หลายคนตั้งงบจอไว้ราวหนึ่งหมื่นแล้วเดินเข้าร้านด้วยความงง เพราะจอราคาใกล้กันมีให้เลือกเป็นสิบรุ่น แต่ละตัวโชว์สเปกคนละชุด วันนี้เราจะมาดูว่าจริง ๆ แล้วในงบเท่านี้เราควรให้ความสำคัญกับอะไรก่อน
เริ่มจากถามว่าจะใช้จอทำอะไร
ก่อนอื่นต้องถามตัวเองว่าจะใช้จอทำอะไรเป็นหลัก เพราะคำตอบเปลี่ยนลำดับความสำคัญทั้งหมด ถ้าใช้ตัดต่อวิดีโอและแต่งภาพ เรื่องสีจะมาก่อน ถ้าใช้ทำงานทั่วไปปนเล่นเกม เรื่องความลื่นจะมาแทน สมมติว่าเราเน้นงานภาพและวิดีโอ มาดูกันว่าต้องดูอะไร
5 เรื่องที่ต้องดูก่อนซื้อจอ
เรื่องแรกที่สำคัญที่สุดคือชนิดของแผงจอ ในงบนี้ควรเล็งแผงที่ให้สีและมุมมองดี ซึ่งจะให้สีที่สม่ำเสมอแม้มองจากมุมเฉียง ต่างจากแผงราคาถูกบางแบบที่สีเพี้ยนเมื่อขยับหัว เรื่องนี้สำคัญกับงานแต่งภาพมาก เพราะถ้าสีบนจอไม่ตรง งานที่เราแต่งมาอย่างดีจะไปเพี้ยนบนจอคนอื่น
เรื่องที่สองคือความครอบคลุมของขอบเขตสี จอที่ครอบคลุมช่วงสีมาตรฐานได้เกือบเต็มจะแสดงสีได้ใกล้เคียงความจริง สำหรับงานคอนเทนต์ลงออนไลน์ การครอบคลุมช่วงสีพื้นฐานให้ครบคือสิ่งที่ควรมองหา ไม่จำเป็นต้องไล่จอช่วงสีกว้างพิเศษที่ราคาเกินงบ
เรื่องที่สามคือความละเอียดและขนาด ในงบนี้เราเลือกได้ระหว่างจอความละเอียดสูงขนาดพอดี กับจอใหญ่กว่าแต่ความละเอียดมาตรฐาน ถ้าเน้นงานละเอียดอย่างแต่งภาพ ความละเอียดที่สูงขึ้นช่วยให้เห็นรายละเอียดคมกว่า แต่ถ้าเน้นพื้นที่ทำงานกว้าง ๆ จอใหญ่ก็มีข้อดีของมัน
เรื่องที่สี่คือพอร์ตเชื่อมต่อ เช็กว่าจอมีช่องที่ตรงกับเครื่องเรา และเผื่ออนาคต พอร์ตที่รับทั้งภาพและจ่ายไฟในสายเดียวจะช่วยให้โต๊ะเราเรียบร้อยขึ้นถ้าเครื่องรองรับ
เรื่องที่ห้าที่คนมองข้ามคือความสม่ำเสมอของแสงทั้งจอและการรองรับการปรับเทียบสี จอที่ปรับเทียบสีได้จะช่วยให้เราคุมสีให้แม่นขึ้นในระยะยาว ซึ่งคุ้มมากสำหรับคนทำงานภาพ
จัดงบให้คุ้มที่สุด
ข้อแนะนำสุดท้าย อย่าเอางบทั้งหมดไปแลกกับสเปกที่เราไม่ได้ใช้ เช่นค่ารีเฟรชสูงมากสำหรับเล่นเกมทั้งที่เราทำงานภาพ ให้เลือกตัวที่สมดุลเรื่องสีและความละเอียดตามงานหลักของเรา แล้วเหลืองบไว้สำหรับอุปกรณ์ปรับเทียบสีหรือขาตั้งจอที่ช่วยเรื่องท่าทางการนั่ง
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ในงบราวหนึ่งหมื่น เราไม่ได้เลือกจอที่สเปกเยอะที่สุด แต่เลือกจอที่ตรงกับงานหลักที่สุด เริ่มจากถามว่าจะใช้ทำอะไร แล้วให้เรื่องสีและความแม่นยำมาก่อนสำหรับงานภาพ เท่านี้เงินทุกบาทก็ลงไปถูกที่