📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

Nokton Classic 35mm f/1.4 ลง Nikon Z และ Canon RF กรกฎาคมนี้ ราคา ~21,700 บาท

Nokton Classic 35mm

Voigtlander Nokton Classic 35mm f/1.4 จาก Cosina เตรียมวางขายสำหรับกล้อง Full-Frame เมาท์ Nikon Z และ Canon RF ในเดือนกรกฎาคม หลังเวอร์ชัน Sony E-mount มีจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2017 เลนส์รุ่นนี้เป็น manual focus ที่ออกแบบให้ได้คาแรกเตอร์แบบคลาสสิก เปิดกว้าง f/1.4 ให้ภาพนุ่มฟุ้ง ก่อนจะคมขึ้นเมื่อหรี่รูรับแสง ราคาญี่ปุ่น 99,000 เยน หรือประมาณ 21,700 บาท ส่วนราคาไทยและราคา global อย่างเป็นทางการยังไม่ประกาศ

Cosina เผยสเปก ภาพตัวอย่าง และกำหนดวางขายหลังนำเลนส์ไปแสดงครั้งแรกในงาน CP+ เดือนกุมภาพันธ์ จุดสำคัญของเวอร์ชันใหม่คือการทำเมาท์ตรงสำหรับ Nikon Z และ Canon RF พร้อมหน้าสัมผัสไฟฟ้า แม้ผู้ใช้ยังต้องหมุนโฟกัสเอง แต่กล้องสามารถรับข้อมูล EXIF รองรับ IBIS และใช้ Focus Peaking เป็นตัวช่วยได้

Voigtlander Nokton Classic 35mm f/1.4 สำหรับ Nikon Z และ Canon RF

เวอร์ชัน Nikon Z ถูกออกแบบให้ติดตั้งกับกล้องเมาท์ Z โดยตรง ไม่ต้องใช้ adapter จากเมาท์อื่น น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 250 กรัม วงแหวนโฟกัสใช้ลายร่องแบบคลาสสิก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางตัวเลนส์ที่เน้นประสบการณ์หมุนโฟกัสและรูปลักษณ์ย้อนยุค

เวอร์ชัน Canon RF มีน้ำหนักประมาณ 260 กรัม และวงแหวนโฟกัสเป็นลายเพชรที่ดูโมเดิร์นกว่า แม้รายละเอียดภายนอกต่างกัน แต่แนวทางหลักยังเหมือนกัน คือเลนส์ Full-Frame 35mm f/1.4 แบบ manual focus พร้อมหน้าสัมผัสไฟฟ้าสำหรับสื่อสารข้อมูลกับกล้อง

ทั้งสองเมาท์มีกำหนดวางขายเดือนกรกฎาคมตามข้อมูลที่ Cosina เปิดเผย ส่วนผู้ใช้ Sony E มีเวอร์ชันของระบบตนมาตั้งแต่ปี 2017 การขยายมายัง Z และ RF ช่วยให้ผู้ใช้กล้องรุ่นใหม่เลือกเลนส์คาแรกเตอร์คลาสสิกได้โดยไม่ต้องเพิ่ม adapter ระหว่างบอดี้กับเลนส์

ระยะ 35mm บนเซ็นเซอร์ Full-Frame

ทางยาวโฟกัส 35mm เป็นระยะที่อยู่ระหว่างมุมกว้างกับมุมมาตรฐาน เหมาะกับการเก็บตัวแบบพร้อมบริบทของสถานที่ ภาพสตรีท ภาพชีวิตประจำวัน และภาพบุคคลเชิงสิ่งแวดล้อม ผู้ใช้สามารถเข้าใกล้ตัวแบบเพื่อให้ภาพมีพลัง หรือถอยออกเพื่อเล่าเรื่องผ่านฉากรอบข้าง

บน Full-Frame ระยะ 35mm ให้มุมที่ยืดหยุ่นโดยไม่กว้างจนต้องจัดการขอบภาพมากเท่าเลนส์ ultra-wide การหมุนโฟกัสเองทำให้ผู้ถ่ายต้องใช้เวลาเลือกจุดชัด แต่ก็เปิดให้ควบคุมว่าต้องการนำสายตาไปยังส่วนใดของภาพอย่างตั้งใจ

