📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ฟิลเตอร์หลังเลนส์ กับ ฟิลเตอร์หน้าเลนส์

ฟิลเตอร์หลังเลนส์ กับ ฟิลเตอร์หน้าเลนส์

ฟิลเตอร์หลังเลนส์ กับ ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ ต่างกันที่ตัวเลขหนึ่งซึ่งตัดสินเรื่องนี้ได้เกือบทั้งหมด คือหนึ่งในสาม เมื่อวางกระจกไว้หลังเลนส์ ระยะโฟกัสหลังจะเลื่อนไปราวหนึ่งในสามของความหนากระจกแผ่นนั้น ฟิลเตอร์หนา 2 มิลลิเมตรจึงทำให้ระนาบโฟกัสขยับราว 0.6 มิลลิเมตร ฟังดูน้อยจนน่าจะมองข้ามได้ แต่ในระบบที่ระยะแฟลนจ์ถูกกำหนดเป็นมาตรฐานและเลนส์ถูกปรับตั้งมาให้ตรงกับมันพอดี ตัวเลขระดับนี้คือสิ่งที่ทำให้เลนส์ที่เคยโฟกัสตรงกับสเกลบนกระบอกเริ่มไม่ตรง โดยเฉพาะเมื่อเปิดกว้างสุดในเลนส์ไวแสง

ข้อได้เปรียบทางออปติกที่ฝั่งหน้าเลนส์ทำไม่ได้เลย

เมื่อกระจกอยู่หลังเลนส์ มันไม่ได้ยื่นออกไปในมุมรับภาพ ปัญหาขอบมืดจึงหายไปทั้งหมด ไม่ว่าจะกว้างแค่ไหน กรณีที่เห็นภาพชัดคืออะแดปเตอร์ที่มีช่องฟิลเตอร์ด้านหลังซึ่งทดสอบแล้วว่าไม่เกิดขอบมืดแม้ใช้เลนส์ 12mm ฟูลเฟรมบนกล้องที่ถ่าย 6K open gate ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ฝั่งหน้าเลนส์แทบเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้กระจกด้านหลังยังเล็กกว่ามาก จึงถูกกว่าเมื่อเทียบขนาดต่อขนาด และไม่ต้องแบกน้ำหนักหรือความยาวเพิ่มไว้หน้ากล้อง สำหรับงานที่ถ่ายด้วยเลนส์กว้างพิเศษเป็นหลัก นี่คือสิ่งที่เปิดทางให้ใช้ ND ได้ในสถานการณ์ที่เดิมทำไม่ได้เลย

ฟิลเตอร์หลังเลนส์ กับ ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ มีความเข้าใจผิดหนึ่งที่ควรแก้

หลายคนเชื่อว่าฟิลเตอร์หลังเลนส์ให้ผลเท่ากันทุกทางยาวโฟกัสโดยธรรมชาติ ความจริงคือมันเป็นแบบนั้นเมื่อเลนส์ตัวนั้นออกแบบมาเป็น telecentric คือแสงที่ออกจากชิ้นเลนส์สุดท้ายวิ่งขนานกับแกนกลางไปตกที่เซนเซอร์ เมื่อแสงวิ่งขนาน กระจกที่วางขวางอยู่จะเจอมุมตกกระทบใกล้เคียงกันทั้งเฟรม ผลของฟิลเตอร์จึงสม่ำเสมอ แต่คุณสมบัตินี้ไม่ใช่กฎสากลของเลนส์ทุกตัว เลนส์ซีเนม่าระดับบนหลายตัวออกแบบมาใกล้เคียง telecentric เพราะมีเหตุผลอื่นรองรับอยู่แล้ว ส่วนเลนส์ที่ไม่ได้ออกแบบมาแบบนั้น แสงที่มุมภาพจะเข้ากระจกด้วยมุมเฉียงกว่าตรงกลาง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผลของฟิลเตอร์ไม่เท่ากันทั่วเฟรม

