หลังใช้งานจริงนานถึง 18 เดือนและถ่ายไปเกือบ 3,000 ภาพ Leica D-Lux 8 กล้องคอมแพคพรีเมียมเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds ก็พิสูจน์ว่าไฟล์ 17MP ยังเอาอยู่ แม้ถูกใช้คู่กับ Hasselblad ระดับ 102MP โดยมีราคาไทยราว 62,200 บาท
Leica D-Lux 8 เด่นเรื่องสีและการดึงเงา
ช่างภาพ Peter Fritz บอกว่าสิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดไม่ใช่จำนวนพิกเซล แต่เป็น Shadow Recovery ที่ดึงรายละเอียดจากส่วนมืดกลับมาได้ดีกว่าที่คิด รวมถึง Color Science ที่ให้โทนเขียว ส้ม และฟ้าอิ่มสวยเป็นธรรมชาติ ไม่ดูปรุงแต่งเกินไปแม้เจอแสงคอนทราสต์จัด ทำให้ไฟล์ที่ได้พร้อมใช้งานตั้งแต่ออกจากกล้องโดยแทบไม่ต้องปรับแต่งเพิ่ม
สเปกและน้ำหนักของ Leica D-Lux 8
ตัวกล้องใช้เซ็นเซอร์ Micro Four Thirds 21MP ไฟล์ภาพนิ่งจริงราว 17MP จับคู่เลนส์ Leica DC Vario-Summilux 10.9-34mm f/1.7-2.8 เทียบเท่า 24-75mm บนฟูลเฟรม น้ำหนักเพียง 397 กรัม จุดที่ต้องแลกคือไม่มีกันสั่นในตัว จอหลังตายตัว และบอดี้ไม่ซีลกันฝุ่นกันน้ำ แต่ขนาดที่กะทัดรัดก็แลกมาด้วยความพกพาที่ใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากล้องใบเล็กได้สบาย
Leica D-Lux 8 เหมาะกับใคร
กล้องตัวนี้ไม่ได้มาแทนงานที่ต้องการรายละเอียดสูงสุด แต่เหมาะกับคนที่อยากได้กล้องเบา พกง่าย หยิบออกมาถ่ายได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เหมาะกับสายสตรีท สายท่องเที่ยว และคนที่อยากมีกล้อง Leica คุณภาพดีติดตัวไปได้ทุกวันโดยไม่เป็นภาระ ขนาดคนรีวิวเองยังซื้อมาใช้จนติดใจทั้งที่มีกล้องตัวแพงกว่าอยู่ในมือ และนี่คือเหตุผลที่กล้อง 17MP ยังมีที่ยืนในวันที่ใครๆ ก็วิ่งหาความละเอียดสูง สำหรับคนที่มองหากล้องตัวที่สองไว้พกเที่ยวแบบเบาสบาย หรือกำลังเล็งกล้องคอมแพคพรีเมียมสักตัว รุ่นนี้คือทางเลือกที่ควรเก็บไว้ในลิสต์
แล้วคุณล่ะ ถ้าต้องเลือกระหว่างไฟล์ความละเอียดสูงสุดกับกล้องที่เบาและพกไปถ่ายได้บ่อยกว่า จะเลือกฝั่งไหน บอกกันได้ในคอมเมนต์
ที่มา: Fstoppers, Peter Fritz / Life Behind Glass