คาแรกเตอร์นุ่มที่ f/1.4

จุดขายของ Nokton Classic คือภาพแบบเลนส์ยุคเก่า ซึ่งต่างจากเลนส์สมัยใหม่ที่มุ่งให้ความคมสูงตั้งแต่เปิดกว้างสุด เมื่อใช้ f/1.4 ภาพจะมีความนุ่มและฟุ้งละมุนตามข้อมูลต้นฉบับ ลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการอารมณ์ภาพตั้งแต่หน้าเลนส์แทนการสร้างเอฟเฟกต์ทั้งหมดภายหลัง

ความนุ่มที่ f/1.4 ควรถูกมองเป็นคาแรกเตอร์ ไม่ใช่การรับรองว่าจะเหมาะกับทุกงาน หากต้องการรายละเอียดคมชัด ผู้ใช้สามารถหรี่รูรับแสงลง ซึ่งภาพจะคมขึ้นอย่างชัดเจน เลนส์จึงเปิดให้เลือกทั้งลุคอ่อนโยนและลุคที่เก็บรายละเอียดมากขึ้นจากการปรับค่ารูรับแสง

หรี่รูรับแสงแล้วคมขึ้น

เมื่อลดขนาดรูรับแสง เลนส์จะเปลี่ยนจากภาพนุ่มฟุ้งไปสู่ภาพที่คมขึ้นตามแนวทางที่ Cosina ออกแบบ ผู้ใช้จึงสามารถปรับคาแรกเตอร์ตามฉากได้ งานบุคคลหรือภาพที่ต้องการบรรยากาศอาจเลือกเปิดกว้าง ส่วนแลนด์สเคป สถาปัตยกรรม หรือฉากที่ต้องการรายละเอียดสามารถหรี่ลง

การเปลี่ยนรูรับแสงไม่เพียงมีผลต่อความคม แต่ยังเปลี่ยนความชัดลึกและลักษณะจุดแสง ผู้ถ่ายควรทดลองค่าหลายระดับกับบอดี้ของตน เพื่อดูจุดที่เหมาะกับงานจริง ไม่ควรเลือกจากแนวคิดคลาสสิกเพียงอย่างเดียวหากโปรเจกต์ต้องการมาตรฐานรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง

ภาพตัวอย่างที่ Cosina เผยเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับดูคาแรกเตอร์ แต่ผู้ใช้ควรรอรีวิวหรือไฟล์จากสถานการณ์ใกล้เคียงกับงานของตน การเรนเดอร์ภาพอาจเปลี่ยนตามกล้อง แสง และการตั้งค่า การทดสอบจริงช่วยให้รู้ว่าความนุ่มกับความคมเปลี่ยนที่ค่ารูรับแสงใดใน workflow ของแต่ละคน

รูรับแสง 10 กลีบ

เลนส์ใช้ม่านรูรับแสง 10 กลีบ ซึ่งช่วยให้โบเก้ออกมาเป็นวงมนตามข้อมูลต้นฉบับ จุดไฟในฉากเบลอจึงมีรูปทรงนุ่มและสอดคล้องกับคาแรกเตอร์คลาสสิก ผู้ถ่ายบุคคลหรือภาพกลางคืนสามารถนำจุดไฟด้านหลังมาใช้เป็นองค์ประกอบของภาพได้

รูปร่างโบเก้จริงยังขึ้นกับระยะกล้อง ระยะตัวแบบ ระยะฉากหลัง และค่ารูรับแสง แม้ม่าน 10 กลีบช่วยเรื่องความกลม ผู้ใช้ควรจัดระยะให้เหมาะกับเอฟเฟกต์ที่ต้องการ การเปิด f/1.4 จะทำให้ฉากหลังละลายมากกว่าเมื่อหรี่ลงในสถานการณ์เดียวกัน

โครงสร้างออปติก 8 ชิ้น 6 กลุ่ม

โครงสร้างเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 8 ชิ้น จัดเป็น 6 กลุ่ม การออกแบบนี้รองรับแนวทางภาพคลาสสิกที่ Cosina ต้องการ ไม่ได้เน้นความคมสมบูรณ์แบบตั้งแต่ f/1.4 เหมือนเลนส์สมัยใหม่หลายรุ่น ผู้ซื้อจึงควรเลือกจากคาแรกเตอร์มากกว่าตัวเลขจำนวนชิ้นเลนส์เพียงอย่างเดียว

การมีชิ้นเลนส์ไม่มากช่วยให้ตัวเลนส์มีขนาดและน้ำหนักที่จัดการง่าย โดยรุ่น Z ราว 250 กรัม และ RF ราว 260 กรัม แต่ผลทางออปติคอลต้องดูจากภาพจริง โครงสร้าง 8 ชิ้น 6 กลุ่มไม่สามารถบอกความคม สี หรือแฟลร์ได้ครบถ้วนโดยไม่มีการทดสอบ