ความเข้ากันได้คือจุดที่ฝั่งหลังเลนส์เสียเปรียบชัดที่สุด

ระบบส่วนใหญ่ผูกกับเลนส์หรืออะแดปเตอร์รุ่นนั้น ๆ เลนส์ซีเนม่าบางตระกูลมีช่องหยอดฟิลเตอร์เฉพาะในบางเมาท์ ส่วนเวอร์ชันอื่นใช้ฟิลเตอร์หลังแบบขันเกลียวแทน และรับได้เฉพาะฟิลเตอร์ของผู้ผลิตรายนั้นเอง ในฝั่งเลนส์ภาพนิ่งก็มีตัวอย่างเดียวกัน เลนส์มุมกว้างพิเศษหลายตัวใช้ฟิลเตอร์หลังเพราะหน้าเลนส์โป่งจนใส่อะไรไม่ได้ บางรุ่นใช้แผ่นเจลด้านหลังขนาด 35×20 มิลลิเมตร บางรุ่นมีช่องด้านหลังของตัวเอง ผลในทางปฏิบัติคือถ้ามีเลนส์แบบนี้อยู่สามตัว ก็ต้องมีของสามชุด แทนที่จะใช้กระจกแผ่นเดียวหมุนเวียนทั้งกระเป๋าแบบที่ฝั่งหน้าเลนส์ทำได้

ปัญหาที่คนใช้จริงบ่นมากที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องออปติก แต่คือฝุ่น

กระจกที่อยู่หลังเลนส์อยู่ใกล้เซนเซอร์มาก และยิ่งใกล้เซนเซอร์เท่าไร ฝุ่นเม็ดเท่าเดิมก็ยิ่งอยู่ในระนาบที่ใกล้ชัดเข้าไปทุกที ผลคือจุดที่หน้าเลนส์มองไม่เห็นเลยกลายเป็นเงาชัดเจนในภาพเมื่อไปอยู่ด้านหลัง ตรงนี้ยังไปผูกกับพฤติกรรมการทำงานด้วย เพราะการเปลี่ยนฟิลเตอร์หลังหลายระบบต้องถอดเลนส์ออกจากบอดี้ ซึ่งแปลว่าเปิดช่องให้ฝุ่นเข้าห้องกระจกทุกครั้งที่เปลี่ยน กระจกหน้าเลนส์เช็ดได้ทันทีตรงหน้ากล้องโดยไม่ต้องเปิดอะไร ส่วนกระจกหลังเลนส์หลายระบบต้องถอดของออกมาก่อน แปลว่าการเช็ดกลางกองมีต้นทุนสูงกว่าและเสี่ยงกว่า

สรุปเป็นเกณฑ์ตัดสินได้ประมาณนี้ ถ้างานส่วนใหญ่ใช้เลนส์กว้างพิเศษหรือเลนส์ที่ใส่อะไรหน้าเลนส์ไม่ได้ ฟิลเตอร์หลังไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางเดียว ถ้ากระเป๋ามีเลนส์หลายตัวหลากเมาท์และต้องการให้กระจกใช้ร่วมกันได้ ฝั่งหน้าเลนส์ยังคุ้มกว่าในแง่จำนวนชิ้นที่ต้องซื้อ และถ้าต้องเปลี่ยนความเข้มบ่อยระหว่างวันในสภาพแวดล้อมที่สกปรก ฝั่งหน้าเลนส์ชนะเรื่องความเร็วและความปลอดภัยของเซนเซอร์อย่างไม่ต้องเถียง ทางสายกลางที่หลายคนลงเอยคือใช้ฟิลเตอร์หลังกับเลนส์กว้างเฉพาะตัวที่จำเป็น แล้วให้ที่เหลือทั้งกระเป๋าอยู่ในระบบหน้าเลนส์ตามเดิม

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • เมื่อกระจกอยู่หลังเลนส์ มันไม่ได้ยื่นออกไปในมุมรับภาพ ปัญหา ขอบมืด จึงหายไปทั้งหมด ไม่ว่าจะกว้างแค่ไหน
  • ระบบส่วนใหญ่ผูกกับเลนส์หรืออะแดปเตอร์รุ่นนั้น ๆ
  • ทางสายกลางที่หลายคนลงเอยคือใช้ฟิลเตอร์หลังกับเลนส์กว้างเฉพาะตัวที่จำเป็น แล้วให้ที่เหลือทั้งกระเป๋าอยู่ในระบบหน้าเลนส์ตามเดิม
Prev
ชุดฟิลเตอร์สำหรับคนถ่ายคนเดียวไม่มีผู้ช่วย
ชุดฟิลเตอร์สำหรับคนถ่ายคนเดียว

ชุดฟิลเตอร์สำหรับคนถ่ายคนเดียวไม่มีผู้ช่วย

Next
ND ในตัวกล้อง กับ ND ภายนอก
nd ในตัวกล้อง กับ nd ภายนอก

ND ในตัวกล้อง กับ ND ภายนอก

You May Also Like