที่สายพันกันทำให้ทุกการเปลี่ยนมุมกลายเป็นการรื้อ Rig ที่ประกอบไว้เผื่อทุกสถานการณ์คือ Rig ที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ไหนเลย ผมเคยเห็นคนแบกชุดใหญ่ไปงานที่ต้องเดินตามในซอยแคบ แล้วสุดท้ายเก็บภาพได้น้อยกว่าคนที่ถือกล้องเปล่ากับเลนส์ตัวเดียว เพราะฉะนั้นคำว่า Rig ที่ดีไม่ได้แปลว่า Rig ที่ครบ แต่แปลว่าRig ที่ตรงกับวิธีทำงานของวันนั้น
เปลี่ยนคำถามก่อนจ่ายเงินชิ้นถัดไป
เมื่อมองแบบนี้ การประเมินว่าควรลงเงินกับ Rig แค่ไหนก็เปลี่ยนโจทย์ไปเลย แทนที่จะถามว่าชิ้นนี้ทำให้ภาพดีขึ้นไหม ให้ถามว่าชิ้นนี้ลดเวลาหรือลดแรงในงานที่คุณรับจริงกี่นาทีต่อวัน ถ้าคุณรับงานสัมภาษณ์ตั้งขาเป็นหลัก แขนจับมอนิเตอร์ที่ปรับได้ไวคือของที่คุ้ม ส่วน handle ข้างอาจแทบไม่ได้ใช้ ถ้าคุณรับงานเดินตามงานอีเวนต์ การกระจายน้ำหนักและจุดปลดเร็วคือของที่คืนทุนภายในไม่กี่งาน คำนวณจากงานที่มีอยู่ในมือ ไม่ใช่จากงานในฝันที่ยังไม่มา
และเพราะของหมวดนี้ซื้อทีละชิ้นไปเรื่อย ๆ อยู่แล้ว การเลือกให้ทุกชิ้นอยู่บนมาตรฐานเดียวกันตั้งแต่ชิ้นแรกคือสิ่งที่ประหยัดที่สุดในระยะยาว ไม่ใช่การไล่หาชิ้นถูกที่สุดในแต่ละรอบ ราคาแต่ละรุ่นขยับตลอด ควรเช็กกับร้านตอนจะซื้อจริง แต่คำถามที่ควรถามก่อนจ่ายเงินยังเหมือนเดิม
ลองย้อนดูงานล่าสุดที่คุณรู้สึกว่าเก็บได้ไม่ครบ แล้วถามตัวเองว่าเวลาหายไปกับการถ่าย หรือหายไปกับการจัดของ คำตอบนั้นบอกว่าเงินก้อนต่อไปควรไปลงตรงไหน