โฟกัสใกล้สุด 0.27 เมตร

ระยะโฟกัสใกล้สุดประมาณ 0.27 เมตร ช่วยให้ผู้ถ่ายเข้าใกล้ตัวแบบและสร้างภาพ 35mm ที่มีฉากหลังละลายได้มากขึ้น อัตราขยายสูงสุด 1:5.5 จึงเหมาะกับรายละเอียดทั่วไปและภาพใกล้ในบริบทของเลนส์ ไม่ใช่เลนส์มาโครอัตราขยายสูง

เมื่อเข้าใกล้ตัวแบบที่ f/1.4 ความชัดลึกจะบาง ผู้ใช้ควรใช้ Focus Peaking หรือขยายภาพเพื่อวางโฟกัสตรงจุดที่ต้องการ การหมุนวงแหวนอย่างละเอียดเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ manual focus และอาจต้องซ้อมหากเคยใช้ autofocus เป็นหลัก

ระยะ 0.27 เมตรเปิดโอกาสให้ถ่ายอาหาร วัตถุ หรือรายละเอียดในพื้นที่ พร้อมเก็บบริบทด้วยมุม 35mm ผู้ถ่ายควรระวังเงาของกล้องกับเลนส์เมื่ออยู่ใกล้มาก และจัดแสงให้เหมาะกับลักษณะฟุ้งของภาพที่ค่ารูรับแสงกว้าง

อัตราขยายสูงสุด 1:5.5

ตัวเลข 1:5.5 บอกความสามารถในการสร้างขนาดภาพสูงสุดเมื่อโฟกัสใกล้สุด เหมาะกับการถ่ายรายละเอียดที่ต้องการอารมณ์มากกว่างานมาโครเชิงบันทึก ผู้ใช้ไม่ควรตีความว่าเป็นอัตรา 1:1 เพราะกำลังขยายแตกต่างกันชัดเจน

การใช้ระยะใกล้ร่วมกับ f/1.4 ทำให้ฉากหลังละลายและจุดชัดแคบ หากต้องการให้รายละเอียดมากขึ้นสามารถหรี่รูรับแสงแล้วปรับชัตเตอร์หรือ ISO ตามสภาพแสง การเลือกคาแรกเตอร์กับรายละเอียดจึงทำได้ผ่านรูรับแสงของเลนส์

น้ำหนักประมาณ 250-260 กรัม

เวอร์ชัน Nikon Z มีน้ำหนักราว 250 กรัม ส่วน Canon RF อยู่ที่ประมาณ 260 กรัม ความต่าง 10 กรัมเกิดร่วมกับรายละเอียดภายนอกและเมาท์ แต่ทั้งคู่ยังอยู่ในระดับที่พกติดกล้องได้ไม่ยากเมื่อเทียบกับเลนส์รูรับแสงกว้างขนาดใหญ่หลายรุ่น

กระบอกเป็นโลหะทั้งตัว จึงให้สัมผัสตามแนวทางเลนส์ manual focus แบบคลาสสิก การหมุนวงแหวนเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ ผู้ซื้อที่สั่งออนไลน์ควรดูรีวิวเรื่องความหนืดและการควบคุมเพิ่มเติม เพราะต้นฉบับไม่ได้ระบุรายละเอียดแรงหมุน

กระบอกโลหะทั้งตัว

การใช้โลหะสอดคล้องกับรูปลักษณ์และการควบคุมแบบเลนส์มือหมุน ตัวเลนส์ไม่มีมอเตอร์ autofocus จึงจัดพื้นที่ให้วงแหวนโฟกัสเป็นองค์ประกอบหลัก รุ่น Z เลือกลายร่องคลาสสิก ขณะที่ RF ใช้ลายเพชรที่ดูร่วมสมัยกว่า

ความต่างของลายวงแหวนเป็นเรื่องดีไซน์และสัมผัสภายนอก ไม่ได้บอกว่าเวอร์ชันหนึ่งมีสเปกออปติคอลเหนือกว่าอีกเวอร์ชัน ทั้งสองใช้ชื่อรุ่นและข้อมูลหลักเดียวกัน ผู้ใช้ควรเลือกตามเมาท์กล้อง ไม่ใช่เลือกลายแล้วหวังใช้ข้ามระบบ

