กิมบอลเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนเห็นในคลิปสวย ๆ แล้วอยากได้ตาม เพราะมันทำให้ภาพเดินถ่ายลื่นเหมือนลอย แต่ก่อนจะจ่ายเงิน ควรถามก่อนว่างานของเราต้องใช้มันจริงไหม วันนี้เราจะมาคุยทั้งเรื่องความจำเป็นและวิธีเลือก
กิมบอลแก้ปัญหาอะไร
เริ่มจากกิมบอลแก้ปัญหาอะไร เวลาเราเดินถ่ายถือกล้องด้วยมือ ภาพจะกระเด้งขึ้นลงตามจังหวะก้าว แม้กล้องจะมีกันสั่นในตัวก็ช่วยได้แค่การสั่นยิบ ๆ ไม่ได้ช่วยกับการกระเด้งจากการเดิน กิมบอลใช้มอเตอร์คอยปรับกล้องให้นิ่งตลอด ทำให้ภาพเดินถ่ายดูลื่นไหลเหมือนเลื่อนไปบนราง
เราจำเป็นต้องมีไหม
ทีนี้คำถามสำคัญ เราจำเป็นต้องมีไหม คำตอบขึ้นกับว่าเราถ่ายอะไร ถ้างานส่วนใหญ่ของเราเป็นการตั้งกล้องนิ่งบนขาตั้ง เช่นพูดหน้ากล้อง สัมภาษณ์ รีวิวที่โต๊ะ หรือถ่ายภาพนิ่ง กิมบอลแทบไม่ได้ใช้ เงินก้อนนั้นเอาไปลงกับแสงหรือเสียงจะให้ผลกับงานมากกว่า แต่ถ้างานเรามีการเคลื่อนกล้องเยอะ เช่นเดินพาชมสถานที่ ถ่ายติดตามตัวแบบ ถ่ายบรรยากาศแบบลื่นไหล กิมบอลจะยกระดับงานได้ชัดเจน
ถ้าจะซื้อ ดูอะไรบ้าง
ถ้าตัดสินใจว่าจะซื้อ มาดูวิธีเลือก เรื่องแรกและสำคัญที่สุดคือน้ำหนักที่กิมบอลรับได้ ต้องมากกว่าน้ำหนักกล้องบวกเลนส์ที่หนักที่สุดของเราอย่างมีเผื่อ ถ้ารับน้ำหนักได้พอดีเป๊ะหรือน้อยกว่า มอเตอร์จะทำงานหนักเกินไป ปรับบาลานซ์ยาก และแบตหมดเร็ว การเผื่อน้ำหนักไว้คือเรื่องสำคัญที่สุด
เรื่องที่สองคือการพกพาและน้ำหนักของตัวกิมบอลเอง เพราะเราต้องถือมันด้วยมือเป็นเวลานานระหว่างถ่าย กิมบอลที่หนักเกินไปจะทำให้แขนล้าและถ่ายได้ไม่นาน ถ้าต้องเดินทางบ่อยหรือถ่ายยาว ขนาดที่เบาและพับเก็บง่ายมีค่ามาก
เรื่องที่สามคืออายุแบตและความสะดวกในการตั้งบาลานซ์ กิมบอลต้องปรับสมดุลกล้องก่อนใช้ทุกครั้ง รุ่นที่ออกแบบให้ปรับง่ายและเร็วจะช่วยประหยัดเวลาหน้างานมาก ส่วนแบตที่อยู่ได้นานพอกับวันถ่ายจริงก็สำคัญ
เรื่องที่สี่คือฟีเจอร์การควบคุม กิมบอลรุ่นใหม่มีโหมดช่วยถ่ายต่าง ๆ เช่นล็อกทิศ ตามวัตถุ หรือหมุนสร้างเอฟเฟกต์ ฟีเจอร์พวกนี้มีประโยชน์ แต่อย่าให้มันเป็นเหตุผลหลักในการเลือก ให้น้ำหนักรับและการพกพามาก่อน เพราะเป็นสิ่งที่กระทบการใช้งานจริงทุกวัน
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ กิมบอลไม่ใช่ของจำเป็นสำหรับทุกคน มันคุ้มเมื่องานเรามีการเคลื่อนกล้องเยอะ ถ้าตั้งกล้องนิ่งเป็นหลักก็ยังไม่ต้องรีบ และถ้าจะซื้อ ให้ดูน้ำหนักที่รับได้แบบมีเผื่อ การพกพา และความง่ายในการตั้งบาลานซ์ก่อนฟีเจอร์หวือหวา