มือถือสมัยนี้ถ่ายวิดีโอสวยจนคนเริ่มสงสัยกันแล้วว่ายังต้องมีกล้องแอ็กชันอยู่ไหม ในเมื่อมือถือก็อยู่ในกระเป๋าตลอดเวลา ผมว่าคำถามนี้ถามผิดนิดนึง เพราะสองตัวนี้มันไม่ได้มาแทนกัน มันเก่งกันคนละเรื่อง คนละสถานการณ์ ผมเลยอยากเทียบให้ดูกลาง ๆ ว่าตัวไหนเด่นตรงไหนและต้องแลกอะไร แล้วคุณจะเห็นเองว่าจริง ๆ หลายคนใช้ทั้งคู่สลับกันตามงาน
มือถือเก่งเรื่องความสะดวก
มือถือมันชนะเรื่องความสะดวกกับภาพในสภาพปกติ ข้อดีชัด ๆ คือมันอยู่กับตัวอยู่แล้ว หยิบมาถ่ายได้เลย ภาพในที่แสงดีก็สวย แล้วตัดต่อแชร์ลงโซเชียลได้จบในเครื่องเลย เหมาะกับคอนเทนต์ประจำวัน ถ่ายทั่ว ๆ ไปที่ไม่ต้องลุยไม่ต้องเสี่ยง ส่วนที่ต้องแลกคือมันไม่ทนน้ำทนกระแทกเท่ากล้องแอ็กชัน จะเอาไปแปะตัวหรือถ่ายกิจกรรมโลดโผนก็เสี่ยงพัง แล้วมุมมันก็ไม่กว้างดื่มด่ำแบบนั้น เจองานเปียก ๆ เสี่ยง ๆ มือถือมักไม่ใช่ตัวที่เหมาะ
กล้องแอ็กชันเก่งเรื่องความอึด
กล้องแอ็กชันก็ตรงข้ามเลย มันเด่นเรื่องความอึดกับมุมลุย เล็ก ทนน้ำ ทนกระแทก เอาไปแปะตัวแปะอุปกรณ์กีฬาได้ มุมกว้างดื่มด่ำ กันสั่นเก่งตอนขยับแรง ๆ พวกงานผจญภัย กีฬา ถ่ายใต้น้ำ หรือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง มือถือทำไม่ได้แต่มันทำได้ ส่วนที่ต้องแลกคือภาพในที่แสงน้อยและการละลายฉากหลังในสภาพปกติ มักสู้มือถือรุ่นดี ๆ ไม่ได้ เพราะเซ็นเซอร์มันเล็กและเลนส์มุมกว้าง แล้วก็ต้องพกเพิ่มอีกชิ้น เอาไปถ่ายงานทั่ว ๆ ไปที่ไม่ต้องลุย มันก็ไม่ได้ให้ภาพดีกว่ามือถือเสมอ
สรุป
ถ้าถามว่าตอนไหนหยิบอะไร ผมมองแบบนี้ งานทั่ว ๆ ไป คอนเทนต์ประจำวัน สถานการณ์ปกติที่ไม่เสี่ยง มือถือก็สะดวกและภาพดีอยู่แล้ว แต่พอเป็นงานผจญภัย กีฬา ลงน้ำ หรืออยากได้มุมแปะตัวมุมมองบุคคลที่หนึ่ง อันนี้กล้องแอ็กชันมันเหมาะกว่าชัด ๆ ตัวผมเองก็ใช้ทั้งคู่ มือถือสำหรับงานประจำวันที่พกอยู่แล้ว แล้วหยิบกล้องแอ็กชันออกมาตอนจะลุยหรืออยากได้มุมที่มือถือให้ไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องเลือกข้าง แต่เป็นเรื่องหยิบให้ถูกกับงานตรงหน้ามากกว่า