การไม่ต้องใช้ adapter ช่วยให้ชุดกล้องเรียบง่ายและลดชิ้นส่วนระหว่างเลนส์กับบอดี้ ผู้ใช้ยังควรตรวจการติดตั้งและหน้าสัมผัสให้สะอาด เพื่อให้การส่ง EXIF และการรองรับฟังก์ชันของกล้องทำงานตามที่ออกแบบ

หน้าสัมผัสไฟฟ้าและข้อมูล EXIF

แม้เป็น manual focus แต่เลนส์มีหน้าสัมผัสไฟฟ้าเพื่อส่งข้อมูล EXIF เข้ากล้อง ไฟล์ภาพจึงสามารถเก็บข้อมูลของเลนส์และค่าที่ระบบรองรับได้ ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจการตั้งค่าภายหลังและจัดระเบียบภาพจากเลนส์หลายตัวได้ง่ายขึ้น

หน้าสัมผัสช่วยให้กล้องทำงานร่วมกับ IBIS แต่ผู้ใช้ยังต้องหมุนโฟกัสเอง ระบบไฟฟ้าไม่ได้เปลี่ยนเลนส์ให้เป็น autofocus

การส่ง EXIF มีประโยชน์กับผู้ที่ทดลองรูรับแสงหลายค่าเพื่อดูคาแรกเตอร์ เมื่อกลับมาเปิดไฟล์สามารถเทียบภาพนุ่มที่ f/1.4 กับภาพคมขึ้นเมื่อหรี่ลงได้เป็นระบบ ขอบเขตข้อมูลจริงควรตรวจจากคู่มือและบอดี้ที่ใช้

รองรับ IBIS

เลนส์รองรับการทำงานกับระบบกันสั่นในบอดี้หรือ IBIS ของกล้องที่รองรับ ช่วยให้การถือถ่ายทำงานร่วมกับการสื่อสารระหว่างเลนส์และกล้องได้ตามข้อมูลต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจริงขึ้นกับบอดี้และการตั้งค่าของแต่ละระบบ

IBIS ไม่ได้ช่วยให้การโฟกัสอัตโนมัติ เพราะเลนส์ยังเป็น manual focus หน้าที่ของผู้ใช้คือวางจุดชัด ส่วนระบบกันสั่นช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้องตามขอบเขตของบอดี้ การแบ่งบทบาทนี้ควรเข้าใจก่อนซื้อ

สำหรับการถ่ายในแสงน้อยที่ f/1.4 ผู้ใช้มีทั้งรูรับแสงกว้างและ IBIS จากกล้องเป็นเครื่องมือ แต่ตัวแบบที่เคลื่อนไหวยังต้องใช้ชัตเตอร์เหมาะสม ระบบกันสั่นไม่หยุดการเคลื่อนไหวของตัวแบบ จึงควรเลือกค่าตามสถานการณ์

ใช้ Focus Peaking ช่วยหมุนโฟกัส

Focus Peaking แสดงบริเวณที่กล้องประเมินว่ามีความคม ช่วยให้ผู้ใช้เห็นจุดชัดขณะหมุนวงแหวน เหมาะกับการถ่ายสตรีท ภาพบุคคล และฉากที่ต้องตอบสนองเร็วขึ้น แต่ผู้ใช้ควรทำความคุ้นเคยกับระดับความไวและสีของ peaking บนบอดี้ตนเอง

เมื่อเปิด f/1.4 ความชัดลึกบาง การขยายภาพบนจอมักช่วยยืนยันได้ละเอียดกว่า peaking เพียงอย่างเดียว สำหรับฉากนิ่งผู้ใช้สามารถใช้ทั้งสองวิธี ส่วนฉากเคลื่อนไหวอาจพึ่ง peaking และการคาดระยะมากขึ้น

การมีตัวช่วยจากกล้องทำให้เลนส์ manual focus ใช้กับบอดี้ยุคใหม่ได้สะดวกกว่าเลนส์เก่าที่ไม่มีหน้าสัมผัส แต่ประสบการณ์ยังต่างจาก autofocus ผู้ซื้อควรพร้อมฝึกหมุนวงแหวนและยอมรับอัตราภาพพลาดที่อาจเกิดในช่วงแรก

เหมาะกับผู้ใช้แบบใด

เลนส์เหมาะกับคนที่ต้องการลุคคลาสสิกตั้งแต่หน้าเลนส์ ชอบถ่ายช้าและควบคุมจุดโฟกัสด้วยตัวเอง ผู้ใช้ Nikon Z กับ Canon RF ได้ประโยชน์จากเมาท์ตรง พร้อม EXIF, IBIS และ Focus Peaking โดยไม่ต้องหาเลนส์เก่ากับ adapter เพิ่ม

