📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

แบรนด์ญี่ปุ่นตอบโต้ยังไง แล้วคนซื้อได้อะไรจากสงครามราคานี้

แบรนด์ญี่ปุ่นตอบโต้

แบรนด์ญี่ปุ่นตอบโต้ด้วยวิธีที่เห็นได้จากของที่เปิดตัวช่วงหลัง ลองย้อนดูเลนส์ที่เปิดตัวสองสามปีหลังนี้สิ คุณจะเห็นอะไรบางอย่างที่เมื่อก่อนไม่ค่อยเห็น เลนส์จากแบรนด์ญี่ปุ่นที่ตั้งราคาลงมาเล่นในช่วงที่เมื่อก่อนเขาปล่อยทิ้งไว้ เลนส์ fixรูกว้างตัวเล็กที่ราคาไม่โหด ซูมน้ำหนักเบาที่ยอมลดสเปกบางอย่างเพื่อให้ราคาจับต้องได้ การแข่งขันนี้คือ lens price war หรือสงครามราคาเลนส์ และนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือการตอบสนองต่อแรงกดดันที่มาจากฝั่งจีนอย่างตรงไปตรงมา

Lens price war เมื่อของสองฝั่งมาชนช่องราคาเดียวกัน

ตัวเลขที่ผมว่าเล่าเรื่องได้ดีคือ Sigma ซึ่งถือส่วนแบ่งตลาดเลนส์อยู่ราวสิบหกเปอร์เซ็นต์ กำลังเจอแรงกดดันจากแบรนด์จีนโดยตรง เพราะสนามที่ดุที่สุดตอนนี้คือเลนส์ออโต้โฟกัสช่วงประมาณหนึ่งร้อยสี่สิบถึงสี่ร้อยแปดสิบดอลลาร์ ซึ่งพอดีกับที่ไลน์ระดับเริ่มต้นของแบรนด์ญี่ปุ่นวางอยู่ เมื่อของสองฝั่งไปยืนอยู่ในช่องราคาเดียวกัน คนซื้อก็เปรียบเทียบกันตรง ๆ และคนขายก็ต้องหาคำตอบว่าจะเอาอะไรมาเป็นเหตุผลให้คนจ่าย

คำตอบคือเล่นในจุดแข็งที่ตัวเองถืออยู่

คำตอบของฝั่งญี่ปุ่นไม่ใช่การลดราคาสู้อย่างเดียว เพราะสู้แบบนั้นเขาไม่ได้เปรียบ เขาเลยเล่นในสิ่งที่ตัวเองถืออยู่แล้ว อย่างแรกคือความกว้างของไลน์สินค้า Sigma มีเลนส์ให้เลือกหลากหลายกว่าแบรนด์จีนมาก ครบทั้งช่วงเลนส์และระดับราคา ซึ่งสำคัญมากกับคนที่สร้างชุดเลนส์ทั้งชุดและอยากให้คาแรกเตอร์ภาพไปทางเดียวกัน อย่างที่สองคือความสม่ำเสมอของสายการผลิตและเครือข่ายบริการหลังการขายที่สะสมมานาน อย่างที่สามคือการดันไลน์ตัวเองให้ชัดขึ้น ของระดับพรีเมียมก็ทำให้พรีเมียมจริง ส่วนไลน์ราคาย่อมเยาก็ทำออกมาถี่ขึ้นและตั้งใจกว่าเดิม

พูดให้เป็นธรรม ฝั่งจีนเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาไต่ขึ้นมาจากตลาดราคาประหยัดมาแข่งในกลุ่มกลางถึงโปรซูมเมอร์แล้ว มีไลน์ระดับ Pro ของตัวเอง เริ่มมีซูมออโต้โฟกัสออกมา และแนวโน้มปี 2026 คือบุกหมวดเฉพาะทางอย่าง tilt-shift กับ fisheye zoom เพิ่มอีก แปลว่าสงครามนี้ยังไม่จบ และมันจะขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ ในช่วงราคาที่สูงกว่าเดิม นี่จึงเป็นอีกด้านของ lens price war ที่ยังดำเนินต่อไป

คนซื้อควรใช้จังหวะนี้ยังไง

ทีนี้คำถามที่สำคัญกว่าใครแพ้ใครชนะ คือคุณควรใช้จังหวะนี้ยังไง ผมเห็นอยู่สามอย่าง หนึ่ง อย่าเทียบแค่ตัวเลขสเปกกับป้ายราคา ให้เทียบว่าสิ่งที่คุณได้เพิ่มจากส่วนต่างคืออะไร บางทีมันคือความคมที่คุณเห็นจริงในงาน แต่หลายทีมันคือความมั่นใจว่าจะมีคนดูแลตอนของมีปัญหา ซึ่งก็เป็นมูลค่าที่จับต้องได้เหมือนกัน สอง ถ้าคุณกำลังจะสร้างชุดเลนส์หลายตัว คิดยาวถึงตัวที่สองตัวที่สามด้วยว่าจะหาได้จากยี่ห้อไหน เพราะความกว้างของไลน์มีผลกับความง่ายในอนาคต และสาม ช่วงนี้ของออกถี่และราคาขยับบ่อยมาก เลนส์ตัวเดียวกันราคาเมื่อไตรมาสก่อนกับวันนี้อาจไม่เท่ากัน เช็กราคาปัจจุบันกับร้านก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

สิ่งที่ผมชอบที่สุดของช่วงนี้คือ ไม่ว่าคุณจะเลือกฝั่งไหน คุณก็ได้ของที่ดีกว่าที่เงินก้อนเท่ากันเคยซื้อได้เมื่อห้าปีก่อน คนที่ได้กำไรจากการแข่งขันคือเราทุกคน แค่อย่าเผลอเลือกด้วยความรู้สึกเชียร์ทีม แล้วลืมถามว่างานที่คุณทำจริงต้องการอะไร

Prev
ทำไมเลนส์จีนโตเร็วกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นในรอบห้าปี
ทำไมเลนส์จีนโตเร็ว

ทำไมเลนส์จีนโตเร็วกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นในรอบห้าปี

Next
เลนส์จีนคุมคุณภาพการผลิตยังไง ทำไมรุ่นเดียวกันคนละล็อตไม่เท่ากัน
เลนส์จีนคุมคุณภาพการผลิต

เลนส์จีนคุมคุณภาพการผลิตยังไง ทำไมรุ่นเดียวกันคนละล็อตไม่เท่ากัน

You May Also Like