Effissimo Capital Management กองทุนจากสิงคโปร์ ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Tamron อย่างเป็นทางการ หลังเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นขึ้นมาเป็น 17.38% แซง Sony ที่ถืออยู่ 15.35% ตามรายงานการยื่นเอกสารล่าสุด นับเป็นการเปลี่ยนเจ้าของหุ้นใหญ่อันดับ 1 ครั้งสำคัญของผู้ผลิตเลนส์รายนี้
Effissimo Capital แซง Sony ขึ้นผู้ถือหุ้นเบอร์ 1
ตามเอกสารที่ยื่นล่าสุด Effissimo Capital ถือหุ้น Tamron ราว 29.69 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.38% ขณะที่ Sony ซึ่งเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดมาหลายปี อยู่ที่ 15.35% หรือราว 25.04 ล้านหุ้น นับเป็นครั้งแรกที่ Sony เสียตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Tamron ไป โดยกองทุนค่อย ๆ ทยอยสะสมหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
Effissimo เป็นกองทุนแบบไหน
Effissimo เป็นกองทุนสาย activist investor ที่ขึ้นชื่อเรื่องการกดดันบริษัทให้รีดประสิทธิภาพและคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นมากขึ้น เคยเข้าไปมีบทบาทกับบริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่อย่าง Toshiba และ Nissan มาก่อน การที่กองทุนลักษณะนี้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงถูกมองว่าจะสร้างแรงกดดันต่อทิศทางและการบริหารธุรกิจของ Tamron ในระยะถัดไป
กระทบตลาดเลนส์ third-party อย่างไร
Tamron ไม่ได้ผลิตเลนส์ให้ Sony เพียงรายเดียว แต่ยังเป็นผู้เล่นสำคัญของตลาดเลนส์ third-party ทั้งเมาท์ Sony E, Nikon Z และ Canon RF หากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการเห็นการเติบโตที่เร็วขึ้น ก็มีโอกาสที่ Tamron จะเร่งออกเลนส์รุ่นใหม่ถี่ขึ้นหรือขยายตลาดมากกว่าเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทเคยประกาศแผนออกเลนส์ใหม่มากกว่า 10 รุ่นต่อปีตั้งแต่ปีงบ 2026 และกำลังลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในเวียดนามอยู่แล้ว
แม้จะเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ Sony ยังคงเป็นทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่และพาร์ทเนอร์ธุรกิจสำคัญของ Tamron ระยะสั้นทิศทางของบริษัทจึงยังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงในทันที สิ่งที่น่าจับตาคือแรงกดดันรอบนี้จะทำให้ Tamron เดินเกมในตลาดเลนส์เร็วขึ้นแค่ไหน
ที่มา: Photo Rumors, Digital Camera World, Reuters