ผู้ที่ต้องการความคมสูงสุดทันทีที่ f/1.4 หรือพึ่ง autofocus กับวัตถุเคลื่อนไหวอาจต้องพิจารณาเลนส์ประเภทอื่น จุดขายของ Nokton Classic คือความนุ่มเมื่อเปิดกว้างและความเปลี่ยนแปลงเมื่อหรี่ ไม่ใช่การจำลองบุคลิกของเลนส์สมัยใหม่

ช่างภาพสตรีท บุคคล และชีวิตประจำวันสามารถใช้ระยะ 35mm กับน้ำหนักประมาณ 250-260 กรัมเป็นชุดพก แต่ควรทดสอบ workflow manual focus ก่อน ผู้ที่ชอบความชัดเจนของการควบคุมแบบวงแหวนและการเลือกจังหวะอย่างตั้งใจจะเห็นคุณค่าของเลนส์ได้มากกว่า

ราคาและกำหนดวางขาย

ราคาญี่ปุ่นอยู่ที่ 99,000 เยน หรือประมาณ 21,700 บาท ทั้ง Nikon Z และ Canon RF มีกำหนดวางขายเดือนกรกฎาคมตามข้อมูลที่ประกาศ หลังเปิดตัวครั้งแรกในงาน CP+ เดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ราคาเงินบาทเป็นการแปลงโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาไทยอย่างเป็นทางการ

ราคาไทยและราคา global ยังไม่ประกาศ ผู้ซื้อควรรอตรวจข้อมูลจากผู้จัดจำหน่ายในตลาดของตน ค่าเงิน ภาษี และเงื่อนไขของแต่ละประเทศอาจทำให้ยอดต่างจากการแปลง 99,000 เยนโดยตรง ไม่ควรใช้ 21,700 บาทเป็นราคาหน้าร้านที่ยืนยันแล้ว

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก เว็บไซต์ทางการ Cosina Voigtländer และอ่านบทความอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องใน หมวดเลนส์ของ lnwGadget ก่อนซื้อควรเทียบคาแรกเตอร์ manual focus กับความต้องการใช้งานจริง

สรุปสเปกสำคัญ

เลนส์เป็น Full-Frame manual focus ระยะ 35mm รูรับแสงกว้างสุด f/1.4 โครงสร้าง 8 ชิ้น 6 กลุ่ม ม่านรูรับแสง 10 กลีบ โฟกัสใกล้สุดประมาณ 0.27 เมตร และอัตราขยายสูงสุด 1:5.5 เวอร์ชัน Nikon Z หนักราว 250 กรัม ส่วน Canon RF หนักราว 260 กรัม

กระบอกโลหะทั้งตัว มีหน้าสัมผัสไฟฟ้าสำหรับ EXIF รองรับ IBIS และใช้ Focus Peaking ช่วยโฟกัส รุ่น Z ใช้วงแหวนลายร่องคลาสสิก ส่วน RF ใช้ลายเพชรที่โมเดิร์นกว่า จุดเด่นด้านภาพคือความนุ่มฟุ้งเมื่อเปิด f/1.4 และความคมที่เพิ่มขึ้นเมื่อหรี่รูรับแสง

กำหนดวางขายคือเดือนกรกฎาคม ราคาญี่ปุ่น 99,000 เยนหรือประมาณ 21,700 บาท ส่วนราคาไทยและ global ยังไม่ยืนยัน ผู้ใช้ควรเลือกเพราะชอบระยะ 35mm และคาแรกเตอร์คลาสสิก พร้อมยอมรับการหมุนโฟกัสเอง ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อ Nokton หรือรูรับแสง f/1.4

ที่มา: PetaPixel, Nikon Rumors, Cosina

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • หน้าสัมผัสช่วยให้กล้องทำงานร่วมกับ IBIS แต่ผู้ใช้ยังต้องหมุนโฟกัสเอง ระบบไฟฟ้าไม่ได้เปลี่ยนเลนส์ให้เป็น autofocus
Prev
Viltrox Chip 28mm f/4.5 เลนส์ pancake จิ๋ว 60g ลง L-mount ครบ 4 เมาท์
Viltrox Chip 28mm

Viltrox Chip 28mm f/4.5 เลนส์ pancake จิ๋ว 60g ลง L-mount ครบ 4 เมาท์

Next
งบ 10000 เลือกจอมอนิเตอร์ตัวไหนดี

งบ 10000 เลือกจอมอนิเตอร์ตัวไหนดี

You May Also Like