ความเจ็บปวดที่สายกล้องแอ็กชันเจอกันทุกคนคือ กำลังจะถ่ายช็อตเด็ด กล้องดันขึ้นว่าร้อนเกินไปแล้วดับ หรือไม่ก็แบตหมดตอนที่ลุ้นสุด ๆ ผมเคยพลาดช็อตดี ๆ เพราะสองเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง มันเป็นธรรมชาติของกล้องตัวเล็กที่อัดงานหนัก ๆ อยู่ในตัวจิ๋ว ๆ ทั้งกินแบตเร็วและระบายความร้อนได้จำกัด แต่ถ้าเตรียมตัวเป็น มันจัดการได้เกือบหมด
จัดการเรื่องแบต
เริ่มจากแบตก่อน ตัวมันเล็กแบตเลยจุน้อย หมดเร็วกว่ากล้องใหญ่แน่นอน ทางแก้ไม่มีอะไรซับซ้อน พกแบตสำรองไปหลายก้อนแล้วชาร์จเต็มมาจากบ้าน หมดก้อนนึงก็สลับ ไม่ต้องนั่งรอชาร์จให้เสียอารมณ์ บางรุ่นเสียบพาวเวอร์แบงก์จ่ายไฟถ่ายไปด้วยได้ ถ้ากล้องคุณรองรับอันนี้ก็สบายเลยสำหรับถ่ายยาว ๆ เคล็ดง่าย ๆ คือกะไว้ก่อนว่ากิจกรรมวันนั้นนานแค่ไหน แล้วเตรียมแบตให้เกินไว้หน่อย ดีกว่าขาด
จัดการเรื่องความร้อน
เรื่องความร้อนนี่แก้ยากกว่านิดนึงแต่ก็พอมีทาง กล้องที่ถ่ายความละเอียดสูงเฟรมเรตสูงต่อเนื่องมันจะสะสมความร้อนแล้วดับเพื่อป้องกันตัวเอง สิ่งที่ช่วยได้คืออย่าวางกล้องตากแดดจัดตอนไม่ได้ถ่าย หาที่ร่ม ๆ วาง เปิดให้มันมีที่ระบายลม อย่าเก็บในที่อับ ๆ แล้วถ้างานไม่ได้ต้องการความละเอียดหรือเฟรมเรตสูงสุดจริง ๆ ลดลงมาหน่อยก็ช่วยลดภาระได้เยอะ อีกอันที่คนลืมคือถ้าไม่ได้ถ่ายใต้น้ำ ถอดกล้องออกจากเคสกันน้ำเถอะ เพราะเคสมันปิดทึบ ความร้อนสะสมอยู่ข้างในระบายไม่ออก
สรุป
ปิดท้ายด้วยเรื่องตั้งค่าที่ช่วยได้ทั้งแบตและความร้อนไปพร้อมกัน พวกฟีเจอร์ที่เปิดทิ้งไว้แต่ไม่ได้ใช้ เช่นการเชื่อมต่อไร้สายหรือหน้าจอที่สว่างตลอด ปิดไปได้ก็ปิด ตั้งให้จอดับเองเวลาไม่ได้แตะ แล้วก็เปิดกล้องเฉพาะตอนจะถ่ายจริง อย่าเปิดค้างรอ พวกนี้ทีละนิด ๆ แต่รวมกันแล้วยืดเวลาถ่ายได้เยอะกว่าที่คิด ลองทำสักสองสามอย่างในนี้ แล้ววันถ่ายจริงคุณจะไม่ต้องมานั่งลุ้นว่ากล้องจะไปต่อไหวไหม