เรื่องเลือกเลนส์ให้ทำงานเต็มระบบกับบอดี้ที่มีตามงบ เริ่มจากคำถามที่ผมได้รับบ่อยที่สุดในกลุ่มคนทำงานวิดีโอปีนี้ ซึ่งไม่ใช่ “เลนส์ตัวไหนคมที่สุด” แต่เป็น “มีเงินเท่านี้ ควรลงตรงไหนก่อน” ซึ่งเป็นคำถามที่ดีกว่ามาก เพราะคนที่ใช้กล้องหาเงินไม่ได้ต้องการเลนส์ที่ดีที่สุดในโลก เขาต้องการชุดที่ทำงานได้ทุกวันโดยไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ และงบที่มีก็ต้องเผื่อไปถึงขาตั้ง ไฟ ไมค์ และการ์ดด้วย
เลือกเลนส์ให้ทำงานเต็มระบบ ต้องตั้งต้นจากบอดี้ที่มีอยู่จริง
จุดตั้งต้นที่ผมยึดเสมอคือเลือกจากบอดี้ที่คุณมีอยู่จริงในวันนี้ ไม่ใช่บอดี้ที่คุณคิดว่าปีหน้าจะซื้อ เพราะความเข้ากันได้เป็นเรื่องของคู่ ไม่ใช่ของชิ้นเดียว เลนส์ที่ทำงานเต็มระบบกับบอดี้รุ่นหนึ่ง อาจต้องรออัปเดตเฟิร์มแวร์เมื่อคุณเปลี่ยนไปบอดี้อีกรุ่น เห็นได้จากตอน Sony A7 V ออกมาแล้วเลนส์ Viltrox หลายรุ่นเจอปัญหา ก่อนที่จะมีเฟิร์มแวร์ตามมาแก้ครอบทั้งซีรีส์ LAB, Pro และ Air ถ้าคุณซื้อของโดยอิงกับอนาคตที่ยังไม่มา คุณกำลังเดาสองชั้น
งบระดับเริ่มต้น ซูมมาตรฐานรูรับแสงคงที่หนึ่งตัวคุ้มที่สุด
ในงบระดับเริ่มต้นสำหรับคนทำงาน ผมมองว่าเลนส์ซูมช่วงมาตรฐานที่รูรับแสงคงที่หนึ่งตัว ให้ผลตอบแทนต่อบาทสูงที่สุด เพราะมันครอบงานสัมภาษณ์ งานอีเวนต์ และงานถ่ายสินค้าเบา ๆ ได้ในตัวเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์กลางงาน ตรงช่วงราคานี้ตัวเลือกฝั่งเลนส์นอกค่ายแข็งแรงมาก และเป็นเหตุผลที่ E-mount ได้เปรียบ เพราะมีตัวเลือกจากแบรนด์อื่นกว้างที่สุดในบรรดาระบบใหญ่ Sigma, Tamron, Viltrox และ Samyang ได้รับสิทธิ์ใช้โปรโตคอลเมาท์ของ Sony อย่างเป็นทางการ จึงรองรับออโต้โฟกัสเต็มระบบรวมถึง Eye AF และการติดตามวัตถุ พูดง่าย ๆ คือคุณไม่ต้องแลกฟังก์ชันเพื่อประหยัดเงินเหมือนสมัยก่อน
พองบขยับขึ้นมาอีกชั้น ผมจะเติมเลนส์ไพรม์สว่างหนึ่งตัวสำหรับงานที่ต้องการหน้าชัดหลังละลายหรือถ่ายในที่แสงน้อย แล้วค่อยเป็นเลนส์เทเลสำหรับงานที่เข้าใกล้ไม่ได้ ลำดับนี้ไม่ใช่กฎเหล็ก มันขึ้นกับว่างานที่ทำเงินให้คุณเป็นแบบไหน ถ้าปีที่แล้วคุณถ่ายงานสัมมนาในห้องประชุมเป็นหลัก เลนส์เทเลอาจต้องมาก่อนไพรม์ วิธีตรวจสอบง่ายที่สุดคือเปิดโฟลเดอร์งานเก่าแล้วดูว่าทางยาวโฟกัสไหนที่คุณใช้บ่อยที่สุด ข้อมูลนั้นตอบได้ดีกว่าความรู้สึก
การบ้านสามอย่างที่ควรทำก่อนจ่ายเงิน
ก่อนจ่ายเงินจริง มีการบ้านสามอย่างที่ผมทำทุกครั้ง อย่างแรกคือเปิดตารางความเข้ากันได้จากเว็บผู้ผลิตเลนส์ ดูว่ารุ่นที่หมายตาระบุรองรับบอดี้ของคุณที่เฟิร์มแวร์เวอร์ชันไหน อย่างที่สองคือเช็กเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของบอดี้ตัวเองและของเลนส์ที่จะซื้อ อย่างที่สามคือเอาบอดี้ไปที่ร้านแล้วขอใส่ทดสอบจริง ทดสอบเฉพาะสิ่งที่คุณใช้หากิน จับหน้าในที่แสงน้อย ติดตามคนเดิน เปลี่ยนรูรับแสงระหว่างอัด แล้วเปิดไฟล์ดูว่าเมทาดาทามาครบไหม หลายร้านยินดีให้ลองและช่วยดูเฟิร์มแวร์ให้อยู่แล้ว รวมถึงตอบได้ว่าถ้ามีปัญหาหลังซื้อจะดูแลกันยังไง ซึ่งเป็นข้อมูลที่หาไม่ได้จากหน้าเว็บ
เรื่องราคาผมไม่ฟันเป็นตัวเลข เพราะช่วงนี้ราคาขยับบ่อยและแต่ละร้านมีโปรต่างกัน ให้เช็กราคาปัจจุบันก่อนตัดสินใจเสมอ ส่วนสิ่งที่ผมพูดตรง ๆ ได้คือไม่มีใครรับประกันได้ว่าเลนส์ตัวไหนจะทำงานครบทุกฟังก์ชันหลังบอดี้อัปเดตเฟิร์มแวร์ทุกครั้งในอนาคต สิ่งที่คุณควบคุมได้คือเลือกแบรนด์ที่ยังดูแลเลนส์รุ่นเก่าอยู่ ซื้อจากที่ที่ตามงานต่อได้ และทดสอบก่อนใช้จริงเสมอ ถ้าคุณต้องเลือกระหว่างเลนส์ที่คมกว่านิดหน่อยกับเลนส์ที่คุณได้ลองแล้วรู้ว่าเข้ากับบอดี้ตัวเอง คุณจะเลือกอะไร










